สอบ ก.พ. มีกี่ชนิด

02 December 2019 | Others | KNOW WHO

การสมัครสอบ ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการพลเมืองนั้น เป็นสิ่งที่หลายๆท่านต้องพบเจอ และหากอยากเข้าร่วมงานกับทางรัฐก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ที่จะเข้าร่วม โดยตัวการสอบของ ก.พ. นั้นก็ถูกแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด โดยแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป ส่วนจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไรนั้น บทความนี้มีคำตอบ

 

สอบภาค ก. วัดความรู้ ความสามารถ

เริ่มแรกด้วยข้อสอบภาค ก. โดยตัวสอบภาค ก. นี้จะทำหน้าที่ในการวัดความสามารถ ความรู้ทั่วไป โดยจะมีการจัดสอบประจำในทุกๆปี จากข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. ผู้ที่มีสิทธิ์สอบนั้นจำเป็นต้องมีเงื่อนไขในการสมัครสอบดังนี้

  • ผู้สมัครสอบต้องมีสัญชาติไทย
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
  • เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  • ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกำหนด (เช่น ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ฯลฯ)
  • พระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบ และไม่อาจให้เข้าสอบได้
  • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2561

การสอบภาค ก. นั้นเป็นการทดสอบที่วัดความสามารถและความรู้ทั่วไป เพราะฉะนั้นทุกท่านที่ต้องการบรรจุเข้าราชการต้องทำการสอบ โดยตัวข้อสอบภาค ก. จะแบ่งออกเป็น 3 วิชาหลักๆ คือ

1.ทดสอบวิชาภาษาไทย

เริ่มแรกด้วยการทดสอบความรู้วิชาภาษาไทย ที่เป็นภาษาหลักในประเทศ ทั้งในด้านการอ่าน และการเข้าใจถึงบทความต่างๆ รวมถึงการเขียนประโยคของภาษาไทยให้ถูกต้อง จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 50 คะแนน ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 60%

2. ทดสอบวิชาภาษาอังกฤษ

ต่อด้วยการทดสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้น จากการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยจะมีจำนวน 25 ข้อ และมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 50 ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 50%

 

* ผู้สอบสามารถยื่นคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐานที่มีคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50% มาเทียบแทนการสอบได้ โดยตัวคะแนนที่ได้รับนั้น ต้องมาจากการสอบอื่นๆดังต่อไปนี้ IELTS , TOEIC , TU-GET , CU-TEP

การทดสอบภาษาอังกฤษที่ยื่นเทียบแทนได้ คะแนนเต็ม เกณฑ์ผ่าน
TOEIC 990 496
TOEFL 120 60
TU-GET 1,000 500
CU-TEP 120 60

 

3. ทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป

การทดสอบด้านความสามารถ ความรู้ทั่วไปนั้นจะมีโจทย์ที่หลากหลาย ทั้งการคิดคำนวณกับด้านการให้เหตุและผลอีกด้วย ด้วยความหลากหลายในโจทย์ข้อสอบนี้จึงทำให้มีโจทย์มากถึง 40 ข้อ คะแนนนเต็มถึง 100 คะแนน ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 60% ขึ้นไป

วิชา จำนวนข้อ เวลาทำข้อสอบ คะแนนเต็ม เกณฑ์ผ่าน
ภาษาไทย 20 ข้อ 200 นาที 50 คะแนน 60%
ภาษาอังกฤษ 25 ข้อ 200 นาที 50 คะแนน 50%
ความสามารถทั่วไป 40 ข้อ 200 นาที 100 คะแนน 60%

ช่วงเวลาการจัดสอบ

ช่วงเวลาในการสมัครสอบของทุกปีนั้นจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือน มีนาคม และมีการเริ่มต้นสอบในช่วง มิถุนายน – กรกฎาคม โดยสามารถติดตามกำหนดการและข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลาที่รับสมัครได้ที่เว็บไซน์ของ สำนักงาน ก.พ. โดยตรง http://job.ocsc.go.th/Default.aspx

ภาค ข คือ การสอบภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง

การสอบภาค ข. เป็นการสอบที่เน้นความรู้และความสามารถเฉพาะทาง หรือเฉพาะตำแหน่งในด้านต่างๆ เช่น นักวิเคราะห์นโยบาย นักวางแผน เจ้าพนักงานสาธารณสุข นักวิชาการเงิน นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน โดยการจะสอบภาคนี้ได้นั้นจำเป็นต้องมีหนังสือรับรองว่าได้ทำการสอบภาค ก. ผ่านแล้วจึงสามารถสมัครได้ โดยช่วงเวลาในการสมัครของภาค ข. นั้นจะถูกเปิดขึ้นตามหน่วยงานต่างๆที่เปิดรับสมัครขึ้น

ภาค ค คือ การสอบสัมภาษณ์

สอบภาค ค. เป็นการสอบขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มเข้ารับราชการ โดยการสอบนี้จำเป็นต้องผ่านภาค ก. และการสอบภาค ข. แล้ว โดยการสอบภาค ค. จะเป็นการสอบด้านการสัมภาษณ์เป็นหลัก นอกจากนี้อาจจะมีการทดสอบอื่นๆ เช่น การทดสอบด้านร่างกาย และการทดสอบด้านจิตวิทยาอีกด้วย

 

ที่มา : https://gorporonline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81-%e0%b8%9e/how-many-types-of-the-ocsc-exam/