Warning: Illegal string offset 'data' in /var/www/html/controllers/content-detail-tcdc.php on line 44

Warning: Illegal string offset 'article_tcdc_id' in /var/www/html/controllers/content-detail-tcdc.php on line 44

Passa Installation Art หยิบ “โอกาส” สร้าง “อนาคต”

| TCDC | KNOW WHO
“โอกาส” เป็นได้ทั้งแรงผลักดันให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า และอาจเป็นแรงฉุดรั้งให้เราไปไม่ถึงฝัน แต่ผู้ประกอบการทุกรายต่างมองหา “โอกาส” เพื่อพิสูจน์ทักษะความสามารถในการทำงานพร้อมต่อยอดธุรกิจ เช่นเดียวกับสตูดิโอออกแบบ Passa Installation Art ที่เปิดรับ “โอกาส” จากเดิมที่ตั้งใจทำงานด้านประติมากรรมและศิลปะการจัดวาง สู่สตูดิโอออกแบบที่หลายคนขนานนามว่า “ไร่นาสวนผสม” นั่นหมายถึงความหลากหลายในการทำงานด้านงานออกแบบสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม งานออกแบบภายใน งานออกแบบนิทรรศการ งานออกแบบพื้นที่ เรื่อยไปจนถึงงานออกแบบกราฟิค พร้อมรับจ๊อบเป็นที่ปรึกษาสร้างแบรนด์ปั้นธุรกิจอีกด้วย ล่าสุดกับผลงานการออกแบบป้ายสัญลักษณ์โครงการร่วมสร้างสรรค์เจริญกรุง Co-Create Charoenkrung ที่จัดขึ้นโดย TCDC วันนี้ผมมีโอกาสพูดคุยกับ ณัฐพล กีรติพันธวงศ์ และ พัทธมน นิศาบดี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Passa Installation Art





Space มีอะไรที่มากกว่าพื้นที่โล่ง

สองคู่หูนักออกแบบณัฐพล และพัทธมน เริ่มต้นธุรกิจเพราะความหลงใหลในเสน่ห์ของ Space Design เพราะหนึ่งพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนตัว “ต่างมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่” ดังนั้นก่อนเริ่มต้นออกแบบ เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าพื้นที่นั้นต้องการพูดอะไรกับเรา และนั่นคือความสนุกของงาน Space Design ที่ไม่ใช่เป็นการสร้างสรรค์ค์สิ่งใหม่ แต่เป็นการนำสิ่งที่เหมาะสมเข้าไปในพื้นที่เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดส่งตรงไปถึงผู้เข้าชม ด้วยเหตุนี้การออกแบบเส้นทางการเดิน การติดตั้งชิ้นงาน การออกแบบป้ายสัญลักษณ์ การจัดแสง ฯลฯ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้าง “ประสบการณ์” ให้กับผู้เข้าชม

ความเหมือนและข้อต่างของ Installation Art กับงาน Space Design 

หลายท่านอาจมองว่างาน Installation Art เป็นงานจัดแสดงชิ้นงานศิลปะที่ไม่สนใจคนดูมากนัก ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะการออกแบบงาน Installation Art ก็ไม่ต่างจากงานออกแบบ Space Design ในเชิงพาณิชย์เลย ทั้งคู่ต้องการงานออกแบบที่สามารถ “สื่อสาร” ผ่านการเล่าเรื่องตามเส้นทางการเดิน จะมีความต่างกันบ้างก็ตรงที่ งาน Installation Art จะเป็นการจัดแสดงชิ้นงานศิลปะแบบปลายเปิด เพื่อให้ผู้ชมมีพื้นที่ในการแต่งแต้มจินตนาการตามความรู้สึกระหว่างเสพงานศิลป์ ในขณะที่งานออกแบบ Space Design แบบเชิงพาณิชย์ จะถูกกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง
 

นักฟังที่ดีสร้าง Design Brief ที่เยี่ยม

ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบชิ้นงานขนาดเล็กไล่ไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก่อนเริ่มต้นการทำงานคือ การร่วมสร้าง Design Brief เพื่อกำหนดเป้าหมายการทำงานร่วมกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทีมงาน Passa พบว่า ลูกค้าที่เข้ามาปรึกษามีหลากหลายรูปแบบ บางท่านมีแนวคิดเยอะมากแต่อาจหาเป้าหมายไม่เจอ บางท่านกลับพูดน้อย มาแบบไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่นักออกแบบทุกท่านจะต้องทำคือ การพูดคุยสัมภาษณ์ลูกค้า เพื่อให้เขาปลดปล่อยสิ่งที่มีอยู่ในหัวออกมาให้หมด จากนั้นทีมงานจะมองหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ดังนั้น “การเป็นผู้ฟังที่ดี” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราสามารถ “ต่อยอด” แนวคิดของลูกค้าให้ตรงความต้องการมากขึ้น และบางครั้งอาจต้อง “ช่วยคิด” แทนลูกค้าเพื่อสร้าง Design Brief ที่มีเป้าหมายชัดเจน



มองเห็นอะไรจาก Design Brief ในโครงการร่วมสร้างสรรค์เจริญกรุง

Design Brief ที่ดีจะมีพลังดึงดูดให้เราสนุกไปกับการทำงาน เช่นเดียวกับ Design Brief ของโครงการร่วมสร้างสรรค์เจริญกรุง (Co-Create Charoenkrung) ที่จัดขึ้นโดย TCDC ทีมงานมองเห็นความท้าทายจาก Design Brief ที่เปิดโอกาสให้ได้เล่นกับพื้นที่สาธารณะ (Public Space) ที่เป็นของจริงบนย่านเจริญกรุง โดย Passa รับผิดชอบเรื่องการออกแบบป้ายสัญลักษณ์ (Signage) 

ทีมงาน Passa เริ่มทำงานด้วยการเดินสำรวจพื้นที่ย่านเจริญกรุง โดยไม่มีการกำหนดเส้นทางการเดินมากนัก เพื่อสังเกตวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเรื่องราวที่ซ่อนตัวอยู่ภายในย่าน จากนั้นมีการนำ Google Map เข้ามาประกอบการทำงาน เพื่อกำหนดเส้นทางการเดินที่ชัดเจนมากขึ้น ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นไปออกแบบป้ายสัญลักษณ์พร้อมกำหนดจุดการติดตั้งที่ชัดเจน ทีมงานพบว่า ย่านเจริญกรุง ถนนสี่เลนสายแรกของไทยที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงมีเสน่ห์สุดคลาสสิก ที่สำคัญพื้นที่แห่งนี้มีวัฒนธรรมแบบ Street Culture ซ่อนตัวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านงานสถาปัตยกรรม อาคารพาณิชย์ที่เก่าแก่ ความหลากหลายของอาหารที่สุดแสนอร่อย รวมไปถึงวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่ดูเรียบง่ายเหมือนเช่นอดีต ไม่ว่าจะเป็น การปลูกต้นไม้บริเวณหน้าบ้าน การตากผ้าข้างถนน เพื่อนบ้านนั่งจับเข่าคุยกัน ฯลฯ และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ย่านเจริญกรุงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง

สนุกจนหลุดกรอบ Design Brief

การลงพื้นที่จริงทำให้เรียนรู้เรื่องราวที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งสนุกไปกับการมัน จากเดิมที่รับผิดชอบเพียงแค่การออกแบบป้ายสัญลักษณ์ ทีมงานก็เริ่มต่อยอดเสนอแนะรูปแบบกิจกรรม พร้อมศึกษาแนวคิดการทำงานของสตูดิโอออกแบบแห่งอื่นที่เข้าร่วมสร้างสรรค์งาน Co-Create Charoenkrung แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะหลุดกรอบแนวคิดออกไปมากแค่ไหน การเดินตาม Design Brief ในส่วนของขอบเขตการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่นักออกแบบไม่สามารถมองข้ามได้ ส่วนแนวคิดที่สนุกจนหลุดกรอบก็ไม่ได้ถูกทิ้งไป เพราะมันเปรียบเสมือนกับชุดความคิดสร้างสรรค์ที่เสนอมุมมองต่างให้กับทีมงาน Co-Create Charoenkrung อีกทั้งยังช่วยแต่งแต้มสีสันการทำงานให้สนุกมากขึ้น 

หยิบวิถีชุมชนพลิกเป็นป้ายสัญลักษณ์

จะออกแบบอะไร สร้างสรรค์สิ่งไหน พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการเคารพเรื่องราวของพื้นที่นั้นๆ การสังเกตระหว่างการลงพื้นที่จริงทำให้ทีมงานได้ต้นตอแนวคิดในการออกแบบป้ายสัญลักษณ์ เช่น รถเข็นเหล็ก 2 ล้อ ที่ชาวบ้านร้านค้าใช้ขนของ กรวยจราจรสีส้มที่ดูเหมือนจะมีมากในย่านนี้ หรือการหล่อแท่นปูนซีเมนต์สำหรับปักร่มขายของริมทางเท้า เมื่อได้ต้นตอแนวคิดแล้ว ทีมงานแบ่งกลุ่มประเภทของป้ายสัญลักษณ์เพื่อกำหนดขอบเขตการทำงาน สำหรับโครงการ Co-Create Charoenkrung ทีมงานทำการพลอตจุดติดตั้งป้ายบนแผนที่ พร้อมระบุว่า จุดไหนต้องการสื่อข้อมูลอะไร ชุดข้อมูลไหนที่สามารถนำมารวมกันได้ก็จะรวมไว้เป็นชุดเดียวกัน เพื่อให้ป้ายสัญลักษณ์ไม่เยอะเกินไป หลังจากการศึกษา ทีมงานแบ่งป้ายสัญลักษณ์ออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ ป้ายประกาศไดเร็คทอรี่ บอร์ด (Directory Board), ป้ายข้อมูล (Information Board), ป้ายบอกทิศทาง (Directional Signage) และป้ายขอบเขตพื้นที่การจัดงาน (Event Signage)  จากนั้นนำต้นตอแนวคิดที่ได้จากการเดินสำรวจมาปรับใช้ในงานออกแบบ 






สำหรับโครงการนี้ทีมงานนำรถเข็นเหล็ก 2 ล้อมาปรับเป็นป้าย Directory Board และ Information Board สามารถเคลื่อนย้ายได้ (เป็นข้อกำหนดใน Design Brief ที่อยากให้ป้ายสัญลักษณ์เคลื่อนย้ายได้ง่ายและสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก) ที่สำคัญตัวป้ายแต่ละชิ้นสามารถต่อเป็นแผงข้อมูลแบบระบบโมดูลาร์ตามขนาดของพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน มีการใช้ J-Flag ธงราวญี่ปุ่น และกรวยจราจรเพ้นท์สีเขียวสำหรับป้าย Event Signage พร้อมกับป้าย Directional Signage ที่พัฒนามาจากแท่งปูนซีเมนต์ปักร่ม

ก่อนการผลิตจริง ทีมงานจัดทำ Mock Up ตัวอย่างเพื่อศึกษาขนาดสัดส่วน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ขนาดตัวอักษรที่อ่านได้ง่าย ฯลฯ จากนั้นแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดก่อนพัฒนาแบบในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมผลิตใช้งานจริง





ข้อจำกัดและอุปสรรคที่ต้องก้าวข้าม

ทุกการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะจะมีข้อกำหนดทางกฎหมายเป็นกรอบให้เราทำงาน อีกทั้งพื้นที่เหล่านั้นต่างมีผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่อยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของเทศกิจ ของสำนักงานเขต หรือแม้แต่ของกรุงเทพมหานครเอง ดังนั้นการเดินเข้าหาหน่วยงานราชการเพื่อเรียนรู้ข้อกำหนดพร้อมรับฟังคำแนะนำจะช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างถูกต้องและใช้งานได้จริงโดยไม่ผิดกฎหมาย

นอกจากพื้นที่สาธารณะแล้ว งานบางส่วนยังเกี่ยวข้องกับเจ้าของพื้นที่โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ เจ้าของตึก เจ้าของอาคาร ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของพื้นที่จะช่วยให้เราได้รับความร่วมมือที่ดี









เล่นพื้นที่สาธารณะอย่างไรให้โดน

สำหรับการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะหรือแม้กระทั่งงานออกแบบสร้างสรรค์สาขาอื่น เราจำเป็นต้องศึกษาผู้ใช้ตัวจริง ล้วงให้ลึกถึงความต้องการที่ซ่อนอยู่ในใจ (Customer Insight) เพื่อนำผลข้อมูลมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ ห้ามสร้างผู้ใช้ในฝันเพราะมันจะทำให้เราหลงทาง นอกจากนี้ ความปลอดภัย ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่นักออกแบบต้องเซทเป็นค่ามาตรฐานในทุกครั้ง และท้ายที่สุด ทุกรูปทรง สีสันที่ใช้ ตำแหน่งที่ติดตั้ง รวมไปถึงข้อความและสัญลักษณ์ กำลังทำหน้าที่สื่อสารตามเป้าหมายหลักของโครงการอยู่ ดังนั้นอยากเพลินเพลินกับความสวยงามจนมองข้ามความสำคัญของการสื่อสารเหล่านี้

มองอนาคตของ Passa Insptallation Art ไว้ที่จุดใด

จุดเริ่มต้นของการเปิดสตูดิโอออกแบบ คือความหลงใหลในงานประติมากรรมและศิลปะจัดวาง แต่ทีมงานยังไม่มีโอกาสได้ทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่ เลยแอบหวังลึกๆว่าในอีกสามปีข้างหน้า Passa Installation Art อยากสร้างผลงานประเภทศิลปะจัดวางของตนเองบนพื้นที่สาธารณะสักครั้ง



แง่คิดในการสร้างธุรกิจ

นอกจากความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแล้ว งานด้านบริหารจัดการ (Management) เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถมองข้ามได้ นักออกแบบที่เริ่มเปิดสตูดิโอจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นงานด้านบุคคล งานวางแผน งานบัญชี หรือการตลาด นอกจากนี้ความมี “วินัย” จะช่วยเสริมสร้างให้เราประสบความสำเร็จในการทำงาน โดยสามารถเริ่มต้นจากการมีวินัยกับตนเอง ก่อนก้าวไปสู่ความมีวินัยในแผนก ในองค์กร และท้ายที่สุดคือ ความมีวินัยกับลูกค้า และ จง “เต็มที่” กับทุกงานที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นงานสเกลเล็กหรือโครงการขนาดใหญ่ อยากให้นักออกแบบสร้าง “คุณค่า” ของงานมากกว่าวัดกันที่งบประมาณน้อยหรือมาก

Passa Installation Art ได้ฝากผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปั้นแบรนด์สร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจเพื่อสังคมอย่าง Half n’ Half Bakery ธุรกิจเพื่อสังคมร้านเบเกอรี ที่มอบโอกาสให้ผู้พิการเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจ, ABLE: Ability to Change ธุรกิจเพื่อสังคมที่เน้นการสร้างงานพร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาอย่างยั่งยืน เป็นต้น อีกหนึ่งสตูดิโอออกแบบที่พลิก “โอกาส” สร้าง “อนาคต” ปัจจุบัน Passa Installation Art ทำงานด้าน Visual Communications และ Space Enhancement โดยไม่ปิดกั้นขอบเขตของงานออกแบบสร้างสรรค์ เพราะทุกโอกาสคือความท้าทายที่ต่อยอดเสริมประสบการณ์ให้กับทีมงานทุกคน


3c7e3f978c6417ed6a9939df61c4e4b4.jpg

คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Passa Installation Art


Share this Article !