+

Meals on wheels

06 August 2018 | Others | KNOW WHO

เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทยเสมอมา เราคือชาติที่อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ และสามารถเข้าถึงอาหารได้ง่ายมาแต่ไหนแต่ไร แม้แต่พื้นที่ทางเท้าริมถนน เรียกได้ว่าแค่ก้าวขาออกจากบ้านหรือที่ทำงาน คุณก็มีตัวเลือกอาหารมากมายมาอยู่ตรงหน้า อาหารประเภทเสียบไม้ ถือรับประทานง่าย ไม่ว่าจะเป็นหมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ก็ถูกจัดว่าเป็นภูมิปัญญาไทยๆ ที่ชาวต่างชาติเห็นแล้วชอบใจ 

แต่การมีอาหารข้างทางที่หาซื้อได้ง่ายอาจจะไม่เพียงพอและไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ของคนกรุงในปัจจุบันอีกต่อไป เราจะเห็นได้ว่าคนไทยเราให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเขาจะรับประทานเข้าไปมากขึ้น บ้างอาจต้องการเลือกอาหารอร่อยจากร้านเจ้าที่ถูกใจโดยเฉพาะ บ้างก็ต้องการอาหารที่ดีมีประโยชน์ใช้วัตถุดิบออแกนิค หรือแม้แต่ข้อจำกัดเกี่ยวกับอาหารมากมายที่เราเริ่มรู้จักกันอย่างแพร่หลายเช่น gluten free, vegan, vegetarian, pescetarians, dairy free, ketogenic, raw food ฯลฯ หมูปิ้งข้างทางหรือร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยจึงอาจจะตอบโจทย์ของเราไม่ได้เสมอไป บวกกับการพาตัวไปหาอาหารสำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องยากเกินไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ออฟฟิศผู้ทำงานหนักจนไม่มีเวลาว่าง หรือการจราจรที่ติดขัดตลอดเวลาในกรุงเทพฯ? จนใครๆแทบจะไม่อยากออกไปไหน ก็ทำให้คนไทยเรามีความต้องการให้อาหารเดินทางมาหาเรามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นผู้คนในเมืองใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดกันมากขึ้นและคอนโดมิเนียมจำนวนมากก็ไม่มีห้องครัวที่เหมาะสมกับการประกอบอาหารอย่างเต็มรูปแบบ การจะได้ทานอาหารที่ดีตามที่ต้องการจึงเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนกรุง

ฟู๊ดเดลิเวอรี่หรือบริการส่งอาหารจึงเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของคนไทย ในยุคแรกเริ่มบริการส่งอาหารเริ่มต้นจากร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดทั้งกลุ่มเบอร์เกอร์ พิซซ่า ไปจนถึงร้านอาหารเชนต่างๆ อย่างไรก็ดีความต้องการอาหารที่หลากหลายทำให้คนไทยเราคิดหาวิธีนำอาหารมาถึงตัวในแบบต่างๆ สัก 4-5 ปีก่อนหลายๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับการส่งวินมอเตอร์ไซด์ไปต่อคิวซื้ออาหารแทนตัวเอง ซึ่งก็ใช้งานได้ดีอยู่หลายปีจนเมื่อเราเข้าสู่ยุคดิจิตัลที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนและโมบายล์แอพลิเคชั่นเป็นที่แพร่หลาย เซอร์วิสใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นบริการแอพลิเคชั่นรับส่งของ เรียกแทกซี่ หรือสั่งซื้ออาหารเช่น Line Man, Grab, Food Panda, Honest Bee ฯลฯ ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีจุดแข็งแตกต่างกันไป แต่ที่ชัดเจนเลยก็คือหากแอพลิเคชั่นใดออกแบบ UI ให้ใช้งานได้ง่ายเข้าใจง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน และมีระบบ back of house ที่เสถียรทำให้ประสบการณ์การใช้งานไม่ติดขัดก็ยิ่งได้ใจผู้ใช้บริการไปครองมากขึ้นเท่านั้น



ในแง่ของการส่งอาหารบริการสั่งและส่งอาหารจากร้านอาหารต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เริ่มทำกันมาหลายปีแล้วแต่เพิ่งจะมีการแข่งขันและแข่งกันพัฒนาอย่างเข้มข้นในช่วง 1-2 ปีมานี้โดยมีหลายแอพลิเคชั่นเป็นแกนนำ แอพลิเคชั่นอย่าง Line Man ให้บริการที่ค่อนข้างจะครบวงจรตั้งแต่เรียกแท็กซี่ส่งพัสดุเรียกแมสเซ็นเจอร์ส่งของไปจนถึงบริการสั่งซื้ออาหารและสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ  ความสะดวกสบายและความหลากหลายนี้ ทำให้หลายๆ คนเลือกใช้บริการแอพลิเคชั่นนี้ โดยเฉพาะระบบการสั่งอาหารที่มีการพัฒนามาตลอด ทั้งการใช้ฐานข้อมูลจากเว็บไซต์วงใน (http://wongnai.com">wongnai.com) แหล่งรวมร้านอาหารและรีวิวจากผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ไปจนถึงการประสานงานตรงกับร้านค้าเพื่อให้ร้านค้าสามารถอัพเดตเมนูและราคาอาหารอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมให้การใช้แอพลิเคชั้นเป็นไปอย่างลื่นไหล และมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด แอพลิเคชั่นสั่งซื้ออาหารเหล่านี้ช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรับประทานอาหารของเราให้หลากหลายมากขึ้น ทำให้ลูกค้าสามารถรับประทานอาหารที่ต้องการได้โดยไม่ต้องออกไปหาซื้อเอง 



นอกจากเซอร์วิสที่เสนอตัวออกไปเป็นผู้หาซื้ออาหารให้คุณแล้ว food industry หรือวงการอาหารเองก็มีการพัฒนาตัวเองมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเช่นกัน หนึ่งในผู้ประกอบการอาหารที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างน่าสนใจคือ Polpa ซึ่งเป็นบริการส่งอาหาร Health food ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ประมาณ 4 ปีที่แล้วและมีการพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง 


คุณโปร่งฟ้า อุนนาทรวรางกูร ผู้ร่วมก่อตั้ง Polpa เริ่มต้นทำงานในแวดวงธุรกิจอาหารจากการเป็น food buyer ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเธอมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารในแถบเมดิเตอเรเนี่ยน เธอและหุ้นส่วน คุณจูเลี่ยน ไทม์มิงส์ (Julian Timings) ร่วมกันก่อนตั้ง Polpa ขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยตั้งใจนำเสนออาหารที่ดีต่อสุขภาพในสไตล์เมดิเตอเรเนี่ยนให้กับคนกรุงเทพฯ แต่ความตั้งใจของทั้งคู่ไม่ธรรมดาเพราะชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นว่าไม่อยากเปิดร้านอาหารและอยากจะทำบริการ food delivery ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน คุณจูเลี่ยน ซึ่งเป็นวิศวกรและมีความเชี่ยวชาญเรื่องการเขียนโค้ต จึงเข้ามาจัดการสร้างระบบ back of house ที่มีประสิทธิภาพให้กับ Polpa 




ในขณะที่การสั่งอาหารผ่าน Line Man หรือ delivery service อื่นๆ มีตัวเลือกที่หลากหลายแต่ก็มีความยุ่งยากในขั้นตอนทั้งการเสิร์ชหาร้าน พิมพ์เมนูที่ต้องการ รอไลน์แมนโทรกลับมาคอนเฟิร์มราคา และอาจต้องคอยบอกทางให้มาส่งถึงบ้านได้อย่างถูกต้อง ระบบของ Polpa มีความ seamless ที่เกิดจากการคาดการณ์ปัญหา และคิดหาโซลูชั่นเอาไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี หากคุณสั่งอาหารจาก Polpa คุณสามารถเข้าไปเลือกเมนูประจำสัปดาห์ในเว็บไซต์หรือผ่านแอพลิเคชั่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนของปีนี้ คลิกเลือกเมนู กดเลือกวิธีชำระเงิน ซึ่งตอนนี้มีระบบแพ็คเก็จที่เรียกว่า Prime ทำให้สามารถซื้ออาหารได้ง่ายรวดเร็วและราคาถูกลงกว่าเดิม จากนั้นก็ระบุช่วงเวลาและที่อยู่จัดส่งซึ่งสามารถบันทึกที่อยู่ได้หลายที่ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที จากนั้นรู้ตัวอีกทีพนักงานส่งอาหารที่ได้รับการเทรนด์โดย Polpa ก็จะนำอาหารมาส่งให้คุณถึงที่ 



คุณโปร่งฟ้าเล่าว่าตอนที่เธอและคุณจูเลี่ยนเริ่มต้นทำ Polpa ก็เริ่มมีบริการทำอาหารส่งตามบ้านเกิดขึ้นมาแล้วเล็กน้อย แต่ไม่ค่อยมีเจ้าไหนที่นำเทคโนโลยีมาใช้ยังเป็นระบบ ยังต้องโทรไปสั่งอาหารอยู่  ซึ่งเธอและหุ้นส่วนมองว่าสามารถพัฒนาให้เกิดระบบที่ง่ายและผิดพลาดน้อยกว่าได้ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย Polpa เลือกที่จะไม่รับออเดอร์ทางโทรศัพท์ แต่พยายามให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสุดๆ  แม้จะเจอปัญหาในช่วงเริ่มแรก ที่ลูกค้าไม่ค่อยมั่นใจที่จะสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ ทั้งเพราะรู้สึกว่าจะยาก ใช้ไม่เป็น หรือกลัวไม่ได้อาหาร แต่ Polpa ก็ educate และช่วยเหลือจนปัญหาความกลัวเทคโนโลยีของลูกค้าหมดไป นอกจากนั้น Polpa ยังวางระบบการจัดเส้นทางส่งอาหาร และส่งออเดอร์ให้กับบริษัทขนส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้การส่งออเดอร์ไปสู่ลูกค้า เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ส่งและสำหรับ Polpa เอง ที่ไม่ต้องคอยกดแอพเรียกคนส่งอาหารเป็นทีละกล่องๆ แถม Polpa ยังเทรนด์พนักงานส่งอาหารก่อนที่จะให้เริ่มทำงานจริง ให้นำอาหารไปส่งลูกค้าโดยใช้อุปกรณ์ GPS ที่บริษัทมีให้ โดยพยายามไม่โทรไปถามเส้นทาง เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนลูกค้า 


ธุรกิจของ Polpa ถือว่าขยายตัวได้รวดเร็วและมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเมื่อปีนี้ (2561) Polpa มีการเปลี่ยนแปลงที่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแบรนด์ พวกเขาได้ร่วมทุนกับ Dahmakan ซึ่งเป็น food delivery service จากประเทศมาเลเชีย โดย Dahmakan เป็นธุรกิจส่งอาหารที่ดีต่อสุขภาพในกัวลาลัมเปอร์ ที่เริ่มต้นมาในเวลาใกล้เคียงกับ Polpa ทั้ง 2 บริษัทมีแนวทางที่ใกล้เคียงกันจึงมีแผนที่จะรวมตัวกันเพื่อทำให้ธุรกิจขยายตัวได้มากขึ้น ซึ่งก็มาบรรลุผลในช่วงกลางปีนี้ทำให้ Polpa เริ่มใช้ระบบสั่งอาหารผ่านแอพลิเคชั่นและระบบแพ็คเก็จที่ชื่อว่า Prime ที่ทาง Dahmakan พัฒนาขึ้นมาซึ่งลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อแพ็คเก็จล่วงหน้าและจ่ายค่าอาหารเป็นหน่วย Prime ซึ่งเมนูอาหารจานหลักจะมีราคา 1- 1.4 Prime ระบบนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้ออาหารได้ในราคาที่ถูกลง  แถมยังมีบริการส่งฟรีแถมให้ลูกค้า Prime อีกด้วย คุณโปร่งฟ้าเล่าว่า “เราพบว่าลูกค้าของ Polpa สั่งอาหารจากเว็บไซต์ทางโทรศัพท์ (mobile site) มากกว่าทางคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ต้น แอพลิเคชั่นจึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของเราเป็นอย่างมาก อีกทั้งเรามีลูกค้าที่มักจะสั่งอาหารเป็นประจำอยู่มากระบบ Prime จึงเหมาะมาก พอเรามีระบบนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เลือกใช้ Prime กันเกือบทั้งหมด”

คุณโปร่งฟ้าให้ความเห็นว่า “ระบบ food delivery ถือเป็นเซอร์วิสที่เวิรก์มากในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพและเมืองใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเชียก็เช่นเดียวกันที่มันเวิร์กเป็นเพราะ density (ความหนาแน่น) ของประชากรทำให้ธุรกิจจัดส่งอาหารเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้และเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนในเมืองนั้นๆ” Polpa และ Dahmakan จึงมีแพลนที่จะขยายธุรกิจไปในเมืองใหญ่ต่างๆทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งในสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเชีย 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ polpa ได้ทาง http://polpa.co">polpa.co และดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น Dahmakan เพื่อสั่งอาหารได้ทาง App Store หรือ Play Store 

Photography: google.com and Courtesy of Polpa

 

Category Tags
Share this Article !