+

รองเท้าผ้าใบแฮนด์เมด MORE'S FRIDAY เสน่ห์ไทยในมาตรฐานสากล

17 June 2017 | tcdc | KNOW WHO

แบรนด์ More’s Friday ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2014 โดยกลุ่มเพื่อนที่มีความหลงใหลในรองเท้าผ้าใบ งานแฮนด์เมด และงานออกแบบสไตล์มินิมัลเหมือนๆ กัน “ตอนนั้นตั้งใจแค่ว่าจะทำรองเท้าผ้าใบขายกับเพื่อนๆ ทำเล่นๆ สนุกๆ เพราะเราอยากให้รองเท้านี้มาจากมุมของความสนุกและความตั้งใจมากกว่ามุมธุรกิจ หลังจากนั้นเราค่อยนำความเป็นธรรมชาติเข้ามาผสม จนกลายเป็นสไตล์ Minimal Natural ในที่สุด”

ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับรองเท้าผ้าใบทำมือของไทยให้ได้มาตรฐานสากล แบรนด์ More’s Friday ถือเป็นเจ้าแรกๆ ที่เริ่มผลิตรองเท้าผ้าใบทำมือจากช่างฝีมือชาวไทยจริงจัง โดยเริ่มลองผิดลองถูกตั้งแต่การคิดค้นสูตรยางพื้นรองเท้า เชือก ผ้า ฯลฯ โดยตั้งใจออกแบบรองเท้าให้ดูเรียบง่าย ใช้ผ้าแคนวาสจากเส้นใยธรรมชาติที่ไม่ผ่านการฟอกย้อม แต่หันไปเน้นลูกเล่นที่สีของด้ายกับสีของยางที่กลมกลืนกัน วางตะเข็บให้เห็นเด่นชัด เพื่อสร้างลวดลายบนความเรียบง่ายอีกทีหนึ่ง “นี่ถือเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของ More’s Friday ที่ต้องตอบโจทย์การสวมใส่ได้อย่างสบายและเป็น everyday wear ด้วย”


ธุรกิจสร้างมิตรภาพ

เพราะปรัชญาที่ใช้ในการทำงานคือ ‘มิตรภาพมากกว่าธุรกิจ’ More’s Friday จึงใส่ใจในทุกกระบวนการสร้างสรรค์และผลิตสินค้า โดยมุ่งหวังจะสร้างประโยชน์ให้ทั้งผู้ผลิตและลูกค้าไปพร้อมกัน “ทีมช่างฝีมือซึ่งเป็นผู้ผลิตยังต้องการความรู้ใหม่ๆ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วยความจริงใจ ส่วนตัวลูกค้าก็ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล แบรนด์เราไม่ได้มองเรื่องกำไรเป็นหลักแต่มองถึงผลตอบรับจากผู้บริโภคมากกว่า”

“คุณค่าของรองเท้า More’s Friday คือความตั้งใจที่แบรนด์ใส่ลงไป รวมถึงแนวคิด Minimal Natural Style ที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกครั้งที่เห็นคนใส่รองเท้า More’s Friday มันเป็นความรู้สึกที่ภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก”

ที่ผ่านมา More’s Friday เลือกใช้วัสดุที่ผลิตจากในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งกลับกลายเป็นจุดขายสำคัญสำหรับลูกค้าในต่างประเทศ “เรามีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้ทุกคนได้ใส่รองเท้าผ้าใบที่คนไทยกลุ่มหนึ่งตั้งใจทำ เป็นรองเท้าที่คนซื้อไปใส่จริงๆ ไม่ใช่ซื้อไปเพื่อรีเซลหรือเก็งกำไร” แน่นอนว่าการผลิตรองเท้าแบบแฮนด์เมดนั้นยังคงเป็นเรื่องใหม่มากในบ้านเรา ช่วงแรกที่ More’s Friday ไปติดต่อกับผู้ผลิตจึงต้องสื่อสารทำความเข้าใจอยู่นาน “เพราะผู้ผลิตยังมองไม่ออกถึงคุณค่าของงานมือ คิดว่าล้าสมัย ใช้เวลาผลิตนานไปเปล่าๆ จนกระทั่งเราอธิบายให้เขาเริ่มเข้าใจถึง ‘ความใหม่’ ของรูปแบบสินค้า เขาถึงได้ยอมรับทำให้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ในเมื่อขั้นตอนการผลิตจำต้องใช้เวลานานขึ้น ทางแบรนด์ก็ต้องวางแผนสต็อกสินค้าให้ดีจริงๆ ด้วย”


ทำมือด้วยวัสดุท้องถิ่น = เสน่ห์ในตลาดสากล

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าแบรนด์แฟชั่นจากต่างประเทศมากมายเลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งหลักสำคัญก็เป็นเพราะไทยเรามีวัสดุที่ดี และมีฝีมือช่าง (craftsmanship) ที่ตอบโจทย์แบรนด์ระดับโลกได้



More’s Friday ถือเป็นรองเท้าผ้าใบไทยแบรนด์แรกๆ ที่เริ่มทำการตลาดกับกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด นอกจากนั้นแล้วด้านการผลิตก็ยังมีข้อได้เปรียบที่สามารถควบคุมคุณภาพและการออกแบบได้ทั้งหมด ทีมผู้ก่อตั้งจึงเชื่อว่าด้วยจุดแข็งตรงนี้ น่าจะทำให้ธุรกิจของพวกเขามีช่องว่างจะเติบโตได้อีก ยิ่งมีเรื่องคุณภาพสินค้าและวัตถุดิบที่มาจากในประเทศไทยทั้งหมดแล้ว ยิ่งเป็นเสน่ห์ที่ชาวต่างชาติสนใจ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสินค้าแฮนด์เมดไทยในตลาดสากล

“พอหันกลับมามองแบรนด์รองเท้าที่เป็นของคนไทยจริงๆ เรากลับพบว่าแม้ดีไซน์จะดี แต่เรามักพลาดเรื่องคุณภาพวัสดุ การทำรองเท้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แบรนด์รองเท้าชั้นดีในโลกจะต้องผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ต่างชาติต้องยอมรับเรา เราถึงจะมีโอกาสเติบโตได้แบบจริงๆ”


ตามหา More’s Friday

ปัจจุบันกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ More’s Friday จะเน้นไปในแนวกว้าง เพราะตั้งเป้าว่าอยากสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเสียก่อน จากจุดเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ลูกค้ากลุ่มหลักก็มีทั้งวัยรุ่นและคนทำงาน โดยแบรนด์ได้ลองนำเสนอสินค้าผ่านร้านรีเทลที่ขายของแฮนด์เมด ควบคู่ไปกับการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งใน Facebook และเว็บไซต์ของแบรนด์เอง อย่างไรก็ดีเนื่องจากรองเท้าเป็นสินค้าที่ต้องลองก่อนซื้อ การไปออกบูธ ออกอีเวนท์ และการฝากขายจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ More’s Friday ก็กำลังวางแผนจะเปิดหน้าร้านของตัวเอง โดยได้ชวนผองเพื่อนที่ทำของแฮนด์เมดกันอยู่แล้วมาเปิดร้านร่วมกัน


สร้างไลฟ์สไตล์เน็ตเวิร์ค


ทุกวันนี้ More’s Friday ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับการสื่อสารแนวคิด Minimal Natural Style ให้ไปถึงกลุ่มลูกค้า “เรื่องนี้เราจำเป็นต้องอาศัยกลุ่มคนหรือเครือข่ายที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักแต่งเพลง ศิลปิน นักดนตรี นักวาดภาพ หรือคนในสายงานกราฟิก ช่วงแรกเราไปวางขายรองเท้าตามร้านหนังสือ ร้านกาแฟ และแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพราะอยากให้ลูกค้าสัมผัสถึงแนวคิดของแบรนด์ได้ง่าย และเร็วขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดความเป็น More’s Friday ต่อไปยังผู้อื่นได้ด้วย”


ภาครัฐควรรู้

กลุ่มผู้ก่อตั้งแบรนด์กล่าวว่าจากการศึกษาเรื่องการนำเสนอสินค้าท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น ทำให้รู้สึกว่าถ้าภาครัฐเข้ามาช่วยผลักดันสินค้า หรือวัตถุดิบในแต่ละจังหวัดมากขึ้นก็คงจะดี โดยสามารถช่วยทำในส่วนของการสร้างเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม “นอกจากนั้นก็อยากให้ภาครัฐช่วยนำนักออกแบบหรือวิทยากรเก่งๆ จากต่างประเทศมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยบ้าง เพื่อเราจะได้ต่อยอดความคิดไปได้ไกลขึ้นหรือกว้างขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”


ข้อคิดปิดท้ายจาก More’s Friday

- ชอบแล้วต้องลงมือทำ มันไม่ผิดที่เราจะเลือกทำในสิ่งที่เชื่อ

- ความหลงใหลจะผลักดันให้เราพัฒนาสิ่งที่ทำให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งรู้มาก

- ความคิดเห็นจากสาธารณะนำมาซึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

- เรื่องความคิดและฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้วันนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเราแก้ไขปรับปรุง พัฒนาด้วยแพชชั่นที่มี สักวันหนึ่งก็จะสำเร็จได้

- ศิลปะพื้นบ้านและภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยคือสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับโลกธุรกิจปัจจุบันได้

- ตั้งมั่นในจุดยืน สร้างความแข็งแรงให้กับวิถีของตนเอง ไอเดียดีๆ บางทีก็มาหาเราแบบไม่คาดคิด




คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ  More's Friday







Share this Article !