หอมรัญจวน ชวนทานเทียนเสวย

03 July 2020 | TCDC | KNOW WHO

ขนมโบราณของฝากขึ้นชื่อเมืองอุตรดิตถ์ เพียงแค่นึกถึงกลิ่นหอมก็ลอยมา แน่นอนว่านั่นคือ “ขนมเทียนเสวย” ขนมชื่อดังจากความสามารถของคุณชิดดวง กนกมณี ผู้รังสรรค์ขนมที่ไม่ได้มีอยู่ในตำราใดขึ้นมาจากการเสาะหาวัตถุดิบ และภูมิปัญญาดั่งเดิมด้วยความพิถีพิถัน จนได้เป็นขนมเทียนเสวย เคล็ดลับที่สืบทอดต่อกันมาจนเป็นมรดกของครอบครัว สู่ทายาทรุ่นที่ 3 ที่ยังคงรักษาวิถีดั่งเดิมไว้เป็นเวลากว่า 52 ปี เพื่อให้ได้ขนมที่มีความหอม นุ่ม และอร่อย จนเป็นตำนานของฝากขึ้นชื่อเมืองอุตรดิตถ์ หากใครก็ตามที่ได้แวะเวียนไปอุตรดิตถ์ คงไม่พลาดที่จะซื้อขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณีติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน


คุณค่าเทียนเสวย

คุณชิดดวง กนกมณี บุตรคนที่สองของ พระยาอัธยาศัยวิสุทธิ์ (โชติ กนกมณี) อดีตเจ้าเมืองอุตรดิตถ์ ด้วยกิจวัตรของหญิงสาวในอดีตตามสมัยนิยมมักมีทักษะความสามารถเก่งงานบ้านงานเรือน ซึ่งคุณชิดดวงเป็นผู้ที่มีฝีมือและเสน่ห์ปลายจวักในการทำอาหารที่โดนเด่น ได้รังสรรค์มื้อสำรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองจนมีชื่อเสียง ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบัน สำรับของคุณชิดดวง คงเป็นแคทเทอร์ริ่งชื่อดังของอุตรดิตถ์ จนเมื่อหลังเกษียณอายุราชการ ของพระยาอัธยาศัยวิสุทธ์ ในปีพ.ศ. 2476 ครอบครัวกนกมณีตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่เมืองอุตรดิตถ์ และจุดเริ่มต้นของขนมเทียนเสวยจึงได้เริ่มต้นขึ้น ในปีพ.ศ. 2511 คุณชิดดวงใช้ทักษะและต่อยอดความสามารถในการทำอาหารคาวหวาน คิดค้นวิธีการทำขนมตำรับไทยแท้ๆ จากแป้งข้าวเหนียว กลายเป็นขนมเทียนไม่มีไส้ แต่คลุกงาเพื่อความหอม จนเป็นเอกลักษณ์ของขนมเทียนเสวย 


เมื่อปี พ.ศ. 2531 ขนมเทียนเสวยของคุณชิดดวงได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนไปเผยแพร่ความงามของขนมไทย ณ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในงาน Festival of Thailand จากคำเชิญของหลายหน่วยงาน เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมศิลปาการ เป็นต้น จนได้รับคำชื่นชมในความอร่อยและยังคงความหอมนุ่มของขนมเทียนเสวย เป็นที่ยอมรับของชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนั้นยังเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง เมื่อหลายครั้งที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือจังหวัดใกล้เคียง จะต้องรับสั่งให้คุณข้าหลวงมาซื้อขนมเทียนเสวยของคุณชิดดวงเสมอ เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวอุตรดิตถ์และบ้านกนกมณีเป็นอย่างยิ่ง

 

รังสรรค์โบราณกาล

ในสมัยก่อนวัตถุดิบหลักอย่างแป้งข้าวเหนียว ต้องอาศัยโม่หินโบราณ จากข้าวเหนียวแช่น้ำค่อยๆ หยอดลงไปในโม่หินที่ละนิด หมุนโม่ไปเรื่อยๆ แข็งกับเข็มวินาทีของนาฬิกาที่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง เม็ดข้าวเหนียวถูกบดรวมกับน้ำจนได้เป็นแป้งสด พักทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้ตกตะกอน ก่อนจะนำแป้งสดที่ได้ มากวนกับกะทิในกระทะทองเหลืองด้วยไฟอ่อนๆ เพิ่มความหวานละมุนคลุกเคล้าน้ำตาลไม่ฟอกสี ที่ต้องใช้ความอดทนกวนจนส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน และจับตัวเหนียวนุ่มน่ารับประทาน เมื่อได้เนื้อขนมเทียนเหนียวนุ่มตามต้องการ ถึงขั้นตอนการสร้างเสน่ห์ด้วยการนำไปอบควันเทียนทิ้งไว้อีกคืน ก็จะได้เนื้อขนมที่หอมละมุน พักไว้ให้เย็นก่อนจะนำไปห่อ ยังมีอีกวัตถุดิบเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ คือต้องนำไปคลุกกับงาขาว งาขาวที่ผ่านการคั่วด้วยฟืนให้สุกเหลืองจนมีกลิ่นหอมงาคละคลุ้งไปกับเนื้อขนม ตัดเป็นชิ้นพอดีคำและนำไปอบควันเทียนอีกครั้ง เมื่อพักจนเย็นจึงห่อด้วยใบตองทรงกลม ม้วนให้ได้ทรงกรวยแหลมเหมือนกับเปลวเทียน เป็นขนมรูปทรงเอกลักษณ์ ได้รับความชื่นชมในความอร่อย นุ่มนวล หอมกรุ่นแสนเย้ายวนชวนให้ทาน


 

องค์ประกอบของกลิ่น

ความละเมียดละไมของการใช้ชีวิตในสมัยก่อนที่วิถีชีวิตไม่เร่งรีบและเต็มไปด้วยพิธีรีตอง สังเกตได้จากการใส่ใจในรูป รส กลิ่น ที่ส่งออกมาสู่ประสาทสัมผัสต่างๆ เครื่องหอม น้ำอบ น้ำปรุง เครื่องบ่งบอกถึงรสนิยมและความใส่ใจในกลิ่นหอมธรรมชาติ ส่งอิทธิพลไปยังอาหารคาวหวานด้วย นอกเหนือไปจากกลิ่นหอมของวัตถุดิบหลักๆ ของขนมไทย เช่น ข้าว แป้ง กะทิ น้ำตาล งา ที่มีความหอมอยู่แล้ว เรายังเห็นกรรมวิธีที่พิถีพิถันเพื่อเพิ่มความหอมด้วยการอบควันเทียน หรือลอยดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดหอมเช้า บางชนิดก็หอมกลางคืน บางชนิดเมื่อลนไฟก็จะได้กลิ่นที่ต่างออกไป จึงยิ่งเป็นเอกลักษณ์ของกระบวนการที่งดงามของขนมไทย ความหอมของขนมเทียนเสวยเป็นดั่งเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะ ตัวใบตองที่แห้งหลังจากถูกรีดด้วยเตาถ่าน จะยิ่งทำให้ขนมหอมกลิ่นใบตอง ในส่วนของเนื้อขนม น้ำกะทิที่ต้องลอยมะลิและกระดังงาลนไฟหอมข้ามคืน เมื่อเช้าจึงค่อยนำมากวนกับแป้ง  หรือแม้แต่แป้งที่กวนทุกส่วนผสมให้เข้ากันจนเป็นขนมเทียนเสวยแล้ว ก็ต้องถูกนำไปอบควันเทียนอีกครั้งหลังจากคลุกงาที่คั่วมาหอมได้ที่ เมื่อนำมาห่อทุกส่วนประกอบรวมกันจึงทำให้ขนมเทียนเสวยมีเอกลักษณ์ในความหอมถึงแม้จะยังไม่ทันได้เปิดทาน  เป็นการใส่ใจถึงกลิ่นหอมในทุกขั้นตอนของการทำอย่างแท้จริง จนบางครั้งทานขนมหมดไปแล้วแต่ยังคงเก็บใบตองไว้ เพราะหลงใหลในกลิ่นหอมนั้นอยู่

 

ใบตองไม่ใช่ของกล้วยๆ

เคล็ดลับของความอร่อย ไม่ได้อยู่ที่กระบวนการที่พิถีพิถันจากขนมเพียงอย่างเดียว แต่ขนมเทียนเสวยของคุณชิดดวงผ่านกระบวนการคิดตั้งแต่การเสาะหาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์อย่างใบตองที่ใช้สำหรับห่อขนม ไม่ใช่ใบตองทั่วไปเก็บจากแถวบ้านก็ได้ แต่ต้องเป็นใบตองป่า จากปางต้นผึ้งแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นในอุตรดิตถ์ โดยจะเลือกใช้ใบที่ไม่แก่หรือไม่อ่อนจนเกินไป คำโบราณเรียกว่า ใบเพสลาด ที่ต้องนำมาตัดเป็นวงกลมและรีดด้วยเตาถ่านโบราณให้เรียบ เคล็ดลับนี้ยังเพิ่มความหอม และยังช่วยให้ใบตองคายน้ำไม่แตกง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ขนมมีอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น เนื่องจากใบตองที่ถูกรีดจะคายความชื้นออกมา ผึ่งไว้ให้เย็นและแห้งข้ามคืน ก่อนที่จะนำมาห่อขนม ทำให้ขนมเทียนเสวยมีอายุยาวนานกว่าขนมไทยทั่วๆ ไป อีกทั้งยังคงความหอมใบตองได้ยาวนาน

 



 

กินขนม ชมของเก่า

หากมีโอกาสได้แวะเวียนไปอุตรดิตถ์ บ้านกนกมณีนอกจากจะมีขนมอร่อยๆ ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองแล้ว บ้านหลังเดิมหนึ่งในสามหลังที่เคยเป็นเรือนที่อยู่อาศัยในพระยาอัธยาศัยวิสุทธิ์ ที่ท่านสร้างไว้ให้ลูกหลานหลังเกษียณอายุตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2476 ซึ่งปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปีพ.ศ. 2562 พร้อมเปิดรับผู้เยี่ยมชมทุกท่าน ให้ได้รู้จักที่มาที่ไปของขนมโบราณ ตามคอนเซ็ปต์ “กินขนม ชมของเก่า” เมื่อทายาทได้รวมรวมของโบราณมรดกตกทอด หรือแม้แต่ภาพถ่ายสมัยก่อนของเมืองอุตรดิตถ์ นำมาจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ห้อง ได้แก่ ห้องคุณตา รวบรวมข้าวของเครื่องใช้โบราณของบุรุษ ห้องทำงานของพระยาอัธยาศัยวิสุทธิ์ หมวกในราชการงานพิธี หมวกส่วนตัว หีบบุหรี่ เฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ อีกห้องคือห้องของสตรี จัดแสดงถ้วย ชาม เครื่องครัว ตำหรับตำราอาหาร เตารีดโบราณที่ปัจจุบันยังคงใช้งาน ซึบซับบรรยากาศพร้อมทานขนมอร่อยๆ เป็นตำนานจากฝีมือพรสวรรค์ในการทำอาหารสู่อาชีพ จนกลายเป็นขนมขึ้นชื่อที่ฝากไว้ให้เมืองอุตรดิตถ์ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 


 

Sensory Experience

หากท่านใดอ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้ว รู้สึกต้องการจะทานเหลือเกิน นั่นอาจเป็นเพราะ คุณได้ผ่านประสบการณ์ทานขนมเทียนเสวยมาแล้ว และคุณก็สามารถจดจำในรสชาติ จดจำในความหอมของขนม จดจำรูปลักษณ์ขนมที่แปลกตา และจดจำความนุ่มที่ได้สัมผัส นี่จึงเป็นจุดเด่นในการสร้างประสบกาณ์ให้กับลูกค้า แบรนด์หลายๆ แบรนด์ใช้เป็นเทคนิคทางการตลาดเพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ ด้วย Sensory ประสาทสัมผัสทั้ง 5 รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหนประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้มาตราฐานในคุณภาพของสินค้าหรือบริการ 


ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องขับรถไปถึงอุตรดิตถ์ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถทานขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี ได้แล้ว เพียงเข้าไปยัง เฟสบุ๊ค เพจ “ขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี” และสามารถสั่งซื้อขนมอร่อยๆได้ ส่งตรงถึงบ้าน

 

ขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี

165/2 บรมอาสน์ ถนนบรมอาสน์ ซอย 2 ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
https://www.facebook.com/baankanakamani/
เปิดเวลา 07.00 - 19.00 น. 
โทร 0819240934 
 
เรียบเรียงโดย พัทธ์ธีรา จตุรงศรีพัฒน์

Category Tags
Business & Industrial
Share this Article !