Mirror กระจกวิเศษ ส่องกระจกก็ Fit ได้

29 May 2020 | TCDC | CREATIVE PROCESS

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 นี้ทำให้โลกจำเป็นต้องเกิดการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปิดชั่วคราว และถึงเปิดมาก็ต้องหาวิธีจัดการเรื่องสุขอนามัย ไปจนถึงการรักษาระยะห่างเอาไว้ เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจเสียรายได้ รวมไปถึงธุรกิจอย่างศูนย์ออกกำลังกายหรือฟิตเนส ที่จะมีสมาชิกที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลเข้ามาใช้งานอย่างใกล้ชิดกัน ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อยู่ในสถานที่ที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ในสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไรให้ธุรกิจอย่างฟิตเนสดำเนินต่อไปได้ ?

ฟิตเนสหลายแห่งมี live streaming class ออกมาในทันที ให้สมาชิกสามารถเข้าคลาสได้ผ่านการดู Live เล่นตาม instructor อยู่ที่บ้านของตัวเอง ในช่วงแรกๆ ที่มีมาตรการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาตินั้น สมาชิกไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว เข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ เข้าใจว่าฟิตเนสพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้อยู่บ้านและยังได้ออกกำลัง ได้มีปฏิสัมพันธ์กับฟิตเนสอยู่

อย่างไรก็ตาม คนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นไปด้วย เช่น ออกกำลังกายตาม instructor บน YouTube ที่มีให้เลือกหลากหลาย ที่มี channel บน YouTube มีหลักสูตรและวิธีการสอนที่สั่งสมมานาน บ้างก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันสำหรับออกกำลังมาใหม่ หรือบางคนก็สั่งซื้ออุปกรณ์ออกกำลังต่างๆ มาเล่นเองเมื่อต้องกักตัวอยู่บ้าน ทำให้พบว่าอยู่บ้านเราก็สามารถออกกำลังกายได้ จนอยากตั้งคำถามว่า ทำไมคนเราถึงยอมจ่ายค่าสมาชิกเพื่อไปฟิตเนส แท้จริงแล้วคนไป ฟิตเนสเพื่ออะไร ? ถ้าคนอยากได้ความฟิตเฟิร์มและสุขภาพที่ดีเป็นผลลัพธ์ ทำไมเลือกไปฟิตเนส ?

หากเราลองแบ่งเหตุผลในการไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสของคนจะพบว่า จะมีคนที่ไปฟิตเนสเพราะมีอุปกรณ์ที่ครบครัน  หรือเพราะมีคลาสที่สนุก หรือมี instructor คอยบิ๊ว หรือไปเพราะไปเข้าสังคมพบปะเพื่อนฝูง
ซึ่งหากดูดีๆ แล้ว ด้วยเหตุผลเหล่านี้จะสามารถแบ่งเป็น benefit ที่จะได้เมื่อ ไปที่ฟิตเนสเท่านั้น เช่น เพราะมีอุปกรณ์ที่ครบครันแบบที่บ้านไม่มี หรือไปเข้าสังคมพบปะเพื่อนฝูง แต่ยังมี benefit อีกจำพวกที่สามารถหาได้โดยไม่ต้องไปที่ฟิตเนส เช่น มีคลาสที่สนุก มี instructor คอยบิ๊ว ซึ่งเราสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ ทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว เราสามารถได้รับประสบการณ์นี้โดยไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนสก็ได้นี่!!!

‘Mirror’ คือคำตอบสำหรับโจทย์นี้ เราสามารถได้รับ benefit ของการออกกำลังที่ได้จากฟิตเนสโดยไม่ต้องไปฟิตเนส และยังมีส่วนที่พัฒนาเพิ่มเติมให้ดีกว่าการไปสถานที่จริงเข้าไปให้อีกด้วย

what
Mirror เป็น startup จาก New York เพิ่งเกิดขึ้นจริงจังเมื่อปี 2019 นี้เอง ผลิตภัณฑ์ที่ขายคือ smart device ที่มาในรูปแบบของกระจก ที่พ่วงมากับ application การออกกำลังกาย ที่มี fitness class จำพวก group class ที่มีความหลากหลาย

why 
ทำไมต้องมีสิ่งนี้ มาจาก insight อะไร
การออกกำลังแบบ group class  หรือ boutique fitness เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นมามากทั่วโลก ทั้งทางฝั่งอเมริกาหรือประเทศไทยเอง  โดยจะสังเกตได้ว่าคนจำนวนมากโดยเฉพาะสาวๆ มักเลือกไปเป็นสมาชิกสถานที่ออกกำลังที่มีคลาสใหม่ๆที่สร้างสรรค์ เช่น Barre class, Pilates หรือ Dance Studio มากกว่าเลือกเป็นสมาชิกที่ฟิตเนสแบบเก่า เพราะพวกเขาไม่ได้สนใจเล่นเครื่องออกกำลังใหญ่ๆ หนักๆ ที่ต้องไปต่อแถวรอคิวพวกผู้ชายมากนัก คลาสเต้น หรือออกกำลังเข้าจังหวะโดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กจึงตอบโจทย์มากกว่า

who
คนที่อยากออกกำลังกาย แต่ไม่อยากเดินทาง ต้องการกำหนดเวลาที่ต้องการเอง แต่ยังต้องการประสบการณ์ที่สนุกและแรงจูงใจ เหมือนไปออกที่สถานที่จริง

how
เพียงติดตั้ง mirror ที่มีหน้าตาเป็นกระจกเงาเรียบกริบ ขนาดส่องได้เต็มตัว ไว้ที่ผนังในบริเวณที่มีพื้นที่ไว้กระโดดโลดเต้นหน้ากระจกสักหน่อย ส่วนการทำงานขอ mirror คือ ผู้ใช้เลือกโปรแกรมออกกำลังที่ต้องการ เราจะออกกำลังหน้ากระจก เห็นทั้งภาพของ instructor และภาพเงาของเราผ่านกระจก มี sensor จับการเคลื่อนไหว instructor เรียกชื่อเราเพื่อแนะนำท่าออกกำลังของเราให้ถูกต้อง มีการเชียร์และให้กำลังใจเหมือนในคลาสจริงๆ แต่ดีกว่าตรงที่ เป็นเสมือน 1 on 1 class เพราะเซ็นเซอร์จะจับท่าทางของเราได้ด้วย รวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ สถิติส่วนตัวต่างๆ ไว้ ส่วนเวลาที่ปิด Mirror หน้าตาก็เหมือนกระจกเงาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมหรือเกะกะอะไร

when
หากย้อนกลับไป 6 เดือน สิ่งนี้อาจเป็นแค่ nice to have เป็นเพียงตัวเลือกนึงของคนรักสุขภาพไฮเทคเท่านั้น แต่มาตอนนี้คนหลายคนจะเริ่มคิดใหม่ จากของที่ดูไม่จำเป็น อาจจะกลายเป็นของจำเป็นแทนการเป็นสมาชิกตามฟิตเนสได้ด้วยซ้ำ

 
ราคาล่ะ เจ้า Mirror นี้มีราคาค่อนข้างสูงถึง 1,495 USD (ประมาณ 48,000+ บาท) และลูกค้าต้องจ่ายอีก 39 USD (ประมาณ 1,300 บาท) ต่อเดือน เพื่อเข้าถึงคลาสต่าง ๆ
ความคิดแรกที่คนจะคิดคือ การออกกำลังหน้า Mirror นี้จะต่างอะไรกับการออกกำลังหน้า TV ดูคลิป ใน YouTube ดังนั้น challenge คือจะต้องหาข้อดี ที่ดีกว่าการออกกำลังตาม YouTube (ที่ฟรี) และยิ่งไปกว่านั้น ต้องมีข้อที่ดีกว่าการไปฟิตเนสของคนด้วยซ้ำ ซึ่งเจ้า Mirror ก็ขายด้วยการเก็บ Personal data และ 1 on 1 class ซึ่งสิ่งนี้ เราไม่ได้รับเมื่อเราไปฟิตเนสแบบเดิม

หากมองมุมของ Mirror ดูมีแต่ข้อดี เพราะมีโอกาสในการขายอุปกรณ์เสริมเช่นเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจที่เชื่อมกับ Mirror หรือแม้แต่อุปกรณ์ออกกำลังที่ใช้ในคลาส ...แต่เส้นทางธุรกิจไม่เคยง่าย

เพราะในขณะเดียวกันก็มีอีกแบรนด์หนึ่ง คือ Echelon แบรนด์ผู้ทำเครื่องออกกำลัง smart device สำหรับคนออกกำลังที่บ้านเช่นกัน ออกผลิตภัณฑ์ชื่อ Echelon Reflect  เป็น smart mirror ที่มาพร้อม app ของตัวเองเช่นกัน ที่สำคัญ Echelon เหมือนจะไปไกลกว่าตรงที่มีเครื่องปั่น (connect bikes) เครื่อง row (smart rower) ขายด้วย  

นอกจากนี้คู่แข่งก็ไม่ได้มีแค่ device กระจกเพียงอย่างเดียว หากเราจะนับคู่แข่งการออกกำลังกายที่บ้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น live action game อย่าง app ชื่อ Home Court ที่เป็นการฝึกและการออกกำลังแบบ interactive เพียงใช้ smartphone หรือ เครื่องเกมอย่าง nintendo switch ที่เป็นที่นิยมขึ้นมากในช่วงที่กักตัวอยู่บ้าน

แผนการตลาดหรือการขยายธุรกิจของกระจกวิเศษของทั้งสองเจ้าเป็นอย่างไรไม่รู้ และเราเชื่อว่าน่าจะโตไม่ยาก นอกจากนี้เรายังมองว่าตลาดจะกว้างขึ้นอีกมาก หากแต่ละเจ้าไม่มองกระจกและแอพพลิเคชันของตัวเองเป็นสินค้าสำหรับ end user อย่างเดียว หากแต่มองว่า mirror นี้เป็น B2C product ด้วย การขยายไปเป็น partner กับฟิตเนสแบรนด์ต่างๆ เพื่อขายช่องโปรแกรม เหมือนขาย iphone และให้ลูกค้าเลือกซื้อ application เอง เทียบกระจกเป็น iphone และให้ลูกค้าสามารถเลือก subscribe โปรแกรมจากฟิตเนสค่ายต่างๆ ได้เอง เป็นการสร้างความหลากหลายของคลาส และเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า

New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นสำหรับเรื่องการออกกำลัง คือคนเริ่มเห็นข้อดีของการออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน แม้ว่าในวันปกติพวกเราจะยังคงต้องการไปฟิตเนสอยู่ แต่หากบางวันมีเหตุที่ทำให้ไปไม่ได้ หรือขี้เกียจไป เราจะนึกถึงประสบการณ์การออกกำลังกายที่เคยได้รับทดแทนในช่วงกักตัว เช่น การมี live streaming class หรือ online training ซึ่ง สิ่งที่จะมาตอบพฤติกรรมแบบ new normal นั้น คือการผสมผสานของข้อดีทั้งจากฟิตเนสแบบเดิมและประสบการณ์แบบใหม่เข้าด้วยกัน กลายเป็นว่าคนเราจะต้องการทั้ง 2 ช่องทาง ทั้ง onsite และ online รวมเป็นประสบการณ์ตอบความต้องการและความสะดวกของเรามากที่สุด

เราเชื่อว่า fitness center จะไม่หายไป เพียงแต่จะไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมที่เคยมี จะต้องปรับตัวเพื่อตอบประสบการณ์และความต้องการของคนที่ยังคงเปลี่ยนไปทุกวัน

เรียบเรียงโดย ธนัฏฐา โกสีหเดช และ ภิรญา รวงผึ้งทอง 

Category Tags
Business & Industrial
Share this Article !