เบื้องหลังถังขยะญี่ปุ่น

26 August 2020 | TCDC | CREATIVE PROCESS

 

ทริปที่คุณเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นครั้งล่าสุด คุณประทับใจอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม ?

"อากาศดี"
"อาหารอร่อย"
"ความสะอาด"
"ความเป็นระเบียบ"

ถ้าเป็นเรื่องอาหารและอากาศ หลายคนน่าจะทราบดีว่าวัฒนธรรมและภูมิอากาศที่ประเทศญี่ปุ่นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แต่เรื่องของความสะอาดและความเป็นระเบียบ โดยเฉพาะกับ ‘การจัดการขยะ’ อาจจะยังเป็นสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ เราขออาสาพาไปขุดคุ้ยเบื้องหลังถังขยะในประเทศญี่ปุ่น ตอบคำถามที่ว่า ‘ทำไมคนญุี่ปุ่นถึงจัดการขยะได้ดีกันโดยพร้อมเพรียง?’ สามารถแกะ-แยก-ล้างบรรจุภัณฑ์ก่อนจะทิ้ง ใช้สีถุงขยะตามประเภท และยังทิ้งขยะแต่ละประเภทในวันที่กำหนดได้ 

 

ทิ้งขยะผิดอาจโดนตำรวจจับได้ !

เริ่มต้นจากกฎหมายของญี่ปุ่นที่มีความเคร่งครัดมาก ถึงขนาดติดกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่ามีใครทิ้งขยะผิดหรือไม่ ตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักศึกษาไทยในประเทศญี่ปุ่นที่แอบเอาขยะจากหอพักตัวเองมาทิ้งที่หอพักของเพื่อน ในวันที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บขยะจากหอพักนั้นไปก่อนหน้าแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่รู้ได้ทันทีว่าเป็นขยะถุงนี้มาจากหอพักอื่น เจ้าหน้าที่จึงแกะถุงขยะเพื่อหาร่องรอยของหลักฐานที่จะสืบถึงเจ้าของถุงขยะใบนี้ให้ได้ ตามด้วยการแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบทันที นักศึกษาเจ้าของถุงขยะใบนั้นจึงถูกบันทึกข้อมูลและได้รับการตักเตือนถึงเรื่องการทิ้งขยะ ซึ่งในกรณีนี้อาจโดนจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 10 ล้านเยน หรือประมาณ 3 ล้านบาทเลยทีเดียว ด้วยกฎหมายที่แรงและเจ้าหน้าที่ที่เอาจริงเอาจังทำให้ทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ต่างต้องปรับพฤติกรรมไปตามกฎอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ภาพโปสเตอร์คำเตือนการทิ้งขยะที่ผิดกฏหมายและค่าปรับ
ที่มาภาพ : https://www.city.niihama.lg.jp/soshiki/gomi/fuhoutouki.html

 

ลดขยะ ด้วยการลดถังขยะ

หากใครเคยไปญี่ปุ่นและลองสังเกตดูจะเห็นว่าที่ญี่ปุ่นแทบจะไม่มีถังขยะสาธารณะเลย จะมีเฉพาะบริเวณจุดสำคัญอย่างสถานีรถไฟ ตู้ขายอัตโนมัติ ร้านสะดวกซื้อ แล้วถ้าใครมีขยะติดตัวมาก็ทำได้แค่เก็บขยะชิ้นน้อยใส่กระเป๋านำไปทิ้งที่บ้านหรือหอพักของตัวเอง พฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นทำกันเป็นปกติ 

สาเหตุที่หาถังขยะได้ยากนั้นมาจากเหตุก่อการร้ายในปีค.ศ. 1995 มีผู้ประสงค์ร้ายปล่อยก๊าซซารีนในรถไฟใต้ดินในโตเกียว มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก รัฐบาลจึงออกมาตรการการป้องกันโดยการนำถังขยะออกไปจากที่สาธารณะ ลดพื้นที่จุดเสี่ยงที่คนร้ายอาจนำอาวุธมาซ่อนได้ เมื่อถังขยะลดลงจำนวนขยะก็ลดลงตามไปด้วย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการมีถังขยะอยู่มากก็ยิ่งทำให้มีจุดที่ขยะเกลื่อนกลาดมากขึ้น และยิ่งถ้าเป็นวันที่มีลดพัดแรงด้วยแล้ว จุดทิ้งขยะกลายจะเป็นที่ที่มีขยะปลิวเรี่ยราดเต็มไปหมด และเป็นการสร้างพฤติกรรมเลียนแบบในสังคมที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปมา ทิ้งขยะอย่างไร้ระเบียบเช่นกัน เมื่อถังขยะระหว่างทางน้อย ผู้คนก็ต่างต้องดูแลขยะตัวเองให้ถึงที่หมายปลายทาง 

ภาพถังขยะที่วางไว้เฉพาะจุด
ที่มาภาพ : https://matcha-jp.com/jp/3618?page=2

 

จ่ายเงินเพื่อทิ้งขยะ

การทิ้งขยะชิ้นใหญ่อย่างเฟอร์นิเจอร์ เตียงนอน ตู้ใบใหญ่ เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ชาวญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินให้สำนักงานเขตเพื่อบริการนำขยะเหล่านี้ไปทิ้ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของสิ่งของ คนที่จะทิ้งต้องซื้อสติกเกอร์ตามราคาของขนาดสินค้า แล้วนำมาติดลงบนของชิ้นนั้น อย่างนักศึกษาที่กำลังจะกลับประเทศต้องจ่ายเงินเพื่อจัดการขยะถึง 30,000 เยน หรือประมาณ 10,000 บาท ไม่ใช่แค่การทิ้งที่ต้องเสียเงิน แต่การนำของไปขายต่อที่ร้านมือสองอาจต้องเสียเงินเช่นกัน ถ้าปีสินค้านั้นมีอายุเก่าเกินไป ผู้ขายต้องจ่ายเงินเพื่อให้ทางร้านนำของของเราไปรีไซเคิล ขั้นตอนที่ถูกออกแบบมาให้ยุ่งยากและตามมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาแพงเช่นนี้ เป็นการสร้างบทเรียนให้ผู้บริโภคคิดมากขึ้นทุกครั้งในการซื้อของว่า ‘ของที่ซื้อมานั้นจะใช้คุ้มค่าแค่ไหน และของชิ้นนั้นจะไปจบลงเป็นขยะแบบใด สร้างภาระให้กับตัวเอง สังคม และสิ่งแวดล้อมหรือไม่’


สติกเกอร์กระดาษไปแปะบนสิ่งของที่เราจะทิ้ง
ที่มาภาพ : https://pimlicoblog.com/kyoto-futonsutekata/

 

ออกแบบดี เปลี่ยนโลกได้

นอกจากกฎข้อบังคับที่ส่งผลต่อพฤติกรรมชาวญี่ปุ่น งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีก็ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญ อย่างบรรจุภัณฑ์ที่สามารถแยกชิ้นส่วนได้ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพียงชนิดเดียว (Single Material) ออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถทิ้งได้ในทีเดียวโดยไม่ต้องแยกชิ้นส่วน การจัดการขยะที่ดีเช่นนี้ต้องมาจากต้นทางที่ดี ที่นักออกแบบและผู้ประกอบการสามารถมีส่วนร่วมได้ โดย ‘คำนึงถึงชีวิตหลังการใช้งานของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์’ เพื่อช่วยลดปริมาณชิ้นส่วนขยะ และส่งเสริมให้ผู้ใช้งานจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพในวิถีที่ง่ายที่สุด

ตัวอย่างฝาพลาสติกที่สามารถแยกจากกล่องนมได้
ที่มาภาพ : จิตรลดา เอื้อชลิตนุกูล

 

ส่งต่อไป ให้เกิดประโยชน์

อีกทางเลือกนอกจากการจัดการของที่ไม่ต้องการแล้วให้เป็นขยะ คือ ‘การส่งต่อสิ่งของ’ มีทั้งการให้คนในเครือข่ายทั้งที่รู้จักกันหรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือขายต่อให้ร้านมือสองเพื่อนำสินค้าสภาพดีมาจำหน่ายในราคาที่ถูกลง ในประเทศญี่ปุ่นเองมี ‘ตลาดนัดขายของมือสอง’ หลายแห่งจะมาเปิดร้านในทุก ๆ เดือน  มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องใช้โบราณ อย่างชุดกิโมโน ดาบซามูไร นอกจากจะพบเจอสินค้าราคาถูกแล้วสินค้าบางอย่างยังเป็นที่น่าเก็บสะสม เป็นของหายาก หรือมีคุณค่าทางจิตใจ เป็นการส่งต่อให้แก่ผู้ที่เห็นคุณค่าได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อ  

ภาพเพจเฟซบุ๊ก Kyoto Sayonara นำของมาแจกให้คนรับไปใช้ต่อ
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/groups/1512200285700986/

ภาพเพจเฟซบุ๊ก Kyoto Sayonara นำของมาแจกให้คนรับไปใช้ต่อ
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/groups/1512200285700986/

 

ด้วยพฤติกรรมการนิยมสินค้ามือสองของชาวญี่ปุ่น จึงเกิดเป็นตลาดสินค้ามือสองออนไลน์ในรูปแบบแอปพลิเคชันอย่าง ‘Mercari’ เป็นแอปพลิเคชันตัวกลางในการซื้อ-ขายสินค้ามือสอง ผู้ขายจะต้องระบุถึงประเภทของสินค้า ระดับสภาพสินค้าอย่างละเอียด ทำให้ผู้ซื้อได้สินค้าคุณภาพดีในราคาถูก และในฐานะผู้ขายก็ได้ส่งต่อให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ต่อแถมได้เงินคืนกลับมา (เพราะการนำไปทิ้งอาจจะต้องเสียเงินมากกว่า) ถือว่าเป็นที่พึงพอใจสำหรับทุกฝ่าย แอปพลิเคชันนี้ยังมีระบบเครดิต ช่วยให้ลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถ 'ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง’ วงเงินสูงสุดของแอปพลิเคชันที่ให้บริการคือ 10,000 เยน หรือประมาณ 3,000 บาท เลยทีเดียว

 

ที่มาภาพ : https://www.mercari.com/jp/help_center/article/44/
 

เบื้องหลังของถังขยะในประเทศญี่ปุ่นทำให้เราเห็นว่า พฤติกรรมของคนญี่ปุ่นที่เป็นระเบียบ มีความสะอาด จนเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนร่วมใจกันปฎิบัติได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวมของคน แต่อีกส่วนที่สำคัญคือ ‘การออกแบบนโยบายและการจัดการในภาพใหญ่’ ที่ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการจัดการขยะที่จริงจัง ร้านค้าที่ให้ความร่วมมือ นักออกแบบและผู้ประกอบการที่คำนึงถึงการผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้การจัดการขยะเป็นไปได้ ไปจนถึงบริษัทยุคใหม่ที่เห็นโอกาสของการสร้างธุรกิจที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกไปด้วย เพราะการจัดการขยะไม่ใช่แค่เรื่อง ‘แยกขยะ’ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการยืดอายุการใช้งานของสิ่งของ ชะลอการกลายเป็นขยะของสิ่งของให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง

เราต่างหวังว่าสักวันหนึ่งประเทศไทยของเราจะเป็นประเทศที่เป็นระเบียบและสะอาดน่ามองทัดเทียมประเทศญี่ปุ่น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเราเองยังไม่เริ่มลงมือทำ ในฐานะประชากรลองหันกลับไปดูถังขยะในบ้านวันนี้ มีอะไรที่เข้าไปอยู่ในถังนั้นก่อนเวลาอันควร และเราสามารถจัดการถังขยะของเราให้ดีขึ้นยังไงได้บ้าง (อย่างการแยกถุงขยะเศษอาหารออกจากขยะประเภทอื่น) หรือในฐานะนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการเราจะสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการ ลด(จำนวน) - แยก(ประเภท) - ยืด(อายุ) ของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ได้บ้างไหม ?

เรื่องโดย จิตรลดา เอื้อชลิตนุกูล 
เรียบเรียงโดย โศภิษฐา ธัญประทีป

ที่มา :
https://worldpopulationreview.com/
http://www.nso.go.th/sites/2014/DocLib13/
https://www.google.com/search?

 


 

 
Category Tags
Business & Industrial
Share this Article !