Wonder Cape Town โลกอัศจรรย์ของคนรู้จักตัวเอง

31 July 2018 | TCDC | KNOW WHO
หันมองจนเหลียวหลัง ไม่ใช่แค่ด้วยสีสันของผ้าลายแอฟริกัน แต่ด้วยโครงเสื้อก็ยังบ่งบอกความต่าง ทำให้คนสวมใส่ประกาศถึงตัวตน ที่แต่ละคนใส่แล้วก็ไม่ได้ออกมาเหมือนกันด้วย

เรากำลังพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้า Wonder Cape Town – วันเดอร์ เคป ทาวน์ ของคุณผึ้ง - พัทธา พลาวุธ ที่ริเริ่มมากับคุณเม้ง – สิทธิชัย กิตยายุคกะ คู่รักสไตลิสต์ / ช่างภาพ ที่จับคู่ทำงานกันมาเนิ่นนาน รวมถึงแบรนด์นี้ที่ทำร่วมกันมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว

“เริ่มมาจากที่เราชอบ เราใส่เอง ทุกอย่างก็ต้องเริ่มจากแพชชั่นเราเองเนอะ พอคนรอบข้างเห็นเขาก็ชอบ เราก็เริ่มทำให้เขาใส่ แล้วก็เป็นปากต่อปากบอกต่อกันไป เราจึงคิดทำขายออนไลน์ โดยเริ่มจากสั่งเสื้อแนวแอฟริกันมาขายก่อน แต่เราไม่ได้อยากซื้อมาขายไป จึงสั่งผ้าเข้ามาตัดขาย นี่เป็นทางของเรา ยั่งยืนกว่า” คุณผึ้งเริ่มเล่า และคุณเม้งก็เสริมว่า “อาจไม่ใช่แนวที่มีคนชอบเยอะ แต่มีกลุ่มที่ชอบและชอบจริงๆ อยู่”

Wonder-cape-town11.jpg

เรียบง่ายลาย (ละเอียด) มาก

เพราะเริ่มความของคุณผึ้ง เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของที่นี่จึงเป็นแบบฟรีไซส์และโอเวอร์ไซส์ แต่ที่จริงก็มีเหตุผลรองรับอยู่ คุณเม้งอธิบายว่า “ตอนที่เลือกว่าจะทำเสื้อผ้าทรงไหน ก็คิดว่าเราเน้นใช้ผ้าที่มีลาย จึงเลือกทรงที่พรีเซนต์ลายให้ดูสวย เลยเป็นเสื้อผ้ารอยต่อน้อย โครงสร้างเรียบง่าย ลายจะได้โชว์ศักยภาพเต็มที่ และลายเราก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าโครงเสื้อซับซ้อน มีดีเทลเยอะ ก็อาจออกมาดูมากเกินไปที่จะใส่ในชีวิตประจำวัน”

และเพราะมีลวดลายที่โดดเด่น การต่อลายผ้าจึงเป็นรายละเอียดที่สื่อถึงความใส่ใจ “ผึ้งโชคดีมากที่ได้ช่างแพทเทิร์นเก่งมาก คือไม่ได้ทำแพทเทิร์นอย่างเดียว แต่สามารถต่อลายผ้าให้เราได้ด้วย เพราะผ้ามีลายเยอะ ต้องวางลายผ้ากันละเอียด เช่น กระเป๋าเสื้อ จะมาจากการเจาะลายจากผ้าอีกชิ้นหนึ่ง มาทำกระเป๋าเสื้อเล็กๆ เพื่อให้ลายต่อกัน ซึ่งแค่กระเป๋าเสื้อใบเดียวเราอาจต้องเสียผ้าถึงครึ่งเมตร แต่ทำแล้วเราสบายใจ มีความสุข และเราคิดว่าสักวันลูกค้าต้องเห็นในสิ่งที่เราตั้งใจ”

เสื้อผ้าของวันเดอร์ เคป ทาวน์ เน้นขายแบบสั่งตัด (Custom Made) เป็นหลัก โดยคุณผึ้งจะโพสต์ภาพลายผ้าใน Instagram ให้ลูกค้าเลือกลายและแบบที่ต้องการ “แบบเรามีไม่มาก ที่มีให้เลือกมากคือลายผ้า” เธอว่า ซัพพลายเออร์ของธุรกิจขนาดเล็กส่งจำนวนให้ได้ไม่มาก แต่ละลายมาเพียงน้อยชิ้น บางลายมีพอแค่สั่งตัดชุดเดียว ฉะนั้น เสน่ห์ของ “จำนวนจำกัด” จึงเกิดขึ้น และพวกเขาก็ต้องการเช่นนั้น เพื่อให้ลูกค้าใส่เสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำใคร

ข้อจำกัดที่อาจกลายเป็นเสน่ห์

แต่ด้วยข้อจำกัดของช่างที่มีไม่เพียงพอ ทำให้เงื่อนไขหลักที่ลูกค้าต้องเผชิญคือ “การรอคอย”

“ที่ลูกค้าต้องรับให้ได้คือการรอคอย มันเป็นศิลปะของการรอคอย ผึ้งทำชุด ลูกค้าต้องมีส่วนร่วมในการเลือกลายผ้าด้วย เลือกลายแล้วมาปรึกษากันว่าเขาจะตัดกางเกงแบบนี้ดีไหม ถ้าแบบไม่เหมาะวางลายไม่สวยก็บอกเขา เหมือนเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน พอสรุปแบบเรียบร้อย ก็เข้าขั้นตอนการตัดเย็บ ซึ่งต้องรอประมาณ 20 -25 วัน ถึงจะได้ของ 1 ชิ้น ผึ้งโชคดีมากที่ 90 % ของลูกค้าผึ้งเขาสั่งซ้ำ คือได้ไปแล้วแฮปปี้ ก็สั่งอีก จึงเกิดการแก้ปัญหาในการรอของลูกค้าขึ้นมา บางคนจะใช้วิธีสั่ง 5 ตัว 10 ตัว แล้วให้ผึ้งทยอยส่ง เดือนนี้เขาได้ 2 ตัว เดือนหน้าได้อีก 2 ตัว ไม่ต้องไปเข้าคิวใหม่”

Wonder-cape-town1.jpg

บริการอีกอย่างที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจคือ “เราปรับแบบ และรับแก้ในเคสที่ลูกค้ารับไปแล้วใส่ไม่พอดี ซึ่งน้อยมากที่ของราคาคัสตอมเมด 2,000 ไม่เกิน 4,000 บาท จะดูแลลูกค้าขนาดนี้ แต่ผึ้งรู้สึกว่าลูกค้ายอมจ่ายเงิน เขาควรได้ในสิ่งที่เขาเอาไปใส่แล้วมีความสุข” แน่นอนว่ามาพร้อมกับคุณภาพ บางครั้งความนาน ก็มาจากการสั่งรื้อสั่งแก้ของคุณผึ้ง เพื่อสร้างมาตรฐานกับช่างตัดเย็บแม้ในจุดเล็กๆ

แม้สีสันของผ้าแอฟริกันจะดูจัดจ้าน แต่พวกเขาบอกว่าแบรนด์ไม่ใช่แฟชั่นเลย

“เราอยากให้เสื้อผ้าเราใส่ได้ทุกวัน ไม่มียุคสมัย และเราเน้นว่าเราไม่ตามแฟชั่นเลย” ทรงเสื้อจึงมาจากแบบที่เธอชอบใส่จริงๆ ลองใส่แล้วดี “ผึ้งมีลูกค้าตั้งแต่อวบมากจนถึงตัวเล็กมาก และอายุมากจนถึงเด็ก การขายเรากว้างมาก แต่วัยรุ่นไม่มีนะ อายุต่ำกว่า 20 จะไม่ใช้ของประมาณนี้ จะเป็นวัยทำงานขึ้นไปและเด็กเล็กๆ ผึ้งมีลูกค้าอายุมากที่สุด 69 ปี แต่ต้องเป็นคนไม่วิ่งตามแฟชั่น เขาเลือกแล้วเขาชอบแบบนี้”

Wonder Man สำหรับผู้ชาย


เมื่อมีวันเดอร์ เคป ทาวน์ เสื้อผ้าผู้หญิง ซึ่งคุณผึ้งดูแลเป็นหลัก ทางคุณเม้งก็มี Wonder Man – วันเดอร์ แมน เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายด้วย ซึ่งฝากขายอยู่กับ Gin and Milk ร้านมัลติแบรนด์ของสยามดิสคัฟเวอรี่ วันเดอร์ แมน มีความแตกต่างกับวันเดอร์ เคป ทาวน์พอสมควร ซึ่งคุณเม้งจัดการดูแลเองทั้งหมด และมีทีมช่างแยกเฉพาะ

Wonder-cape-town4.jpg

“ผมชอบเสื้อผ้าวินเทจ เสื้อเก่า เสื้อทหาร ผ้ายีนส์ ผ้าอินดิโก ก็จะเอาผ้าแวกซ์ (Wax) ของวันเดอร์เคปทาวน์เขาไปแทรก เพราะผมว่าผู้ชายน้อยมากที่จะกล้าใส่ผ้าแอฟริกันแบบเต็มๆ ก็เลยพยายามเอาความเป็นชนเผ่าของมันเข้าไปแทรกกับผ้าทหาร ผ้ายีนส์ ปริมาณเพียง 10 % เพื่อให้เขานำไปมิกซ์กับของที่เขามีอยู่แล้ว เช่น กางเกงยีนส์ ก็ไปกันได้ และมีความเชื่อหนึ่งที่ผมอยากทำ คืออยากให้เป็นเสื้อผ้าที่ไม่มียุคสมัย ไม่มีวันตาย อีก 10 ปี เอามาใส่ก็ยังใส่ได้”

คอลเลกชั่นแรกของวันเดอร์ แมน คือการใช้ลายคาโม (Camo / Camoflage) สีเขียวทหาร สำหรับคอลเลกชั่นถัดมาจะเป็น Indigo ที่ใช้ผ้าอินดิโกจากหลากวัฒนธรรมมาผสมผสานและเขย่าออกมาในแบบเฉพาะตัว

เมื่อสไตลิสต์มาเป็นเจ้าของธุรกิจ

การรับงานของช่างภาพ/สไตลิสต์ ซึ่งจบเป็นงานๆ ไป ทำให้รับรายได้เป็นก้อนๆ และมีเวลาไปเที่ยวไหนๆ ได้มาก ต่างจากการทำธุรกิจที่มีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง และความรับผิดชอบรายวันก็ทำให้ไปไหนไม่ได้เท่าเดิม แต่ที่เป็นอยู่นี้ถือว่ามีความสุข ส่วนรายได้พวกเขาบอกว่าพอๆ กัน แต่งานนี้เป็นความประจวบเหมาะของจังหวะชีวิต

“เพราะมาต่อเนื่องกับขาลงของธุรกิจสิ่งพิมพ์พอดี การถ่ายภาพนิ่งน้อยลง โดยที่เราไม่ได้วางแผน บังเอิญมาก โชคดีมาก แต่แรกทำเป็นงานอดิเรก ตอนนี้ก็ทำเต็มตัวเลยค่ะ”

พวกเขายังเจอความยากในเรื่องของช่าง “เราอยากรับช่างเพิ่ม เสื้อผ้าผึ้งต้องเป็นคนที่เย็บประกอบตัวเสื้อได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เข้าปก เข้าซิปได้ ถนัดเป็นเฉพาะส่วนตำแหน่งเดียวไม่ได้ พอเป็นงานที่ยาก ต้องต่อลายผ้าอีก ตัวเลือกในการเลือกพนักงานก็น้อยลงไปอีกมาก อยากรับเพิ่ม แต่ไม่ได้อยากให้ธุรกิจใหญ่ไปกว่านี้มากนะคะ”

ทั้งสองออกตัวว่าเป็นคนบริหารต้นทุนหรือบัญชีได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้ดีคือการดูแลคนที่ทำงานด้วย

“ถ้าหาช่างมาได้แล้วดีนะ ต้องดูแลเขาดีมาก ยิ่งกว่าคนในครอบครัว เพราะมันง่ายที่เขาจะไปจากเรา และไม่ใช่แค่นั้น ทุกคนที่ทำงานให้เรา เราก็อยากให้เขาสบายใจที่จะทำงานกับเรา เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมากกว่าเป็นลูกจ้าง เพราะสิ่งที่จะเกิดตามมา คือความใส่ใจในสิ่งที่เขาทำอยู่” ซึ่งไม่เพียงดีกับทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง แต่รวมไปถึงลูกค้าด้วย

ช่องทางพบปะลูกค้า

ยอดขายหลักของวันเดอร์ เคป ทาวน์ มาจากช่องทางออนไลน์ สำหรับคุณผึ้งแล้ว “โลกยุคต่อไป ผึ้งว่าหน้าร้านไม่จำเป็น รายได้ 70 % เรามาจากออนไลน์ แล้วยิ่งเรามีฐานลูกค้าที่เขาซื้อซ้ำอยู่แล้ว เราก็ไม่ต้องแบกต้นทุนหน้าร้าน” เธอใช้วิธีไปออกร้านเพื่อพบปะลูกค้าเป็นครั้งคราว และที่ผ่านมาก็ได้เปิดป๊อบอัพสโตร์อยู่ที่ทองหล่ออยู่ราวครึ่งปี เพราะลูกค้าอยากมีที่พบเจอได้สะดวก การมีหน้าร้านมีข้อดี แต่คุณผึ้งคิดว่าหากยังไม่สามารถเพิ่มช่างได้ ก็ยังไม่ควรมี เพราะการทำเสื้อเพื่อสต็อกหน้าร้าน จะดึงเวลาการทำเสื้อให้ลูกค้าที่สั่งคัสตอมเมดทำให้ลูกค้าต้องรอนานเกินไป

Wonder-cape-town7.jpg


ที่ผ่านมาทางแบรนด์ไม่เคยทำโฆษณาใดๆ ลูกค้าอันเหนียวแน่นมาจากปากต่อปาก ซึ่งนี่คือข้อดีที่ทำให้แบรนด์ได้ลูกค้าที่ชื่นชอบงานจริงๆ และเป็นลูกค้าคุณภาพที่เธออยากรักษาไว้นานๆ

ความสุขที่สุดในการทำงานจึงเกิดขึ้นเมื่อ “ตอนที่ลูกค้าไลน์มาบอกว่าได้รับชุดแล้ว ชอบมากเลย อันนั้นคือความสุข หรือเขาใส่แล้วมีคนมาทักว่าชุดสวยจัง ซื้อที่ไหน เขามาเล่าให้เราฟังเราก็มีความสุข”

“บางคนมีเสื้อผ้าของเรา 40 – 50 ตัว มีเยอะกว่าผึ้งอีก หรือพี่บางคนสั่งกางเกงทีละ 17 ตัว คือเหมือนพอเขาเจอเสื้อผ้าที่เขาชอบแล้วก็อยากใส่ทุกวัน”

อย่างที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ “ไม่ใช่แต่คนเลือกของ ของยังเลือกคนด้วย” คุณเม้งจึงปิดท้ายว่า “เสื้อผ้าของเราไม่ใช่ของแฟชั่น แต่เป็นของสำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ ครับ”
 

ช่องทางการติดต่อแบรนด์

ติดต่อ คุณพัทธา พลาวุธ
โทร. 081 499 3470
www.instagram.com/wondercapetown
www.facebook.com/Wonder-cape-town-786555494698140
Category Tags
Fashion
Share this Article !