เจาะแนวคิดธุรกิจ QueQ (คิวคิว) แอพมาแรงของคนไม่ชอบรอคิว

04 September 2018 | Others | CREATIVE PROCESS

“การสร้างธุรกิจใหม่มีสองทางเลือกใหญ่ๆ หนึ่งคือกระโดดเข้าแข่งในสิ่งที่มีคนทำอยู่แล้วและพยายามสร้างความต่าง
หรือสองคือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยทำเพื่อแก้ปัญหา (pain point) ของผู้คนให้ได้”

ที่ผ่านมาหนึ่งใน pain point ของคนไทยจำนวนมากที่นิยมไปทานอาหารตามห้าง ก็คือการต้องรอคิวหน้าร้านเป็นเวลานานๆ เพื่อรอให้พนักงานเรียกแบบหนีไปไหนไม่ได้ เช่นจะไปห้องน้ำก็กลัวพลาด หรือจะไปซื้อของอื่นก็ต้องแยกร่างกับคนที่มาด้วยให้เข้าคิวรอแทน ฯลฯ สตาร์ตอัพไทยรายหนึ่งที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาคับอกนี้คือ QueQ (คิวคิว) เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ใช้บริการของแอพนี้กันแล้ว



QueQ ก่อตั้งโดย รังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ที่ริเริ่มไอเดียนี้ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 บนเวทีประกวด AIS Startup ซึ่งแม้จะสอบตกรวดสองปีซ้อน แต่ฟีดแบคจากเหล่ากรรมการและความขยันที่จะปรับปรุงพัฒนาไอเดียไม่หยุดหย่อน ในที่สุดโปรเจ็กท์ QueQ ของรังสรรค์ก็ได้รับการสนับสนุนจาก AIS จนได้ในปีพ.ศ.2558 รังสรรค์ย้อนเล่าให้เราฟังว่าเขาใช้เวลาหาลูกค้ารายแรกให้กับแอพนี้ถึง 6 เดือน “กว่าจะได้ร้านชาบูชิมาเป็นลูกค้ารายแรกก็ไม่ง่าย ผมกับทีมงานต้องไปลองเสิร์ฟในร้านที่เซ็นทรัลลาดพร้าวก่อน เพื่อจะศึกษาถึงระบบขั้นตอนการจัดการให้เข้าใจลึกซึ้ง แต่ที่เรายอมทุ่มเทขนาดนั้น ก็เพราะลูกค้ารายแรกสำคัญที่สุด มันคือการสร้างความน่าเชื่อถือที่ช่วยให้ได้ลูกค้ารายอื่นๆ ต่อมา”


q9.jpg

แค่มีแอพ...ยังไม่ถือเป็นสตาร์ทอัพ !

สิ่งที่รังสรรค์เรียนรู้ในช่วงแรกคือการพัฒนาแอพขึ้นมานั้นยังไม่ได้ทำให้เขาเป็นสตาร์ทอัพขึ้นมาได้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีโมเดลธุรกิจและมีฐานผู้ใช้งานตัวจริง ซึ่ง QueQ ได้เรียนรู้ว่าผู้หญิงคือเป้าหมายตัวจริงของธุรกิจ คือผู้หญิงที่จะใช้บริการแอพนี้มากกว่าผู้ชายมาก

“สมมตินะครับว่าถ้าลูกค้าไปด้วยกันสองคน หรือไปเป็นครอบครัว คุณผู้หญิงมักจะเป็นคนเลือกร้านอาหารเสมอ

แต่จากนั้นถ้าร้านมีคิวยาว คุณผู้ชายก็มักจะชวนไปกินร้านอื่นแทน ซึ่งในอดีตร้านอาหารต่างๆ ต้องเสียลูกค้าจากสถานการณ์แบบนี้ไปไม่รู้เท่าไหร่” รังสรรค์ชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไม่มีใครปฏิเสธได้

“แต่ QueQ ได้สร้างพฤติกรรมใหม่ให้คุณผู้หญิงเข้าคิวร้านที่ต้องการไว้ก่อนได้ โดยระหว่างรอนั้นก็สามารถไปเดินเล่นช้อปปิ้งฆ่าเวลา จนเมื่อใกล้ถึงคิวของตนแอพก็จะเตือนให้รีบเดินกลับมา ทำให้อัตราการเปลี่ยนใจไปร้านอื่นของลูกค้าลดลงอย่างมาก”


q8.jpg

ชัดเจนว่า QueQ เป็นรูปแบบบริการที่ช่วยขยาย ‘เวลาพีค’ ของร้านอาหารให้ยาวนานขึ้น เปิดช่องให้ร้านดังต่างๆ รองรับลูกค้าต่อวันได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นช่วงพีคของร้านอาหารทั่วไปคือ 18.00 – 20.00 น. ที่ร้านดังมักจะมีคิวยาวเหยียด และต้องเสียลูกค้าที่ทนรอไม่ไหวให้กับร้านคู่แข่งอื่น

“แต่เมื่อมีแอพ QueQ เข้ามาช่วยจัดการระบบเรียกคิวแล้ว หลายๆ ร้านสามารถขยายเวลาพีคจากเดิมไปได้อีกหนึ่งชั่วโมง ถึงประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งก็นำไปสู่ยอดขายต่อวันที่มากขึ้นนั่นเอง”

ในมุมของการออกแบบ UX และ UI หน้าจอและการใช้งานทั้งบนแอพและบน kiosk จะเน้นความเรียบง่ายและดูง่ายเป็นหลัก “เราไม่เน้นความฉูดฉาด อาศัยแค่ตัวเลขขนาดใหญ่ และไอคอนเรียบๆ ที่สื่อความหมายชัดเจนเป็นพอ เช่น หน้ายิ้มแปลว่าใกล้ถึงคิว หน้าบึ้งแปลว่ารอก่อน อะไรอย่างนี้เป็นต้น”

โมเดลธุรกิจ ต้องเข้าใจง่าย และเติบโตได้จริง

ปัจจุบันมีเชนร้านอาหารดังตามห้างมากกว่าสิบแบรนด์ (รวมหลายร้อยสาขา) ที่ตกลงเป็นพาร์ทเนอร์กับ QueQ และติดตั้งระบบรอคิวนี้ไว้ที่หน้าร้าน และในส่วนของลูกค้า end user ก็มีผู้ใช้ที่โหลดแอพไปแล้วเกือบ 8 แสนคน รังสรรค์อธิบายโมเดลการสร้างรายได้ของเขาว่า “นอกจากแอพในมือถือแล้ว เราจะมี kiosk จองคิวจอใหญ่ติดตั้งไว้ด้านหน้าร้านค้าต่างๆ อันนี้เป็นการลงทุนฮาร์ดแวร์ให้ก่อนแล้วเก็บเป็นค่าเช่า”

ซึ่งนี่เองที่ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของ QueQ จากบริษัทเจ้าของร้านอาหาร โดยแต่ละร้านจะต้องจ่าย ‘ค่าโซลูชั่น’ นี้เป็นเงินจำนวน 6 พันบาทต่อสาขา

q5.jpg

"จุดขายที่โดนใจร้านอาหารมากที่สุดก็คือ ค่าเช่าจอ QueQ นี้ถูกกว่าค่าจ้างพนักงานจัดคิวหน้าร้าน 1 คน"


“Kiosk นี้จะทำหน้าที่ทั้งเรียกคิวหน้าร้านและโปรโมทไปในตัวว่าร้านนั้นๆ ใช้ระบบของ QueQ อยู่ ถือเป็นโซลูชั่นที่วินวินทุกฝ่าย คือเพิ่มยอดขาย เพิ่มความสะดวก และเพิ่มการรับรู้แบรนด์ไปพร้อมกัน” นอกจากนี้ QueQ ยังมีโมเดลสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง นั่นก็คือการ ‘จัดโปร’ ร่วมกับร้านอาหารต่างๆ ด้วยวิธีแจกดีลส่วนลดไปยังลูกค้า (ผ่านทางแอพ) ซึ่งวิธีนี้ยิ่งมีลูกค้าถือดีลจากแอพไปทานที่ร้านมากเท่าไหร่ ทาง QueQ ก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้มากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับแผนในอนาคต รังสรรค์แชร์วิสัยทัศน์ของเขาว่า QueQ จะขยายบริการไปสู่ลูกค้าในกลุ่มธนาคารและโรงพยาบาลให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นสองธุรกิจที่มีปัญหาเรื่องการรอคิวเช่นกัน  

“ปัจจุบันเราได้เข้าไปจัดการระบบคิวของโรงพยาบาลรัฐบางแห่ง และของสำนักงานจดทะเบียนธุรกิจการค้าแล้ว ส่วนแผนระยะยาวคือไปบุกตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากไต้หวัน สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย นอกจากนั้นเราจะนำระบบ A.I. ของกูเกิลมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมบริการให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ” ผู้บริหารเลือดใหม่เผยทิศทางการพัฒนาธุรกิจไว้แบบกว้างๆ ซึ่งเราเชื่อว่าเขามีศักยภาพที่จะทำมันให้เป็นจริงได้ไม่ยากเลย



เครดิตข้อมูลเเละรูปภาพ : 

ais.co.th , mgronline.com , digitalagemag.com
http://maguro.co/news/จองโต๊ะ-maguro-queq-ได้แล้ว/

Category Tags
Web, App Designer
Share this Article !