จักรกฤษณ์ อนันตกุล ในวันที่เขาเรียกตัวเองว่า Christian Illustrator

28 February 2019 | TCDC | KNOW WHO

TCDCCONNECT จับเข่าคุยกับ เหนือ - จักรกฤษณ์ อนันตกุล ณ วันที่เขาพึงพอใจกับชีวิตที่กลับมาสนิทกับพระเจ้า เหนือบอกว่าทุกวันนี้ยังคงทำงานเยอะเหมือนเดิม ความฮอตทางอาชีพไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแต่เขาค้นพบจุดยืนบางอย่างที่เพียงพอจะทำให้วันรุ่งขึ้นของเขา ‘ไม่เจ็บปวด’ และมีค่าพอที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง

 

นิยามตัวตนทางอาชีพ ณ วันนี้

ผมก็ยังเป็นนักวัดภาพประกอบครับ แล้วก็เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชานี้ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปกติแล้วผมจะทำงานคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางทีที่ลูกค้าบรีฟให้ทำโปรเจ็กท์ที่ใหญ่กว่าตัวผมมาก  แต่เขาอยากให้ผมทำคอนเซ็ปท์ให้ เช่นพวกงานโฆษณา ถ้าเป็นงานลักษณะนี้ก็จะทำร่วมกับพาร์ทเนอร์อื่น โดยผมดูในส่วนของโมชั่นกราฟิก และงานที่เกี่ยวกับอินฟอร์เมชั่นต่างๆ

 

ความสำเร็จที่พามาซึ่งจุดเปลี่ยนชีวิต

ตอนที่ผมไปพูดในงาน Debut ของ TCDC ผมตั้งใจจะแบ่งปันเรื่องนี้เป็นหลักเลยนะ

...ทุกวันนี้ผมเรียกตัวเองว่าเป็น “คริสเตียน อิลลัสเทรเตอร์” คือเรามาทำงานเพื่อสังคม (ที่มีพระเจ้านำทาง) มากขึ้น อย่างเมื่อก่อนผมทำงานสายคอมเมอเชียลประสบความสำเร็จสูงมาก  มีลูกค้าระดับ Facebook, Google, Wallpaper UK และแบรนด์ครีเอทีฟต่างชาติอีกหลายแบรนด์  ถ้าจะย้อนเล่ายาวๆ ถึงจุดเริ่มต้น คงมาจากที่ผมทำงานให้บริษัทชื่อ You Work for Them ก่อน เจ้านายตอนนั้นเป็นอเมริกันครับ ที่บริษัทนี้เราทำงานพวก stock art ไว้ขายให้กับดีไซเนอร์ทั่วโลก เป็น reference ให้ดีไซเนอร์ แต่จะเป็นงานแนว abstract หน่อย ค่อนข้าง experimental ซึ่งทำให้เราต้องมาหัดคิดเรื่องการสื่อสาร เรื่องการนำไปใช้ เผื่อไว้ให้ดีไซเนอร์ด้วย

ช่วงนั้นผมก็ได้ลองออกแบบชุดตัวอักษรต่างๆ (Typography) ก็เริ่มมีเครดิตในโลกออนไลน์ เรียกว่าเป็นช่วงที่ได้เปิดโลกกว้างที่เดียวแหละ เพราะเจ้านายเขาให้เราทำงานแบบเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ผมก็ลองเขียนไปเรื่อยๆ จนได้ประมาณ 800 กว่าตัวอักษรนะ เยอะมากเลย แล้วก็ลองเอาผสมผสานกัน มั่วบ้างเล่นบ้าง เพราะเราทำงานแบบไม่มีกรอบ (ด้วยความที่ไม่ใช่ Native English speaker) จนมันออกมาเป็นงาน typo ที่ funky มาก สนุกมาก มันทำลายเขตแดนความกลัวของผมทุกอย่าง  จะว่าไปผมต้องขอบคุณเจ้านายเก่าคนนี้นะ เขาเป็นคนที่ให้โอกาสคน ผลักดันพรสวรรค์ของลูกน้อง มันเป็นการทำงานบริษัทที่เหมือนกับการไปโรงเรียน ทำให้เรามีโอกาสสร้างงานระดับอินเตอร์หลายๆ อย่าง เช่นงานทัวร์คอนเสิร์ตของวง U2 ผมก็เคยได้ทำ

 

นิตยสาร Monocle คือก้าวกระโดดของคุณไหม

มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผมได้ไปทำงานโฆษณาด้วยนะ คือตอนนั้น  Monocle เขามาทำคอลัมน์เกี่ยวกับประเทศไทย เป็นเล่มพิเศษ เขาติดต่อผมให้มาทำอาร์ตเวิร์คในเล่มก่อน เป็นหน้าเปิดเรื่องประเทศไทยให้กับหนังสือ แต่หลังจากนั้นพอเขาได้โปรเจ็กท์ทำหนังโฆษณาด้วย เขาก็มาขอให้เราช่วยดูในส่วนของโมชั่นกราฟิกอีก