Career options in the art market โอกาสทางอาชีพในวงการศิลปะ

28 August 2020 | TCDC | MARKETING
ศิลปะกับความมั่นคงดูจะเป็นสิ่งที่คาใจพวกเรามานานแสนนาน ตั้งแต่ ‘ความเป็นศิลปินของศิลปิน’ หรือการแข่งขันทางศิลปะที่วัดกันที่สุนทรียะของผู้ชมที่ทำให้เรามองไม่ออกว่าเส้นชัยนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่ รวมไปถึงความมั่นคงของรายได้และปริมาณของผลงานอาจเป็นตัวชี้วัดได้ยาก แถมเส้นแบ่งระหว่างการเป็น ‘คนใน’ และ ‘คนนอก’ วงการที่ดูพร่าเหลือเกิน แต่ถ้าคุณอยาก ‘เข้าวงการ’ อยู่ เราแนะนำให้คุณอ่านต่อจนจบ เพราะผู้ก่อตั้ง ATTA และ ANATTA Gallery อย่างคุณเจื้อย – อตินุช ตันติวิท จะมาตีแผ่ภาพรวมของวงการศิลปะให้กระจ่างแก่ทุกคน
 


ภายในสตูดิโอ

ส่วนสำคัญที่สุดของวงการศิลปะคงไม่พ้นศิลปิน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเริ่มจากการเป็นศิลปิหน้าใหม่ ก่อนที่จะพัฒนาและสั่งสมประสบการณ์จนกลายเป็นศิลปินระดับชาติที่มีโอกาสไปร่วมงานกับต่างประเทศ ซึ่งการจะไปสู่จุดนั้นย่อมต้องผ่านการแข่งขันที่สูงมากเสียก่อน จึงไม่แปลกที่ศิลปินระดับนั้นจะมีจำนวนไม่มากนัก
แต่ก็ใช่ว่าศิลปินจะทำงานตัวคนเดียวตลอดเวลา เพราะเราทุกคนก็มีขีดจำกัดของความสามารถเช่นกัน ศิลปินจึง มี ‘ผู้ช่วย’ ที่ช่วยทำงานศิลปะ แลกกับค่าจ้างที่อาจจะไม่สูงนักแต่ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานและค้นหาแนวทางของตัวเองไปด้วย นอกจากนี้ยังมี ‘ผู้สร้างงานศิลปะ’ หรือที่เราเรียกว่า ‘มือปืน’ ที่คอยผลิตงานให้ตามความต้องการของศิลปิน คนกลุ่มนี้มีความสามารถสูงเพราะสามารถผลิตงานได้ทุกรูปแบบ เพียงแต่ว่าชื่อของเขาจะไม่ได้ถูกแนบไปกับงานด้วยก็เท่านั้น และกลุ่มสุดท้ายคือผู้จัดการส่วนตัวของศิลปินหรือสตูดิโอ ที่อาจจะต้องมีทักษะทางด้านการจัดการมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากต้องดูภาพรวมทั้งหมดของศิลปิน งานศิลปะ รวมถึงติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ หากต้องมีการจัดแสดงงาน หรือแม้กระทั่งตามหาสิ่งที่ศิลปินต้องการเพื่อผลิตงาน
ภาพจาก: kcstudio.org
 

ภายนอกสตูดิโอ

ถ้ามีแต่คนผลิตแต่ไม่มีคนประสานงาน ผู้ชมอย่างเราก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้ชมงานศิลปะที่ถูกกลั่นกรอง บรรจง และเรียงร้อยออกมาอย่างลงตัว ซึ่งหน้าที่เหล่านี้มักเป็นหน้าที่ของ ภัณฑารักษ์ (Curator) ที่มีหน้าที่ ‘เลือก’ งานจากศิลปินมาจัดเรียงให้ออกมาเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยภัณฑารักษ์จะทำงานร่วมกับ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ที่มีหน้าที่คอยควบคุมความเป็นไปของการผลิตให้เกิดขึ้นตามวันและเวลาที่ต้องการ 
 
 
นอกเหนือไปจากนั้นยังมี ผู้จัดเก็บข้อมูล ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของงานศิลปะ ศิลปิน มูลค่าของการซื้อ-ขาย รวมไปถึงเจ้าของคนปัจจุบันของชิ้นงาน เพื่อเป็นข้อมูลที่ทันเหตุการณ์อยู่ตลอดหากต้องมีการใช้งานข้อมูลดังกล่าว 
ส่วนอาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดในตอนนี้คือ ผู้อนุรักษ์หรือนักซ่อมแซมงานศิลปะ เนื่องจากการดูแล บำรุงและซ่อมแซมงานศิลปะที่มีอายุมากกว่าเรานั้น ต้องอาศัยความรู้และความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ
 


Gallery – Where art tells the story

นอกจากตัวงานศิลปะและตัวศิลปินแล้ว ช่องทางหรือสถานที่ในการรับชมก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งเราสามารถแบ่งสถานที่จัดแสดงงานศิลปะออกได้ตามจุดประสงค์เป็น 3 ประเภทหลัก

 
Artist-run space – เป็นสถานที่จัดแสดงงานเพื่อโปรโมตให้กับศิลปินหน้าใหม่ที่ยังไม่มีโอกาสมากนัก ซึ่งมักรวมตัวกันเพื่อแชร์ค่าใช้จ่ายในการจัดแสดงงาน เน้นการสร้างชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จักให้กับผู้ชม
Gallery – สถานที่ยอดฮิตที่ทุกคนน่าจะต้องเคยไปเดตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จุดประสงค์เพื่อจัดแสดงงานและเป็นตัวกลางในการซื้อและขายงานศิลปะ โดยแกลเลอรีมักทำงานร่วมกับศิลปินในลักษณะที่หักค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อ-ขายงานเท่านั้น
Museum – พิพิธภัณฑ์ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ สร้างขึ้นโดยภาครัฐบาลหรือภาคเอกชน แต่จุดประสงค์หลักนั้นไม่ต่างกัน นั่นคือเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรม
 

ต้องสร้าง ต้องกิน ต้องใช้

ค่าตอบแทนของวงการศิลปะดูจะเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสำคัญ คุณเจื้อยได้แบ่งประเภทของค่าตอบแทนในสมการเป็น 
1. เงินเดือน – เป็นค่าตอบแทนของลูกจ้างประจำ เช่น พนักงานในแกลเลอรี 
2. ฟรีแลนซ์ – ได้เงินเมื่อจบงาน แล้วแต่การตกลงเจรจาร
3. ค่าคอมมิชชั่น – ส่วนแบ่งจากการขาย ซึ่งอยู่ที่การตกลงกันว่าจะมากหรือน้อยเท่าไร
 

ออกไป

สุดท้ายสำหรับคนที่สนใจอยากเข้ามาโลดแล่นในวงการนี้ คุณเจื้อยแนะนำว่าให้เอาตัวเองเข้ามาคลุกคลีในวงการเยอะๆ ไปดูงานบ่อยๆ เพื่อจะได้หาต้นแบบในวงการให้เราได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน และรู้จุดเด่นและจุดด้อยของเราเพื่อที่จะได้เอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ถูกต้อง 
 
บทเรียนดีๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ  Creative Career 2020: The Future of Jobs  ที่มี 10 คอร์สออนไลน์เรียนฟรีที่ Creative Economy Agency (CEA ) ร่วมกับ 10 บริษัทอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับขั้นตอนการทำงานสุดมันส์ เพื่อให้ทุกคนได้พบเส้นทางอาชีพและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ให้กับอนาคตของตัวเอง 
 
สำหรับใครที่อยากเรียนแบบเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://academy.cea.or.th/courses/11/info
 
เรียบเรียงโดย เมธัส ไกรฤกษ์
Category Tags
Business & Industrial
Share this Article !