Rural Rush: เครื่องประดับทำด้วยมือและด้วยไม้(ถักโครเชต์)

23 November 2018 | Others | KNOW WHO
คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กเรียนศิลปะจำเป็นต้องคิดหาวิธีสร้างสรรค์ผลงานแบบใหม่ๆ และน่าจะเป็นเรื่องดี ถ้าการคิดหาวิธีสร้างสรรค์ผลงานนั้น ไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่ทำงานส่งอาจารย์และได้คะแนน แต่มันสามารถนำมาต่อยอดสู่งานออกแบบเชิงพาณิชย์ได้

วันนี้ทางทีมงาน TCDCCONNECT ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์คุณนวินดา อิงคเวทย์ เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ทำมือสุดเก๋ โดยเธอเล่าให้เราฟังว่า เธอเองจบจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมัยเรียนจำเป็นต้องคิดหาวิธีใหม่ๆ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ หนึ่งในความถนัดของตัวเองก็คือ การถักโครเชต์ เลยลองนำวัสดุรอบตัว มาถัก ตั้งแต่เส้นบะหมี่ไปจบที่เส้นลวด พบว่าการถักโครเชต์ด้วยเส้นลวดเกิดผลลัพธ์ที่มีเสน่ห์มากๆ มีรายละเอียดที่อ่อนช้อยงดงาม ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นโลหะที่แข็งกร้าวด้วยตัวของวัสดุเอง เลยเก็บเทคนิคนี้มาใช้สร้างงานประติมากรรมส่งอาจารย์อยู่หลายงาน

debut17.jpg

ต่อยอดจากงานประติมากรรมสู่งานออกแบบ

หลังจากเรียนจบแรกๆ ต้องกลับมาช่วยงานที่บ้านแต่ก็มีเวลาว่างเยอะ เลยอยากจะลองทำอะไรขาย นึกถึงต่างหูเป็นอันดับแรก เพราะตอนเด็กๆเคยทำขาย แต่ก็คิดว่าจะทำยังไงให้งานออกแบบของเราต่างจากงานแฮนด์เมดที่วางขายทั่วไป พอดิบพอดีก็มีเพื่อนโทรมาวานให้ทำต่างหูจากลวดถักโครเชต์ที่เคยถักสมัยเรียนให้หน่อย ก็เลยลองทำดู แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการและวัสดุอุปกรณ์ใหม่หมด เพราะต้องปรับขนาดให้เล็กลงและหาวิธีซ่อนปลาย เพื่อไม่ให้บาดต้นคอเวลาใส่ ตอนลองทำก็รู้สึกว่ามันน่าจะไปต่อได้นะ แล้วก็ลองออกแบบลายและแพทเทิร์นโครเชต์ให้หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ ลองใช้ลวดหลายๆชนิด เพิ่มรายละเอียดให้มากขึ้น จนกลายเป็นแบรนด์เครื่องประดับ Rural Rush ไปโดยปริยาย

ทุกวันนี้ยังรู้สึกขอบคุณเพื่อนคนนั้นอยู่เสมอ และด้วยความเป็นแบรนด์ Rural Rush เราจะเน้นความสนุก สนุกกับการต่อยอดพัฒนาและหาความเป็นไปได้ใหม่ๆอยู่ตลอด โดยมีจุดขายที่ความแปลกใหม่และความประณีตเป็นหลัก ลูกค้าของแบรนด์จะตื่นเต้นเสมอกับการนำโลหะมาทำให้ดูมีรายละเอียดที่อ่อนช้อย การจับคู่สี และการออกแบบที่ไม่เหมือนใครในท้องตลาด ส่วนลูกค้าหลักของแบรนด์จะเป็นวัยทำงานที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ เข้าใจว่างานแต่ละชิ้นนั้นละเอียดอ่อนและใช้เวลาในการทำ

RURAL RUSH1.jpg

เริ่มจากเพื่อนวานให้ทำสู่โมเดลทางธุรกิจ

ด้วยความที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ปรับตัวง่าย ผลิตจำนวนน้อย ออกแบบใหม่ได้ตลอดเวลา มีสินค้าหลากหลาย โดยสินค้าหลักของแบรนด์เป็นเครื่องประดับทำมือที่มีคุณภาพค่อนไปทางสูง ลูกค้าส่วนใหญ่มักติดใจในคุณภาพ และกลับมาซื้อสินค้าใหม่ๆ ของแบรนด์อยู่เสมอ ส่วนช่องทางการขายมีทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยออฟไลน์จะเน้นการไปออกบูธ เพื่อจะได้เก็บข้อมูลและพบเจอลูกค้าหลากหลายกลุ่ม หลากหลายความต้องการ และนำข้อมูลนั้นมาใช้พัฒนาสินค้าของแบรนด์ต่อไป ส่วนมากจะไปออกบูธแถวย่านสุขุมวิท เพราะลูกค้ามีกำลังซื้อสูง เข้าใจงานศิลปะ และชอบลองของแปลกใหม่

ส่วนช่องทางการขายสินค้าออนไลน์จะใช้ Facebook และ Instagram แต่การขายส่วนใหญ่จะเกิดที่ช่องทางออฟไลน์เป็นหลัก คงเป็นเพราะ แบรนด์ยังเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องประดับส่วนมากจะอยากมาลองของจริงก่อนซื้อ โดยเฉพาะต่างหู เนื่องจากแต่ละดีไซน์ก็มีผลกับรูปหน้าคนใส่ต่างกัน ในเรื่องของโอกาสทางธุรกิจของแบรนด์ การออกแบบสินค้าของแบรนด์เริ่มจากกรรมวิธีการผลิต ซึ่งกรรมวิธีการผลิตนี้สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าประเภทอื่นได้อีกมากมาย เช่น ของแต่งบ้าน ฯลฯ และลูกค้าส่วนมากมักจะตื่นเต้นกับกรรมวิธีการผลิตของแบรนด์ที่ออกมาเป็นชิ้นงาน แบรนด์เลยมีแนวคิดเรื่องการทำเวิร์กช็อป เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างชิ้นงานได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ ได้ทดลอง ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่เป็นคุณค่าที่แท้จริงที่แบรนด์ตั้งใจจะมอบให้ลูกค้า ส่วนแผนการในอนาคตของแบรนด์ นอกจากพัฒนาสินค้าทั้งด้านการออกแบบและด้านคุณภาพแล้ว ยังวางแผนจะสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ด้วย เพราะต้องการจะเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับงานศิลปะ สื่อออนไลน์เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใจจุดยืนของแบรนด์ และได้มีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย

RURAL RUSH15.jpg

อุปสรรคและปัญหามีไว้ให้แก้

อุปสรรคแรกคือ เรื่องของเวลาการผลิตสินค้า เพราะต้องผลิตชิ้นต่อชิ้น ขั้นตอนเยอะ และใช้เวลานานพอสมควร รวมถึงสามารถผลิตได้จำนวนจำกัด เพราะเป็นงานทำมือ เวลาจะไปฝากขายหรือออกบูธพร้อมกันหลายๆที่ จะทำไม่ได้ เนื่องจากผลิตไม่ทัน ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของแบรนด์คือ พยายามออกแบบสินค้าอื่นๆ ที่กรรมวิธีการผลิตไม่ซับซ้อนมาเสริม แต่ตั้งใจว่าจะไม่ลดขั้นตอนหรือคุณภาพลงเด็ดขาด เพราะกระบวนการผลิตที่ประณีตถือเป็นคุณค่าหลักของแบรนด์ที่ลูกค้ามองเห็นเป็นอันดับแรก อุปสรรครองลงมาคือ เพดานราคาขาย การไปขายตามตลาดนัดทำให้เพดานราคาต่ำ ไม่สามารถตั้งราคาสูงได้ แม้จะเป็นตลาดนัดสินค้าแฮนด์เมด แต่ลูกค้าจะมีราคาในใจสำหรับสินค้าที่ขายในตลาดนัดอยู่ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับความเข้าใจที่ผิดของลูกค้า เช่น ลูกค้าคนไทยจะเข้าใจว่าใส่เครื่องประดับทองเหลือง ทำให้โดนฟ้าผ่า หรือใส่เครื่องประดับเงินแล้วเงินดำแสดงว่าแพ้ หรือเครื่องประดับนั้นเป็นเงินปลอม เป็นต้น ซึ่งแบรนด์เองก็ต้องสร้างความเข้าใจใหม่กับลูกค้า และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกลับไป


RURAL RUSH2.jpg

RURAL RUSH6.jpg

อยู่ด้วยกันเป็นเครือข่าย จะได้ไม่เหงา

แบรนด์เองเริ่มจากการที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจเลย ออกแบบและผลิตเป็นอย่างเดียว ถ้ามีเครือข่ายทางธุรกิจที่ดีก็จะได้เรียนรู้วิธีการทำงานของคนอื่นๆ เห็นเส้นทางการทำงานของแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้น และมีเพื่อนร่วมอาชีพเพิ่มขึ้น จะได้ไม่เหงา ไม่ท้อ เพราะคนทำงานดีไซน์ในยุคนี้มีมากขึ้น ประกอบกับลูกค้าก็ต้องการสินค้าที่สะท้อนตัวตนมากขึ้น ต้องการสร้างอัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องประดับก็น่าจะต้องปรับตัว เพิ่มดีไซน์และลูกเล่นให้มากขึ้น การแลกเปลี่ยนและช่วยเหลือกันทางธุรกิจเป็นเครือข่ายกลายเป็นสิ่งสำคัญ

เกร็ดข้อคิดปิดท้าย

“ถ้าทำงานที่รัก ก็จะสนุกและมีความสุขไปกับงานนั้น” ทั้งนี้ ด้วยความที่เป็นนักออกแบบมือใหม่ เพราะเพิ่งเริ่มทำแบรนด์มาได้ไม่ถึงสองปี เลยรู้สึกว่าการทำงานแบบนี้เหนื่อยมาก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองคนเดียว ถึงแม้ว่าจะคิดว่าสินค้าดีและอยากเห็นผลสำเร็จเร็วๆ แต่ทุกอย่างก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีอะไรขายได้เปรี้ยงปร้างในวันแรกๆ จงเชื่อว่าการหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ หรือความต้องการของลูกค้า จะช่วยให้แบรนด์พัฒนาได้เรื่อยๆ ความอดทนและการวางแผนที่ดี ก็จะทำให้แบรนด์อยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน

RURAL RUSH5.jpg

 




คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ   Rural Rush




อ้างอิง

บทสัมภาษณ์คุณ นวินดา อิงคเวทย์ เจ้าของแบรนด์ Rural Rush


Category Tags
Jewelry Design
Share this Article !