4 แนวคิด ‘ปิดห้องขังตัวเอง’ เร่งความคิดสร้างสรรค์

06 February 2015 | TCDC | CREATIVE PROCESS

Creativity นั้นมีประโยชน์กับแทบทุกอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นนักออกแบบหรือผู้ประกอบการสร้างสรรค์ เพราะนอกจากคุณจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมาแล้ว คุณยังจะต้องคิดวิธีสื่อสารและนำเสนอไอเดียเหล่านั้นให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย 

แล้วเราจะกระตุ้นต่อมความสร้างสรรค์กันอย่างไร?  เรื่องนี้เคยมีผูเสนอทฤษฎีไว้มากมายครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะบอกให้เราออกไปเดินดูเมือง ดูผู้คน ดูงานศิลปะบ้าง หรือไม่ก็ให้เปลี่ยนประสบการณ์ไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความแปลกใหม่ ฯลฯ

แต่ที่น่าสนใจก็คือในบางทฤษฎีนั้นเขากลับบอกให้เรา ขังตัวเองอยู่ในบ้าน’ ‘นั่งในห้องมืดๆหรือ จ่อมอยู่กับโต๊ะทำงานตัวเดิมนั่นแหละเพราะมันคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะรีดความคิดชั้นดีออกจากหัวเราได้

 

ลองมาดูตรรกะเบื้องหลังทฤษฎีเหล่านี้กันครับ


ที่แคบ.jpg 


1) พื้นที่แคบและข้อจำกัดจะช่วยงัดความคิดสร้างสรรค์ของคุณ ?

คนส่วนใหญ่อาจจะเชื่อว่าความรู้สึกอิสระและการได้อยู่ท่ามกลางความหลากหลายนั้นจะเป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่นักทฤษฎีบางคนกลับแย้งว่า ประสบการณ์เหล่านั้นน่ะมีแต่จะทำให้คุณว่อกแว่ก และคิดอะไรไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ในทางตรงกันข้าม พวกเขาคิดว่าข้อจำกัดต่างหากที่จะผลักดันมนุษย์สู่ความคิดสร้างสรรค์และทำให้เกิดผลงานอันเป็นรูปธรรมได้  (นักทฤษฎีสายนี้เขาเชื่อกันจริงๆ จังๆ ว่าเมื่อคนเราไม่มีตัวเลือกมากนัก ธรรมชาติก็จะผลักดันสมองให้ทำงานมากขึ้น แถมเรายังจะใช้เวลาในการทำงานน้อยลงด้วย)

นักเขียนนาม John Cheese เคยกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าเราจะมีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่หรือเรื่องเวลา มันก็ช่วยเร่งความคิดสร้างสรรค์ของเราได้ทั้งนั้น  ตัวอย่างคลาสสิกก็คือเมื่อ Ernest Hemingway ถูกท้าให้เขียนนิยายเรื่องหนึ่งภายในแค่ 6 คำ  ผลลัพธ์ของมันก็คือ "For sale: Baby shoes, Never worn" (ขายด่วน รองเท้าทารก ไม่เคยใส่) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการเล่าเรื่องในสไตล์ Flash Fiction นั่นเอง

 


illustrationsavestheday.com.jpg


2) โต๊ะทำงานที่ยุ่งเหยิงจะช่วยขับเน้นไอเดียใหม่ ?

เคยมีรายงานวิจัยกล่าวว่าการคิดงานบนโต๊ะที่เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น มักจะให้ผลลัพธ์เป็นสิ่งเดิมๆ หรือเป็นแบบแผนที่คนๆ นั้นเคยคิดมาแล้วทั้งหมด  แต่ในทางตรงกันข้าม หากเราลองคิดงานบนโต๊ะที่ยุ่งเหยิง  มันกลับจะช่วยให้เราได้ค้นพบไอเดียใหม่ๆ ที่หลายครั้งก็มีความน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

นอกจากนั้น การคิดงานในสภาพแวดล้อมแบบอนาล็อกคือใช้กระดาษ ดินสอ ยางลบ และนั่งทำงานด้วยมือจริงๆ ก็มักจะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่าการใช้ซอฟต์แวร์ หรือการทำงานบนจอคอมพิวเตอร์มาก



 

www.flickr.comphotostwistedsun.jpg

3) แสงสลัวจะช่วยเปิดความคิดให้กว้างไกล ?

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่าการที่คนเราอยู่ในที่สลัวๆ หรือในแสงไฟอ่อนๆ จะช่วยเร่งความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด รองลงมาคือแสงธรรมชาติ แต่ที่แย่ที่สุดกลับเป็นแสงจากหลอดไฟสว่างจ้า (ที่เปิดกันตามออฟฟิศทั่วไปเหตุผลก็คือเพราะผู้ที่อยู่ในแสงสลัวๆ นั้นมักจะไม่สังเกตเห็นสิ่งเร้ารอบตัว จึงสามารถตั้งสมาธิหรือตกอยู่ในภวังค์แห่งการคิดได้ดีกว่า  นอกจากนี้ผู้วิจัยยังสรุปว่าหากเราต้องการใช้ความคิดแบบเต็มที่ โดยไม่ต้องอ่าน ดู เขียน หรือวาดอะไรไปด้วย การปิดไฟและอยู่ในความมืดสนิทไปเลย อาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

 



47be9-321123.jpg

4) ความง่วงจะช่วยกระตุ้นต่อมติสท์ให้บรรเจิด ?

นักดนตรี นักแต่งเพลง ดีไซเนอร์ รวมถึงนักเขียนนิยายหลายๆ คนยอมรับว่า พวกเขาเคยได้ไอเดียใหม่ๆ จากช่วงเวลาที่กำลังง่วงหรือครึ่งหลับครึ่งตื่น  ซึ่งในทางการแพทย์เราจะเรียกโมเมนท์แบบนี้ว่า Hypnopompic State (หรือ Hypnopomp)  ยกตัวอย่างเช่นจิตรกรชื่อดัง Salvador Dal? ที่มักจะนั่งงีบหลับบนเก้าอี้เวลาคิดงานใหม่ๆ โดยระหว่างที่กำลังง่วงนี้ เขาจะถือช้อนคันหนึ่งไว้ในมือ และกะระยะมือให้อยู่เหนือจานพอดี จนเมื่อหลับไปได้สักพักช้อนก็จะหลุดมือตกลงไปกระทบจาน ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง  ซึ่งด้วยวิธีนี้ Dali กล่าวว่าเขาสามารถจะจดจำภาพที่เห็นในขณะง่วงได้ และสานต่อมันขึ้นเป็นผลงานจริงๆ ในเวลาต่อมา


เครดิตภาพ :
www.flickr.comphotostwistedsun
illustrationsavestheday.com
evangellina.com

Category Tags
Other
Share this Article !