LEAST STUDIO: เปลี่ยนแผ่นรองตัดให้ใช้งานได้มากกว่าวางอยู่บนโต๊ะ

13 February 2019 | Others | KNOW WHO

แนวคิดการมองมุมต่างกับสิ่งของที่รายรอบตัวเราในชีวิตประจำวัน อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมุมมองใหม่ที่สร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างให้กับโลกใบนี้ได้ วันนี้ทางทีมงาน TCDCCONNECT ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์คุณธีรพล อัครทิวา และคุณวรัญญา นันทสันติ อดีตสถาปนิกที่ปัจจุบันกลายเป็น 2 ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Least studio

ทั้งสองคนเล่าให้ทีมงานฟังว่า แบรนด์ Least Studio เริ่มต้นมาจากกลุ่มนักออกแบบที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิดงานออกแบบที่มีความสมดุลระหว่างการดีไซน์ การใช้งาน และประสบการณ์ความรู้สึก (DESIGN – FUNCTION - EXPERIENCE) ของผู้คนไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความสุขจากการมองมุมที่ต่างและดึงเสน่ห์จากสิ่งใกล้ตัวที่อาจมองข้ามไป นำมาเสนอใหม่ในการออกแบบคอลเลคชั่นต่างๆ ของแบรนด์ Least studio จนได้รับรางวัลการันตีมากมายทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจการค้าในอีกหลายประเทศ

 

เมื่อแผ่นรองตัดแปลงร่างเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์

จากจุดเริ่มต้นของแบรนด์เริ่มมาจากสิ่งของใกล้ตัวในสตูดิโอสถาปนิก นั่นคือ “แผ่นรองตัด” ที่วางไว้บนโต๊ะเพื่อรอการใช้งาน แต่จะดีกว่าไหมถ้าแผ่นรองตัดจะทำอะไรได้มากกว่าแค่รองตัด จึงเกิดเป็นแนวคิดของการพัฒนาวัสดุใหม่ในคอลเลคชั่นแรกของแบรนด์ที่ชื่อว่า “CUTTINGMAT” ที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบจากยางพาราธรรมชาติที่พัฒนาและปรับคุณสมบัติใหม่ ให้นุ่มนวล น้ำหนักเบา แต่คงทน แข็งแรง ทนรอยขีดข่วนจากการกรีดด้วยของมีคม สามารถกันน้ำและความร้อนได้ สามารถใช้งานได้จริง และเป็นตัวเลือกของการลดการใช้หนังสัตว์แท้ได้อีกทางหนึ่ง ผ่านนิยามในการทำงานของแบรนด์ ที่ว่า ANOTHER PERSPECTIVE – การมองมุมที่แตกต่าง BALANCE – ความเรียบง่ายที่มีความสมดุลของ DESIGN – FUNCTION – EXPERIENCE ที่แสดงออกมาผ่าน product, packaging และ service และ DETAIL – ความใส่ใจตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ ในชิ้นงาน บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงภาพรวมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และประเทศ ซึ่งวัสดุยางพารารองกรีด (CUTTINGMAT) กลายเป็นทั้งเอกลักษณ์และภาพจำของแบรนด์ Least studio จนได้รับสิทธิบัตรทางด้านเคมี และรางวัลจากหน่วยงานในประเทศมากมาย

โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ที่สนใจงานด้านดีไซน์ นักศึกษานักเรียนทางด้านออกแบบ กลุ่มคนที่สนใจด้านสินค้า eco และการแปรรูปยางพารา รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านช่องทางการขายทั้งรูปแบบ offline ที่สตูดิโอของแบรนด์ ร้าน selected shop และร้านมัลติแบรนด์ต่างๆ ส่วนทาง online จะเป็นเว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ของแบรนด์

 

ทำแผ่นรองตัดให้คนนอกวงการศิลป์เข้าใจ

ด้วยการที่วัสดุยางพารารองกรีด CUTTINGMAT เป็นวัสดุใหม่ ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คนทั่วไปยังไม่คุ้นเคย ทางแบรนด์จึงพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอคุณสมบัติต่างๆ ของวัสดุมาสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น เกิดเป็นภาพจำทำให้คนรู้จักและหันมาสนใจวัสดุยางพารารองกรีด CUTTINGMAT มากขึ้น เป็นต้นว่า...

“กระเป๋าที่กันกรีดได้”
“กระเป๋าที่รอยขีดข่วนสามารถจางหายไป”
“กระเป๋าที่กันน้ำและความร้อนได้”
“กระเป๋าที่สีไม่ตกและไม่ซีดจาง”
“กระเป๋าที่ทำจากยางพาราแต่ปราศจากกลิ่นเหม็น”
“กระเป๋าที่เป็นที่รองตัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่แค่โต๊ะทำงาน”  

 

แผนการพัฒนาแผ่นรองตัดในอนาคต

ขณะนี้แบรนด์อยู่ในช่วงการขยายประเภทและสีของสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น โดยอิงตามเทรนด์ของการดีไซน์และการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก โดยวางแผนจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น และวางแผนที่จะต่อยอดวัสดุนี้ไปเป็นของแต่งบ้านที่มีมุมมองต่างในแบบ Least studio
 

 

ความคิดเห็นของแบรนด์ต่อ eco-fashion

ปัจจุบันนักออกแบบควรมองความสวยงามควบคู่ไปกับคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ถือเป็นหัวใจของการเริ่มต้นการออกแบบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจไม่เฉพาะแค่ด้าน Fashion แต่ควรมีในทุกวงการ ซึ่งหากทุกคนคิดที่จะเริ่มต้นทำด้วยกัน ก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่ส่งผลด้านบวกต่อสังคมมาก ทั้งในแง่ความสวยงาม การใช้งาน และคุณค่าที่สิ่งของที่เรียกว่า ”งานดีไซน์” นั้นจะให้อะไรต่อสังคมไม่มากก็น้อย

 

เกร็ดข้อคิดปิดท้าย

สิ่งของใกล้ตัวเรียบง่าย หากลองมองมุมที่ต่างออกไป ก็อาจเป็นคุณค่าเล็กๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมใหญ่ๆ ได้
 

อยากฝากอะไรถึงนักออกแบบรุ่นใหม่

นักออกแบบรุ่นใหม่เก่งและทันโลก โดยมีทรัพยากรที่มีศักยภาพอยู่รอบตัวที่เข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่กล้าเริ่มต้นหรือเริ่มทำในสิ่งที่อยากทำ หากแต่ควรตั้งโจทย์สำคัญในการเริ่มที่จะตอบตัวเองได้ว่า สิ่งที่เราอยากทำนั้น ผู้ใช้ สังคมและโลกของเราจะได้อะไร หากสามารถตอบตัวเองได้ นั่นถือเป็นรางวัลสำหรับการเริ่มต้นขั้นแรกที่จะบ่งบอกถึง “คุณค่า” ของสิ่งที่เรากำลังจะทำ