MOON TEA ชาไบโอดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพ พาชีวิตกลับสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย

03 November 2016 | Others | KNOW WHO
หลายคนไม่ชอบกินผัก ไม่ชอบผลไม้ ไม่ชอบดื่มน้ำ…และมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย 
หลายคนไม่รู้กระทั่งว่า…การไม่เข้าห้องน้ำติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันเป็นเรื่องใหญ่มากต่อสุขภาพ หลายคนยังคงคิดถึงแต่ของอร่อย สนใจแต่การลิ้มรสความสุขจากอาหารโปรด โดยลืมคำนึงไปว่าความโปรดที่บริโภคเข้าไปในปริมาณล้นเกินนั้น สามารถ ‘สร้างพิษ’ ให้กับร่างกายของเรามากเพียงใด 

ความคิดข้างต้นนี้คือที่มาของการผลิต ‘มูนที’ (MoonTea) ใบชาผสมสมุนไพรไทย ที่เกิดขึ้นจากความห่วงใยคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง  ซึ่งเจ้าของแบรนด์ได้บอกกับเราว่า  



“เรามีชาอยู่แล้วก็เอามาปรุงใหม่ผสมกับสมุนไพรไทย ทดลองสูตรซ้ำแล้วซ้ำร่วมกับอาจารย์หลายท่านที่มีความรู้ เราเน้นว่าขั้นตอนและองค์ประกอบทุกอย่างต้องปลอดภัยสูงสุด เพราะสังคมทุกวันนี้มีคนมากมายที่สุขภาพอ่อนแอ และเขาต้องกังวลถึงสิ่งที่บริโภคเข้าไปว่าจะไม่ไปเพิ่มปัญหาใดๆ ให้ร่างกายอีก”

มูนทีใช้เวลาวิจัยและปรับสูตรอยู่ถึงสองปีเต็ม จนแน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ‘ชาดีท็อกซ์’ ที่ปลอดภัยสูงสุด “ครั้งแรกทำออกมาขายแค่ในวงเพื่อนฝูง แต่การผลิตครั้งละน้อยๆ ก็ทำให้ราคาสูงพอสมควร ต่อมาเราจึงเริ่มถามแบบปากต่อปากว่ามีใครต้องการบ้าง จะได้สั่งผลิตพร้อมกันเพื่อให้ราคาถูกลง”  

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ชื่นชมในมูนที คือ การเป็นชาดีท็อกซ์ที่ดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย มีหน้าท้อง น้ำหนักตัวเกิน หรือมีพฤติกรรมกินจุบจิบไม่เป็นมื้อ  แต่เมื่อร่างกายได้รับการดีท็อกซ์อย่างเหมาะสม (ทั้งในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่) ร่างกายก็จะดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น มีผลต่อการรับรู้ของสมองและความรู้สึกอิ่มที่ตามมา เป็นการทำงานที่สัมพันธ์กันแบบพอดีของสมองและร่างกาย  



ปัญหาที่ผ่านๆ มาคือเมื่อลำไส้เล็กของเราดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่ มันจะทำให้เรารู้สึกหิวบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ สมองจะสั่งการให้ร่างกายต้องการอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากขึ้น เพราะมันดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว ทำให้อ้วนง่ายในที่สุด” 

เจ้าของแบรนด์กล่าวต่อว่าคุณสมบัติการดีท็อกซ์ของมูนทีนี้จะส่งผลดีต่อการลดความอ้วนด้วย เพราะส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรสามารถเร่งการเผาผลาญสารอาหารตามธรรมชาติ ทำให้เซลล์ไขมันถูกดึงไปใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น มีไขมันสะสมในร่างกายน้อยลง “มูนทีจะเน้นเรื่องการขับถ่ายและการเผาผลาญเป็นสำคัญ เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันเก่าออกมาใช้เป็นพลังงานได้” 

นอกจากนั้นส่วนผสมสมุนไพรอื่นๆ ยังมีข้อดีต่อร่างกายมากมาย เช่น เซาท์เทิร์นจินเส็งช่วยบำรุงสมอง ทำให้นอนหลับลึก ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต  ใบหม่อนช่วยลดไขมัน ความดัน และน้ำตาลในเลือด  ลิ้นจี่ช่วยรักษาตับ มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  กุหลาบปรับสมดุลฮอร์โมน ระงับประสาท ช่วยให้รู้สึกสงบ  ใบเตยบำรุงหัวใจ ลดน้ำตาล ลดความดันโลหิต 

ปัจจุบันมูนทีผลิตโดยบริษัท มรีจิ ชาเพื่อชีวิต (Mariji’s Tea for life)  เป็นชาผสมสมุนไพรไทยแท้ๆ แบบไม่มีสิ่งอื่นเจือปน จึงสามารถดื่มได้แบบชาทั่วไป หมดห่วงเรื่องการสะสมสมุนไพรในเชิงพิษที่อาจมีผลร้ายต่อร่างกายได้ 

กระบวนการผลิตและการออกฤทธิ์ของมูนที

มูนทีผลิตจากชาอัสสัมที่ปลูกในอำเภอแม่แสะ จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านขั้นตอนในลักษณะเดียวกับการผลิตชาเขียวและสกัดสารคาเฟอีนออก ใบชาจึงยังคงสรรพคุณในการลดน้ำหนักและดีท็อกซ์แบบชาเขียว ใช้ดื่มก่อนนอนได้ไม่รบกวนการหลับ จากนั้น 8 ชั่วโมง มูนทีจะเริ่มทำงานดีท็อกซ์ของเสียและสิ่งตกค้างต่างๆ ในลำไส้ออกมา ทั้งยังขจัดปัญหาไขมันในเลือด ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และ LDL ได้อย่างเห็นผลทันที  ฤทธิ์ข้างเคียงเดียวของมูนทีคืออาจทำให้กระหายน้ำ จึงแนะนำให้จิบน้ำเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว 

ปริมาณการบริโภคแนะนำในคนปกติ ดื่มแค่เพียงวันละ 2 ซองก็เพียงพอ (มากกว่านี้จะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ)  แต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม แนะนำให้ชงชาเข้มกว่าปกติ (แช่ถุงชาทิ้งไว้ 10 นาทีเต็ม) โดยชงครั้งละ 2 ซอง ดื่มหลังอาหารเช้า-เย็น หรือก่อนนอน รวมทั้งสิ้นแค่ 4 ซองต่อวัน