+

Tasknjoy ที่ทำงานออนไลน์ ช่องว่างตลาดใหม่ เพื่ออุดช่องโหว่เดิมของการจ้างงาน

07 May 2017 | tcdc | KNOW WHO

แนวโน้มการทำงานอิสระมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนทุกที่ให้เป็นห้องทำงาน เปลี่ยนช่องทางสื่อสารออนไลน์ให้กลายเป็นที่ประชุม ไปจนถึงว่าจ้างงานกัน ตอนนี้จึงมีพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งเป็นเหมือนเว็บบอร์ดงานหาคน คนหางานฟรีแลนซ์ที่ไม่ใช่งานประจำเกิดขึ้นพอสมควร

แต่อย่างที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ถึงปัญหาการจ้างงาน หรือการทำสัญญาจ้างที่มีความบิดเบี้ยว จ่ายเงินไม่ตรง หรือส่งงานไม่ได้ตามที่ตกลงกัน ฯลฯ กลายเป็นช่องโหว่เกิดขึ้นท่ามกลางโอกาสมากมาย


คุณนิน - ชนินทร์ กุลกาญจนาธร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง tasknjoy เล่าให้ฟัง เขาพัฒนาความคิดในการสร้าง tasknjoy ขึ้นมาจากการเห็นช่องว่างของตลาด จากประสบการณ์ตรง คุณนินเริ่มต้นชีวิตการทำงานของเขาจากงานประจำในสาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน แมเนจเมนท์ จนกระทั่งเห็นช่องทางต่อยอดธุรกิจ จึงมาเปิดธุรกิจร่วมกับภรรยา คุณหลัม - จีรพร ศรีเพ็ชรดานนท์ สร้าง AEC Enlist บริษัทที่ปรึกษาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจเอสเอ็มอีต่างๆ เมื่องานของเขาจัดการปรับปรุงระบบให้กับลูกค้าได้แล้ว ลูกค้าก็เริ่มต้องการให้พวกเขาหาพนักงานประจำให้ด้วย เขาจึงพัฒนาความต้องการด้านนี้ออกมาเป็น www.aecjoblisting.com เว็บหางานและรับสมัครงานขึ้น ต่อมาก็ไม่ใช่แค่หาพนักงานประจำแล้ว แต่บริษัทยังต้องการจ้างงานบางส่วน (เช่น งานที่ไม่ใช่กระบวนการหลัก หรือโปรดักท์หลักของบริษัท) ในรูปแบบเอาท์ซอร์ส ฟรีแลนซ์ หรือพนักงานสัญญาจ้างด้วย ทำให้เขาเห็นช่องทางซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ของตลาดงาน

แต่จะทำอย่างไรให้แตกต่างจากเว็บหางานจ้างฟรีแลนซ์ทั่วไป เพราะสำหรับตัวเขาเองก็เคยมีประสบการณ์ทั้งการเป็นลูกจ้างและนายจ้างสำหรับงานอิสระมาแล้ว เขาจึงต้องการแก้ปัญหาเดิมๆ ของการจ้างงานเอาท์ซอร์สให้ได้

“ตอนที่เราเริ่มตั้งบริษัท เราก็เป็นเอาท์ซอร์สคนอื่น และตัวเองก็ต้องจ้างเอาท์ซอร์สด้วย เพราะบางงานเราไม่มีทีมงานภายในทั้งหมด เราก็เจอปัญหากับการจ้างงาน โดนเบี้ยวงาน ส่งงานล่าช้า ไม่ทำตามสัญญา หรือโดนโกง ทั้งที่ทำสัญญาทุกอย่างอย่างดี แต่ก็ยังมีช่องโหว่ เราก็เห็นปัญหาฝั่งนายจ้าง หรือตอนที่รับงานเองก็เจอนายจ้างที่ไม่เป็นธรรม เราจึงเข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายดี”

เมื่อมองไปในตลาด ก็ยังไม่มีเว็บไซต์ไหนที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างคนทำงานกับนายจ้าง ที่เป็นกลาง เป็นธรรม และมีระบบต่างๆ รองรับ เขาจึงเห็นว่านี่น่าจะเป็นแนวโน้มของธุรกิจใหม่ที่บริษัทต่างๆ มักมองหาเอาท์ซอร์ส ในขณะเดียวกันคนทำงานก็มักหารายได้จากหลายช่องทาง นอกเหนือจากเวลางานประจำ ก็ยังใช้ทักษะตัวเองที่มีเปลี่ยนเป็นรายได้เสริมด้วย

ห้องทำงานออนไลน์ที่เป็นกลาง

tasknjoy เว็บไซต์หางานฟรีแลนซ์ เริ่มขึ้นจากการฟอร์มทีมค้นคว้าข้อมูลรอบด้านของการจ้างงาน กฎหมาย และระบบต่างๆ ที่จะมาทำให้การจ้างงานรัดกุมยิ่งขึ้น

“ช่วงแรกเราก็ลองผิดลองถูกอยู่ 6 เดือน ถกเถียงกันภายในว่าจะทำเว็บออกมาท่าไหน คือเราทุกคนมีตรรกะทางธุรกิจกัน ก็พยายามใส่ความเห็นลงไป เพื่อไม่ให้เว็บเป็นแค่จ๊อบบอร์ดที่คนมาเจอกัน แล้วโทรคุยกัน โดยหลักฐานอยู่ข้างนอกหมด แต่เรามีระบบเหมือนเป็นห้องทำงานออนไลน์ตรงนี้ เก็บหลักฐาน ข้อตกลงต่างๆ ไว้ทุกอย่าง”

ความต้องการที่จะสร้างระบบให้ปลอดภัยรัดกุมก็สวนทางกับความสะดวกในการใช้เว็บ คุณนินบอกว่าพวกเขาจึงใช้เวลานานในการลองผิดลองถูก

“ระหว่างทางเราก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราคิดนั้นโอเคหรือเปล่า เราทึกทักไปเองไหม ผมจึงสิ่งแนวคิดและไวร์เฟรมของเว็บต้นแบบไปประกวดกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการประกวดเซอร์วิสดีไซน์คอนเทนท์ที่มีอินโนเวชั่นใหม่ๆ เมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา เราก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ก็เลยได้รับการยืนยันจากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมีเว็บไซต์ไหนที่มีกระบวนการแบบนี้”

การใช้งานใน tasknjoy เริ่มตั้งแต่การสร้าง Profile หากเป็นผู้รับจ้างก็จะมีแฟ้มผลงานออนไลน์ ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณา ส่วนกระบวนการการจ้างงาน ก็มีตั้งแต่ ประกาศงาน เสนอราคา การทำสัญญา การวางเงินเป็นตัวกลางเพื่อให้เริ่มงาน เมื่อเริ่มทำงานก็จะมีระบบแชทรูมให้คุยกัน ติดตามงาน วางขอบเขตของงาน เมื่อส่งงานเป็นงวดๆ ก็จะได้รับเงินตามงวด เป็นการการันตีให้ทั้ง 2 ฝั่งสบายใจ เพื่อไม่ให้จ้างแล้วมีการบิดพลิ้วกัน

ส่วนการจ่ายเงินนั้นจะจ่ายผ่านระบบเพย์สบาย  (Paysbuy) ซึ่งผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ไปฝากไว้ที่เพย์สบาย เมื่อผู้รับจ้างทำงานเสร็จ เงินจากเพย์สบายก็จะถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารของผู้รับจ้างซึ่งผูกไว้กับ tasknjoy

“เราสร้างระบบต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ และถูกต้องตามกฎหมายไทย”



การติดตามเมื่อเกิดปัญหาในการจ้างงาน

เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ การเขียนขอบเขตงานในสัญญาจ้างให้มีความรัดกุมนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ (ของทั้ง 2 ฝ่าย)

“การเขียนสโคปงานเริ่มจากผู้ว่าจ้าง จะจ่ายเป็นงวดตามการส่งงานก็ได้ ส่วนฝั่งผู้รับก็ต้องมีโฟรไฟล์ มีตัวอย่างงาน และทำใบเสนอราคามา จะเลือกเป็นแบบมืออาชีพหรือเด็กจบใหม่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง     ว่างานนั้นต้องการความเป็นมืออาชีพขนาดไหน ผู้รับจ้างก็ต้องเสนอไปว่าจะทำอะไรให้บ้าง รวมถึงเสนอการเก็บเงิน เช่น หลังทำสัญญา ก่อนเริ่มงานของเก็บ 10 % ก่อน งวดที่ 2 อาจหลังส่งภาพรวมให้ ครั้งต่อไปก็อาจเป็นเสร็จงานครั้งที่ 1 – 2 ประมาณนี้เป็นต้น ผู้ว่าจ้างก็จะเลือกคนทำงาน Proposal ที่เสนอไปรวมถึงสัญญา และข้อตกลงต่างๆ ก็จะไปขึ้นอยู่ในห้องทำงานออนไลน์โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นห้องทำงานระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ซึ่งต้องทำตามเงื่อนไขนั้น และเมื่อตกลงทำงาน เซ็นสัญญาแล้ว ระบบจะมีไมล์สโตนต่างๆ ให้ทำไปตามลำดับ ต้องมีความชัดเจน และเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย มีเอกสารเก็บในระบบ มีการแจ้งเตือนการส่งงาน ถ้ามีปัญหาอะไรก็คุยกัน จะปรับไมล์สโตนต่างๆ กันได้ ตามที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกัน”

หากที่มีการผิดสัญญากันเกิดขึ้น จะเป็นการแก้ปัญหาผ่านระบบก่อน

“หากเป็นปัญหาผู้รับจ้างไม่ส่งงานตามตกลง เงินที่วางไว้ในระบบจะไม่มีการอนุมัติ และถูกส่งกลับไปที่นายจ้าง ผู้รับจ้างก็ไม่ได้เงิน หรือถ้าทำงานไม่ดี ก็จะมีคอมเมนท์ไม่ดีฝากไว้ เดี๋ยวนี้ตัวตนในโลกออนไลน์หากันได้ไม่ยาก คนทำงานจึงต้องรับผิดชอบตัวเอง ทำงานให้ดีที่สุด

“แต่ถ้าเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ เช่น รับงานแล้วหายไป ตามตัวไม่ได้ ระบบจะมีระบบตามตัวภายใน 7 วัน ถ้าโต้ตอบกลับมาก็โอเค ถ้าติดต่อไม่ได้โปรเจคนั้นจะถูกหยุดเอาไว้ และมีระบบออนไลน์อนุญาโตตุลาการ คือเป็นตัวกลางเข้ามาดูแล เป็นทีมนักกฎหมายของ tasknjoy เข้ามาดูเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งคู่กรณีของโปรเจคนั้นๆ อาจส่งเรื่องเข้ามาว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ทีมเราซึ่งมีทั้งทนายและผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ก็จะมาดูว่าเคสนี้เป็นอย่างไร ไกล่เกลี่ยกันจบได้ไหม เพื่อให้มีการพูดคุยกัน เดินเรื่องต่อได้ เราจะเป็นตัวกลางตรงนั้น แต่ถ้าไม่จบ เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้น เราก็จะส่งหลักฐานที่อยู่ในระบบทั้งหมดให้แก่ผู้เสียหาย อาจเป็นได้ทั้งผู้รับจ้างหรือผู้ว่าจ้าง แล้วเขาก็จะเอาเนื้อหาเหล่านั้นไปฟ้องร้องกันเองจริงๆ ข้างนอก แล้วแต่กรณี แล้วแต่ระดับความเสียหาย”

ซึ่ง ณ ตอนนี้ เว็บไซต์เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น แต่เป็นการออกแบบระบบมารองรับเผื่อเอาไว้ล่วงหน้า 

ระบบแบบใหม่ต้องสร้างความเข้าใจ

เกือบ 6 เดือนของการเปิดตัว tasknjoy อย่างเป็นทางการ ก็มีผู้สมัครเข้ามาแล้วเกือบ 2 พันคน โดยระบบจะมีการให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตน โดยการส่งสำเนาบัตรประชาชนเข้ามา เพื่อรับรองว่าเป็นบุคคลที่สามารถติดตามทวงถามได้ แต่ขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อความปลอดภัย ในอีกด้านหนึ่งก็กลายเป็นกำแพงหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่เข้าใจ มีคนที่ยังไม่ยืนยันตัวตนอีกมาก จึงต้องค่อยๆ ปรับระบบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

“แรกทีเดียว เราต้องให้ส่งหลักฐานยืนยันตัวตนก่อนจึงจะเริ่มรับงานได้ แต่ตอนนี้เราก็ปรับให้รับงานได้ แต่ผู้ใช้้คนไหนที่ยืนยันตัวตนแล้ว เราก็จะมี Badge ระบุไว้ว่าเป็นผู้รับจ้างที่มีตัวตนชัดเจน ผู้ว่าจ้างก็สบายใจ เพื่ออุดรูรั่วของการจ้างงานเอาท์ซอร์สแบบเดิม”

เป็นการทำงานที่มีกระบวนการซับซ้อนมากขึ้นกว่าการว่าจ้างงานแล้วโทรคุยกันข้างนอก แต่คุณนินบอกว่าจริงๆ แล้วก็เหมือนการทำงานออฟไลน์ เพียงเปลี่ยนให้มาอยู่บนออนไลน์ ในระบบที่บันทึกหลักฐานไว้ทุกอย่างจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจในการทำงาน แรกๆ อาจจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้ลองทำงานสักครั้งก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น ในระหว่างนี้ tasknjoy จึงเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ เพื่อจะมีการทำงานในระบบที่รัดกุมมากขึ้น ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างก็จะได้มีความรู้เรื่องกฎหมายต่างๆ ของการจ้างงานมากขึ้น และนี่อาจกลายเป็นมาตรฐานของการว่าจ้างงานอิสระที่กำลังกลายเป็นอนาคตของโลกการทำงานด้วย






คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ tasknjoy 

Category Tags
Share this Article !