เปิดประตูไปรู้จัก ‘ห้อง’ ในจินตนาการของนักทำภาพประกอบ Bloody Hell Big Head

11 January 2018 | TCDC | KNOW WHO
ภาพห้องสีสบายตาที่มีมิติของความลึก ภายในห้องมีสิ่งของรูปทรงเรียบง่ายวางระเกะระกะ คือลายเซ็นที่ทำให้เราจดจำชื่อของ ‘Bloody Hell Big Head’ นักทำภาพประกอบหนุ่มผู้สร้างงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี

ความน่าสนใจในงานของ ธนวัต ศักดาวิษรักษ์ หรือเบนซ์ ไม่ใช่เพียงแค่วิธีคิดในการสร้างงาน เรายังสนใจเขาในแง่มุมของการเป็นนักออกแบบที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์เป็นเส้นทางหลักในการสร้างแบรนด์ Bloody Hell Big Head จนได้ทำงานที่หลากหลายทั้งแนวคอมเมอร์เชียล และงานภาพประกอบให้กับทั้งสื่อไทยและต่างประเทศหลายหัว

Bloody Hell 6.jpg

เปิดประตูไปดูกันว่า ‘ห้อง’ ที่อยู่ในหัวของนักทำภาพประกอบคนนี้ มีส่วนประกอบอะไรที่ทำให้เขากลายเป็นนักออกแบบประสบความสำเร็จ

เปิดประตูบานแรก

หลังเรียนจบปริญญาตรีด้านกราฟิกดีไซน์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เบนซ์เริ่มงานแรกที่สตูดิโอออกแบบชื่อดัง YouWorkForThem ในตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ ด้วยธรรมชาติของสตูดิโอที่รับงานออกแบบหลากหลายทั้งฟอนต์และงานกราฟิกแบบเวกเตอร์ ทำให้เบนซ์มีอิสระในการสร้างงานสไตล์ตัวเองมานำเสนอ

“เราได้สร้างงานที่ input ทุกอย่างมาจากตัวเอง ตอนทำตัวอักษรประดิษฐ์ (lettering) ก็ลองเอา shape และ form มาผสมกัน พอทำได้สักพักเรารู้สึกอยากเล่าเรื่องมากขึ้น เลยลองดูว่าคาแรกเตอร์ที่เราอยากวาดจะเป็นอะไรได้อีกบ้างนอกจากรูปทรงที่เรขาคณิตทั่วไป” เบนซ์เล่าจุดเริ่มต้นของสไตล์งานก่อนจะมาเป็นนักวาดภาพประกอบที่น่าจับตาอย่างวันนี้

สร้างสไตล์จากรูปทรงเรขาคณิต

“เราเห็นนักวาดหลายคนมีนามปากกา เลยนึกย้อนไปตอนเรียนปี 1 ที่เพื่อนชอบเรียกว่าหัวโต เลยเอามาตั้งชื่อละกัน Bloody Hell Big Head ดูตลกดี ไม่ได้มีที่มาลึกซึ้งขนาดนั้น”

Bloody Hell 5.jpg

เว็บไซต์ behance.net คือพื้นที่ลงผลงานที่เบนซ์ทดลองสร้างขึ้นด้วยอิทธิพลของงานสไตล์ Memphis หรือแนว Maximalist ซึ่งเน้นเอารูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ อย่างวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมมาประกอบกันเป็นเฟอร์นิเจอร์และแพตเทิร์น

“มองเผินๆ เหมือนเป็นของวางสะเปะสะปะ แต่จริงๆ เป็นตัวหนังสือที่อ่านได้ แต่มันยังอ่านยากอยู่เพราะเป็นชิ้นแรกที่เราทำเล่นๆ เป็นการ์ดแจกเพื่อนตอนปีใหม่”

Bloody Hell 1.jpg

“จากตัวหนังสือเริ่มกลายเป็นห้อง เป็นภาพประกอบที่มีสิ่งของอยู่ในนั้นมากขึ้น เอาความรู้สึกมาแยกวาดเป็นของชิ้นๆ แล้วมาวางไว้ในห้องเดียวกัน”

สะสมพอร์ตโฟลิโอไปเรื่อยๆ

หลังสะสมงานจากการอยากลองทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆ แล้วแปะผลงานลงในเวบไซต์ ก็เริ่มมีสตูดิโอจากนิวซีแลนด์และต่างประเทศส่งอีเมลมาจ้างงานออกแบบเป็นระยะ ประกอบกับการทำเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมไว้สะสมผลงาน Bloody Hell Big Head ก็เริ่มได้รับงานโปรเจกต์ในไทยชิ้นแรก คือ งานออกแบบปกหนังสือให้สำนักพิมพ์ a book

งานออกแบบปกหนังสือส่งผลสำคัญให้เขาได้ทำงานภาพประกอบให้กับนิตยสาร ELLE MEN และได้ทำโปรเจกต์เชิงคอมเมอร์เชียลร่วมกับ Slowmotion อีกหลายชิ้น

Bloody Hell 4.jpg

พลังของสื่อต่ออาชีพนักทำภาพประกอบ

วิธีใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Bloody Hell Big Head แบ่งให้เวบไซต์เป็นที่รวมงานโปรเจกต์สำคัญและชอบมากเป็นพิเศษ ส่วนงานที่ไม่จริงจังมากจะเลือกลงในสื่อเฟซบุ๊ก ส่วนอินสตาแกรมคือช่องทางที่ได้ไม่ได้แค่ลงงาน แต่เห็นการใช้ชีวิตและรสนิยมของเขาด้วย

“ส่วนใหญ่เรารับงานผ่านอีเมล ประมาณ 90% คือลูกค้าที่เห็นผลงานเราจากสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ข้อดีคือเราได้กรองลูกค้า เขามาเพราะเขาเห็นว่าเราวาดอะไรได้บ้าง ทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ และเป็นสิ่งที่เราวาดอยู่แล้ว จริงอยู่ที่งานที่เรารับเป็นงานคอมเมอร์เชียล แต่ก็เป็นงานที่เรา input ตัวเองได้เยอะ เป็นงานบริการที่เรามีอำนาจต่อรอง เพราะมันเริ่มจากเขาเห็นว่าเราวาดได้ เขาก็เลยให้เราวาด” นักทำภาพประกอบหนุ่มเล่า

“แง่ไม่ดีคือพอเรามีสไตล์ชัดเจน ทำให้เราอยู่กับที่ แล้วแต่คนนะว่าอยากเก่งด้านเดียวไหม แต่สำหรับเรา เราว่าเป็นผลเสียเหมือนกัน ช่วงหลังเราก็เลยลองทำอย่างอื่นไปเลย ถ้าดูในอินสตาแกรมจะเห็นว่าเราวาดงานฟรีฟอร์มมากขึ้น อยากลองอะไรที่ซื่อตรงกับตัวเราเองมากขึ้นด้วย”

Bloody Hell 9.jpg

ห้องในความคิด

ปัจจุบัน เบนซ์ทำงานประจำในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ที่สตูดิโอออกแบบ Project No.143 และยังมีเป้าหมายในงานภาพประกอบว่าอยากจะทำนิทรรศการของตัวเอง หลังเริ่มสร้างงานเข้าสู่ปีที่สาม

“เราก็ต้องวาดไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะรู้ว่าเราชอบอะไร แล้วมันก็จะค่อยๆ ลงตัว แต่ตอนนี้เราก็ยังคิดว่างานเรายังต้องพัฒนาไปอีก ต่อให้ไม่มีงานจ้างเราก็ตั้งใจกับตัวเองว่าในหนึ่งสัปดาห์ เราต้องวาดรูปขึ้นมาให้ได้หนึ่งรูป ไม่รู้สิ มันต้องวาดอะ ถ้าไม่ได้วาดมันจะหงุดหงิด”

Bloody Hell 2.jpg

คติในการทำงานของ Bloody Hell Big Head

-วาดรูปไปเรื่อยๆ ห้ามหยุด ต่อให้ไม่มีงานก็ต้องวาดจนเจอว่าตัวเองต้องไปต่อทางไหน และต้องมีวินัย ห้ามขี้เกียจ
- ใช้สูตรส่งงานก่อนเวลา 2-3 วัน ถ้ามีคอมเมนต์อะไรจะได้มีเวลาพัฒนางานต่อ เพราะการสื่อสารเรื่องงานผ่านอีเมลมีโอกาสผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย การส่งงานก่อนเวลา หรือการสเก็ตช์งานส่งคร่าวๆ ก็เป็นการเซฟตัวเองให้ไม่ต้องเหนื่อยเปล่า



Category Tags
Graphic Design
Share this Article !