Colllection

โมเดิร์นไม้

Posted on 19 July 2016
ไม้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนไทยมาแต่อดีต และได้เปลี่ยนดีไซน์การใช้สอยไปตามบริบทของแต่ละยุค ล่วงมาถึงยุคสมัยใหม่ ไม้ยังคงเป็นวัสดุที่มีความสำคัญเสมอมา TCDC Social Club ครั้งที่ 14 "โมเดิร์นไม้" ได้เชิญชวนนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการไม้มาแบ่งปันประสบการณ์การหยิบจับไม้มามองในมุมโมเดิร์นว่าได้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างไรบ้าง โดย  TCDC Social Club ในครั้งนี้ได้แสดงมุมมองที่หลากหลาย ชวนให้ผู้เข้าร่วมคิดแตกประเด็นต่อไปว่า “โมเดิร์นไม้” ของตนนั้นจะเป็นอย่างไร

TCDC ขอแนะนำ 5 สมาชิก TCDC ในกิจกรรม TCDC Social Club  : ครั้งที่ 14 "โมเดิร์นไม้"
9 items
863
Love
Share

Article

ไม้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนไทยมาแต่อดีต และได้เปลี่ยนดีไซน์การใช้สอยไปตามบริบทของแต่ละยุค ล่วงมาถึงยุคสมัยใหม่ ไม้ยังคงเป็นวัสดุที่มีความสำคัญเสมอมา TCDC Social Club ครั้งที่ 2 ของปีนี้ได้เชิญชวนนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการไม้มาแบ่งปันประสบการณ์การหยิบจับไม้มามองในมุมโมเดิร์นว่าได้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างไรบ้าง โดย 5 แบรนด์ที่มาร่วมพูดคุยใน TCDC Social Club ครั้งนี้มีมุมที่หลากหลาย ชวนให้ผู้เข้าร่วมคิดแตกประเด็นต่อไปว่า “โมเดิร์นไม้” ของตนนั้นจะเป็นอย่างไร Flo จุดลงตัวระหว่างการผลิตด้วยเครื่องจักรและงานฝีมือ เมื่อธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งดำเนินกิจการแบบ OEM หรือรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่นมาถึงรุ่นที่ 3 คุณณรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ นักออกแบบที่ต้องการต่อยอดความเชี่ยวชาญของธุรกิจครอบครัว มาสู่การตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เขาจึงสร้างแบรนด์ขึ้นมาในชื่อ Flo ซึ่งเกิดจากการลองผิดลองถูกหาวิธีผสมผสานการใช้ไม้โอ๊คกับวัสดุเหล็กเพื่อสร้างตัวตนที่แตกต่าง รวมทั้งค้นหาวิธีรังสรรค์งานฝีมือให้เข้ากับกระบวนการผลิตโดยเครื่องจักรได้ Flo ไม่เพียงตีความโมเดิร์นว่าสมัยใหม่อย่างเดียว แต่ยังนิยามโมเดิร์นขึ้นตามประสบการณ์การหาคำตอบไปสู่สิ่งใหม่ นั่นก็คือ 5 M Mission การทำงานสมัยใหม่ต้องมีแรงผลักดันในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าเมื่อวันวาน Material การทดลองใช้วัสดุแบบใหม่ โดยเลือกทำงานกับไม้และเหล็กซึ่งมีคุณลักษณะต่างกัน ซึ่งต้องทดลองจนพบจุดสมดุล นำไปสู่ดีไซน์ใหม่ และความรู้สึกแบบใหม่ต่องานไม้ Man (และ Woman) คือการทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งมีทั้งด้านการใช้งานและคุณค่าทางอารมณ์ Machine การผลิตระบบโรงงานนั้นใช้เครื่องจักร ฉะนั้นต้องเข้าใจข้อจำกัดในการทำงานกับระบบว่าทำอะไรได้บ้าง ออกนอกกรอบอะไรได้บ้าง Method ต้องเข้าใจกระบวนการผลิตให้ถ่องแท้ เพื่อสามารถพลิกแพลงไปสู่สิ่งใหม่ได้ 5 M คือสิ่งที่ Flo ค้นพบระหว่างกระบวนการออกแบบ ผลิต ปรับปรุง รวมถึงเรียนรู้จากผลตอบรับของผู้ใช้ โมเดิรน์แบบของ Flo จึงเป็นประสบการณ์จริง ซึ่งผู้ฟังก็น่าจะนำไปประยุกต์กับการทำงานของตนได้เช่นกัน คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Flo   vvoolt ค้นหาสิ่งใหม่ระหว่างไม้กับไฟฟ้าภายใต้สไตล์เรโทร เมื่อหลงใหลในสิ่งที่ต่างกันสุดขั้ว และไม่มีข้อห้ามไม่ให้นำมารวมกัน คุณรมย์ ขำปัญญา จึงหลอมความรักที่มีต่องานไม้และวงจรไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เกิดเป็นแบรนด์ vvoolt ซึ่งมาจาก wood + voltage เครื่องเล่น MP3 และลำโพงที่มีเอกลักษณ์สูง โมเดิร์นเป็นสไตล์ที่เกิดมานานแล้ว คุณรมย์คิดว่าเราอยู่ในยุคที่ไม่มีอะไรใหม่แล้ว ความสมัยใหม่ของเขาจึงเท่ากับการผสมผสานสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดความน่าสนใจใหม่มากกว่า เช่น - การผสมผสานความคลาสสิคเข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ - การผสมผสานงานฝีมือเข้ากับเครื่อง CNC เลเซอร์ที่ตัดตามแบบ ซึ่งเมื่อทำงานกับไม้ก็เกิดตำหนิเยอะ หากจะเขียนโค้ดแบบรวม จึงต้องเขียนโค้ดแบบละเอียดชิ้นต่อชิ้น เหมือนผลิตงานฝีมือในบริบททันสมัย - การผสมผสานการใช้งานแบบย้อนยุคเข้ากับอุปกรณ์ทันสมัย เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน ท้ายที่สุดเขายังอาศัยแพลตฟอร์มยุคใหม่อย่างเว็บ Crowdfunding เพื่อหาทุนในการผลิตผลงานและเป็นเวทีในการเปิดตัวอีกด้วย สำหรับ vvoolt แล้วโมเดิร์นไม้ของเขาอยู่ที่วิธีคิดและกระบวนการมากกว่ารูปแบบ คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ vvoolt KM ไม้สัก วิทยาลัยชุมชนแพร่ เปลี่ยนงานไม้บ้านๆ สู่ดีไซน์ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ไม้สักเป็นทรัพยากรประจำจังหวัดแพร่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 140 ปี ปัจจุบันแพร่ลดการส่งออกไม้สักลง หันมาใช้วัสดุร่วมและสร้างผลิตภัณฑ์ไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เฟอร์นิเจอร์ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ความชำนาญและดีไซน์ดั้งเดิมไม่เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่แล้ว นี่จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรและอาชีพช่างฝีมือ คุณพงศธร กันทะวงศ์ ตัวแทนจากวิทยาลัยชุมชนแพร่ ได้เข้าร่วมเวิร์คชอปพัฒนาผลิตภัณฑ์กับ TCDC หลายครั้ง เขาพบว่าการปรับงานไม้ให้โมเดิร์นนั้น ต้องสร้างความเชื่อมต่อระหว่างของเก่าและใหม่ ทั้งในแง่ของการนำเสน่ห์แบบดั้งเดิมมาทำใหม่ และการดึงนักออกแบบจากภายนอกไปทำงานร่วมกับคนพื้นที่ แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ช่างฝีมือชาวแพร่ก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน และเข้าใจการเพิ่มมูลค่าด้วยมุมมองใหม่แล้ว ผลงานตัวอย่างของโมเดิร์นไม้ก็คือการสร้างแบรนด์ KM Teak ซึ่งนำเสนอดีไซน์สมัยใหม่ที่ดึงแก่นของไม้สักมาผสานการใช้งานที่เข้ากับวิถีคนรุ่นใหม่ กลายเป็นโต๊ะจากเศษไม้สักที่สามารถชาร์จแบตอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ได้ คุณพงศกรและวิทยาลัยชุมชนแพร่จึงเชิญชวนนักออกแบบที่สนใจวัสดุไม้สักและฝีมือที่ชาวแพร่มีอยู่มาต่อยอดให้เป็นงานดีๆ ได้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงไม้สัก แต่แพร่ยังมีวัตถุดิบต่างๆ อีกมากมายที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้ THAS ค้นหาศักยภาพใหม่ของแผ่นไม้คอร์ก โมเดิร์นไม้ของคุณพุฒิพงศ์ ทัศนมานะ เกิดจากการความสนใจวัสดุไม้ที่นำมาใช้ได้โดยไม่ต้องโค่นต้นไม้ทั้งต้น เขาพบว่าไม้คอร์กคือคำตอบ เพราะใช้เพียงเปลือกไม้ที่สามารถลอกออกมาใช้ได้ทุก 9-10 ปี แต่ที่ผ่านมาไม้คอร์กนั้นถูกนำมาใช้งานเพียงไม่กี่อย่าง เช่น จุกไวน์ บอร์ดติดผนัง หรืออาจนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ยังไม่ได้เข้าถึงคุณสมบัติของไม้คอร์กทั้งหมด คุณพุฒิพงศ์จึงพยายามทดลองหาศักยภาพใหม่ๆ ของไม้คอร์ก โดยศึกษาลักษณะ แล้วทำการทดลองไม้คอร์กด้วยวิธีต่างๆ โดยจุดประกายจากความสงสัยและปัญหารอบตัว นำไปสู่ผลลัพธ์ใหม่ๆ แบรนด์ THAS จึงมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น บอร์ดไม้คอร์กย้อมสี ที่รองแก้ว ไปจนถึงโคมไฟที่เกิดจากการดัดแผ่นไม้คอร์กให้คดโค้งอยู่ในรูปทรงอิสระ ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน โมเดิร์นไม้ในนิยามของแบรนด์จึงอยู่ที่การค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของวัสดุโดยไม่ย่อท้อ คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ THAS Rush Pleansuk ศิลปะแห่งวัสดุที่ทำให้ไม้อยู่เหนือกาลเวลา คุณรัฐ เปลี่ยนสุข นักออกแบบผลิตภัณฑ์มากประสบการณ์ผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ไม้ โมเดิร์นไม้ของคุณรัฐคือความร่วมสมัย ที่ทำให้ไม้อยู่ได้ตลอดไม่ตกกระแส ด้วยการทดลองและกระบวนการไม่จำกัดนำไปสู่ผลลัพธ์หลายรูปแบบ เช่น จานใบตองตึง ผนังไม้สาดสี หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่สื่อถึงจิตวิญญาณตะวันออก แม้จะมีวิธีการต่างกันแต่ใจความสำคัญคือ การมองว่าวัสดุคือศิลปะ การค้นหาธรรมชาติของวัสดุและนำออกมาให้คนภายนอกสัมผัสได้นั่นคือศิลปะ   งานที่ผสมผสานศิลปะและการออกแบบงานไม้ที่สร้าง “สัมผัสเหนือธรรมชาติ” ของวัสดุขึ้นมาก็คืองานชุด Genii Loci ซึ่งหลอมความทรงจำและความเชื่อเข้ากับตู้ไม้โบราณที่มีเรื่องเล่าของ “เจ้าของ” งอกเงยออกมาจากตู้ งานไม้ที่แฝงปรัชญาตะวันออกกลายเป็นดีไซน์กึ่งประติมากรรมที่ใช้งานได้จริง นอกจากคุณรัฐจะสะสมประสบการณ์งานไม้แล้วเขายังสะสมไม้ที่มีคุณสมบัติหายาก เพื่อศึกษาและสร้างสรรค์ไม้ในมุมใหม่ที่ไม่จำกัดอีกด้วย คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Rush PLEANSUK บรรยากาศของการพูดคุยแบบสบายๆ และความรู้จากประสบการณ์ที่แตกต่างกันของทั้ง 5 แบรนด์ ทำให้ผู้เข้าฟัง ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการ และนักศึกษาที่กำลังเริ่มต้นทำงานไม้ได้ซักถามอย่างอิสระ ร่วมคิดต่อยอด และเก็บเกี่ยวสิ่งที่เกิดขึ้นในวงสนทนาไปใช้ได้มากมาย ต้องคอยติดตามในครั้งหน้าว่าหัวข้อด้านสถาปัตยกรรมของ TCDC Social Club จะมีเรื่องราวน่าสนใจแบบใดมาแบ่งปันกัน
Posted on 10 June 2016
5 2181
การค้นพบเรื่องราวใหม่จากของเก่าเป็นความสนุกของนักออกแบบ โดยเฉพาะกับวัสดุที่มีมานานอย่าง “ไม้” ที่ยังคงนำมาสร้างสรรค์ใหม่ได้ไม่รู้จบ TCDC Social Club จึงชักชวนนักออกแบบมาแบ่งปันประสบการณ์กันในหัวข้อ “โมเดิร์นไม้” ซึ่งครั้งนี้  1 ใน 5 แบรนด์ที่มาเข้าร่วมก็เป็นนักออกแบบมือรางวัลผู้คลุกคลีกับงานไม้ จนในที่สุดก็ผันดีไซน์ไปสู่งานศิลปะที่มีความหมายลึกซึ้ง สำหรับคนที่สนใจงานออกแบบผลิตภัณฑ์หรือเฟอร์นิเจอร์ น่าจะได้ยินชื่อของคุณรัฐ เปลี่ยนสุข อยู่หลายครั้ง ในฐานะนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถคว้ารางวัลด้านการออกแบบและนวัตกรรมอยู่หลายครั้ง คุณรัฐเป็นคนที่ทำงานกับวัสดุไม่จำกัด แต่วัสดุที่เขาสนใจและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็คือไม้ คุณรัฐจบมาด้านสถาปัตยกรรม หลังจากเรียนจบก็ได้เข้าไปทำงานกับบริษัทออกแบบภายใน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้งานเป็นหลัก เขาอยากสัมผัสการออกแบบที่ให้เรื่องความงาม (Aesthetic) บ้าง จึงเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศสเพราะเป็นประเทศที่มีทั้งการใช้งาน ความงาม และยังมีแนวคิดเชิงปรัชญาลึกซึ้งด้วย เขาเลือกเรียนหลักสูตรการก่อสร้างด้วยไม้ เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้ในเมืองไทย ในหลักสูตรเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับไม้เต็มที่ คุณรัฐจึงผูกพันกับไม้มาตลอด และเมื่อมาได้เป็น Design Director ให้กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้อย่าง Plato เขาก็ยิ่งพลิกมิติหาความเป็นไปได้เกี่ยวกับไม้มากขึ้นไปเรื่อยๆ คุณรัฐทำงานหลายอย่าง และใช้ชื่อที่ต่างกันเพื่อเป็นตัวแทนของการทำงานต่างสาขา เพราะเขาเป็นทั้งสถาปนิก เจ้าของบริษัท Blue Dot เป็นนักออกแบบที่ร่วมงานกับแบรนด์และองค์กรต่างๆ และยังเป็นศิลปินในนาม Gaspard เมื่อทำงานศิลปะด้วยการผสานองค์ความรู้ของเขาทั้งหมด จึงกลายเป็นการหลอมรวมระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และงานออกแบบที่สร้างผลลัพธ์น่าทึ่ง จุดประกายจากจิตวิญญาณในความทรงจำ จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการศิลปะนั้นเกิดจากการชักชวนของฟิลิปป์ มัวซองน์ (Philippe Moisan) ช่างภาพซึ่งมีผลงานในมหานครแห่งใหญ่ของโลกหลายแห่ง ที่จุดประกายการรวมร่างระหว่างงานศิลปะและงานออกแบบ “ตอนแรกที่ผมได้โจทย์เรื่องดีไซน์กับศิลปะมาก็คิดยากมาก เพราะศิลปะคือสิ่งที่ไม่ได้ระบุว่าคืออะไร ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนที่มองแล้วตีความกันเอง เหมือนรูปภาพทดสอบจิตวิทยาที่คนเห็นได้ไปคนละแบบ ผมมองว่าศิลปะไม่มีความหมายตายตัว แต่เป็นการสะท้อนตัวตนของแต่ละบุคคล แต่เฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเฟอร์นิเจอร์ต้องมีหน้าที่กำหนดชัด มองแล้วต้องรู้ว่านี่คือโต๊ะเก้าอี้ โคมไฟ แล้วทีนี้จะทำอย่างไรให้หน้าที่การใช้งานหายไป ให้แต่ละคนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วมาตีความอีกทีหนึ่ง” “ผมได้โจทย์มานานก็ยังคิดไม่ออก จนกระทั่งมีโอกาสกลับไปบ้านคุณยาย ผมผูกพันกับคุณยายมาก เพราะคุณยายเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ คุณยายเสียตอนผมอยู่ช่วงวัยรุ่น ช่วงนั้นก็ไม่ได้แสดงความรักกับท่านเท่าที่ควร ผมไปเยี่ยมบ้านยายบ่อยๆ ทุกครั้งผมก็ชอบไปนั่งดูของในตู้ของคุณยาย แล้ววันนั้นเกิดสะกิดใจว่าเรามองตู้ แต่เราไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งของ เราเห็นว่าเป็นคุณยายนั่งอยู่ตรงหน้าเรา ก็เลยคิดว่างั้นเอาเรื่องของความทรงจำที่งอกออกมาจากสิ่งของของใช้ดีไหม” อย่างที่ชาวเอเชียเรามีความเชื่อกันว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ผ่านมือผ่านกาลเวลามาล้วนมีจิตวิญญาณของเจ้าของอยู่ ต่างจากชาวยุโรป คุณรัฐจึงสร้างงานในคอลเลกชั่น Genii Loci ขึ้นมา ซึ่งหมายถึงวิญญาณหรือเรื่องราวที่งอกเงยขึ้นมาจากข้าวของเครื่องใช้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เจ้าของเดิมนั้นถวิลหา ตู้ไม้ใบเก่าและเรื่องราวเดิมที่เล่าใหม่ ตู้ไม้เป็นหนึ่งในสมบัติที่ส่งต่อกันมาในตระกูลพร้อมเรื่องราวที่บอกเล่ามาสู่ลูกหลาน คุณรัฐเลือกใช้ตู้ไม้เป็นวัตถุดิบหลักควบคู่กับเรื่องราวประจำตู้ โดยออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงสภาพแวดล้อมที่เจ้าของตู้คิดถึงให้งอกเงยออกมาจากตู้ไม้ ในขณะที่ตู้ยังสามารถใส่ของได้ แต่เมื่อเห็นแล้วผู้ชมก็สามารถตีความหมายให้แตกต่างไปตามประสบการณ์ สำหรับชาวไทย คุณรัฐคิดว่าเขาสื่อความหมายอย่างตรงตัว แต่คงตรงเกินไป เพราะทุกชิ้นงานถูกซื้อไปโดยชาวตะวันตกทั้งหมด เหตุว่าคนไทยกลัวเกินกว่าที่จะครอบครองสัญลักษณ์แห่งความผูกพันของผู้อื่น “บางคนอาจมองว่าเป็นตู้ เป็นบ้าน เป็นศาลพระภูมิ แต่ผมมองเหมือนกับต้นไม้ เวลาต้นไม้ล้มลงกลายเป็นขอนไม้ ชีวิตสุดท้ายที่เกิดขึ้นบนนั้นก็คือเห็ด ซึ่งงอกขึ้นมาจากขอนไม้ รูปทรงของสถาปัตยกรรมก็เลยเป็นลักษณะงอกขึ้นมาจากตู้เดิม ขึ้นอยู่กับว่าความทรงจำนั้นหนักหนา หรือมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นตัวบ้านที่งอกออกมาตามนั้น” วัตถุดิบของ Genii Loci คุณรัฐตามหาวัตถุดิบจากร้านขายของเก่า และตามบ้านคน ซึ่งเขาไม่ได้เลือกที่รูปทรงเท่านั้น แต่ต้องมีเรื่องราวที่น่าสนใจด้วย “มีตู้หนึ่งที่นำมาโชว์ที่ TCDC เป็นของคนจีนซึ่งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย คนจีนสมัยนั้นมาแล้วก็ไม่ได้กลับประเทศ ก็ทำให้นึกถึงว่าเขาคิดถึงบ้านที่จากมา เมื่อเขาไม่อยู่แล้ว ตู้ใบนี้ก็เป็นตัวแทนของเขา ก็เลยทำขึ้นเป็นเหมือนหมู่บ้านของเขางอกออกมาจากตู้ใบนี้ เหมือนกับเรามาต่อเรื่องราวของแต่ละคนให้สมบูรณ์หลังจากที่เขาจากไปแล้ว” “หรือบางตู้ซึ่งได้จากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศส พอซื้อแล้วเดินออกมา ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหา บอกว่านี่เป็นตู้ของคุณตาของเขาเอง แล้วก็เล่าเรื่องราวของตู้ใบนี้ให้ฟัง ซึ่งนี่ยิ่งกว่าบังเอิญ เหมือนกับเราได้มาขมวดเรื่องราวของเจ้าของตู้ให้จบในตอนท้าย ด้วยการสร้างงานศิลปะชิ้นนี้” คอลเลกชั่น Genii Loci ยังคงดำเนินต่อไป เพราะได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ถึงขั้นแย่งกันซื้อ ระหว่างที่เว้นช่วงจนกว่าจะถึงนิทรรศการครั้งหน้า คุณรัฐก็ยังคงทำงานในทุกบทบาทอย่างต่อเนื่อง ปลายปีนี้ก็จะมีผลงานร่วมกับ TCDC ใน Chiangmai Design Week ครั้งที่ 2 ด้วย เขาเห็นว่าการทำงานทุกอย่างส่งเสริมความคิดซึ่งกันและกันอย่างดี “สถาปัตยกรรมก็ให้แนวคิดกับงานโปรดักท์ งานโปรดักท์ก็ให้แนวความคิดกับงานศิลปะ ศิลปะก็ให้แนวความคิดกับทั้ง 2 งาน ก็เป็นการต่อยอดวนกันไปเรื่อยๆ เหมือนกันตีปิงปองไปมาจนกระทั่งเกิดงานที่น่าสนใจจริงๆ” ท้ายที่สุดคือประสบการณ์ซึ่งทำให้เขามาถึง “จุดกลั่นของอาชีพ” จึงสามารถกลั่นผลงานที่มีแนวคิดลึกซึ้งเช่นนี้ได้ คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Rush PLEANSUK
Posted on 23 June 2016
7 1885
เมื่อ TCDC ได้ชักชวนสมาชิกให้เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้กันใน TCDC Social Club ตอน “โมเดิร์นไม้” 1 ในสมาชิกที่พลาดไม่ได้เลยย่อมต้องเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนในการผลักดันไม้ ทรัพยากรธรรมชาติอันเก่าแก่ที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ่านหาที่ยืนหยัดในสังคมยุคใหม่ วิทยาลัยชุมชนแพร่ และแบรนด์ “KM ไม้สัก” คือสมาชิกคนนั้น ที่มีเรื่องราวพร้อมแหล่งงานฝีมือมาเล่าสู่กันฟัง ไม้สักคือพืชเศรษฐกิจส่งออกสำคัญซึ่งเติบโตได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดแพร่ น่าน ลำปาง  และแม่ฮ่องสอน เพราะมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสม ไม้สักที่ขึ้นในพื้นที่นี้จะมีสีเหลืองทอง จึงขึ้นชื่อว่าเป็นไม้สักทอง โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ ที่นี่มีสวนป่าสักอายุกว่า 140 ปี ประวัติศาสตร์และความชำนาญด้านงานไม้สักถูกบ่มเพาะมาใน DNA ของคนแพร่ ควบคู่กับข้อครหาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า และทำให้ประเทศแห้งแล้ง ปัจจุบันทางจังหวัดได้ลดปริมาณการส่งออกไม้ซุง แล้วปลูกสวนป่าสักทดแทน หันมาเน้นการใช้วัสดุร่วม และการสร้างสรรค์ให้เกิดการใช้งานไม้สักเพื่อประโยชน์สูงสุด จึงได้เกิดกลุ่มความร่วมมือระหว่างชุมชน รัฐ การศึกษา และเอกชนขึ้นมา วิทยาลัยชุมชนแพร่ก็คือหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไม้สักให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานรุ่นใหม่ คุณพงศกร  กันทะวงศ์ ตัวแทนจากวิทยาลัยชุมชนแพร่ ทำงานเป็นสื่อกลางเชื่อมภูมิปัญญาประจำจังหวัดกับองค์ความรู้และมุมมองใหม่จากภายนอก โดยพื้นฐานนั้นวิทยาลัยชุมชนเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีวิทยาลัยชุมชนประจำจังหวัดต่างๆ ทำหน้าที่พัฒนาภูมิปัญญาในแต่ละจังหวัด เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และส่งเสริมอาชีพ โดยมีโจทย์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละจังหวัด สำหรับจังหวัดแพร่ โจทย์สำคัญก็อยู่ที่ไม้สัก ในแง่ของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไปพร้อมกับการรักษาอาชีพค้าไม้ ทางจังหวัดแพร่ก็แก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งปลูกป่าไม้สักบนพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะตัดขายเมื่อต้นสักอายุครบ 25 ปี เท่านั้น และมีการปลูกทดแทนหมุนเวียนตลอด ส่วนในงานพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นการใช้ไม้สักปลายน้ำนั้น วิทยาลัยชุมชนแพร่ได้ทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ต.ดอนมูล จ.แพร่ ซึ่งเกิดจากกลุ่มผู้มีอาชีพค้าไม้สักราว 50 แห่งมารวมตัวกัน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก โดยในปี 2555 จังหวัดแพร่ก็ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นจังหวัดแห่งเฟอร์นิเจอร์ไม้  วิทยาลัยชุมชนแพร่ทำงานต่างจากระบบราชการทั่วไป โดยอาศัยชุมชนขับเคลื่อนเป็นหลัก และใช้แนวคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ โดยมีโจทย์ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถเปลี่ยนวิถีการทำงานแบบเดิมมาตอบรับโลกสมัยใหม่ได้ อย่างที่หลายคนคงนึกภาพออกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้รุ่นเก่านั้นเป็นอย่างไร เฟอร์นิเจอร์ซึ่งใหญ่เทอะทะหนาหนัก ย้อมไม้เป็นสีแดง และเคลือบแลกเกอร์เงาวับไม่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ และไม่สามารถแข่งขันกับตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นได้ ทั้งๆ ที่ฝีมือสกุลช่างชาวแพร่ยังคงมีความรู้และฝีมืออยู่เต็มเปี่ยม โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ใต้ถุนบ้าน   คุณพงศธรบอกว่าโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ของจังหวัดแพร่นั้นมีอยู่ราว 2,000 กว่าแห่ง โดยกลึงไม้ประกอบไม้กันใต้ถุนบ้าน มีช่างไม้ทำงาน 5 คนบ้าง 20 คนบ้าง หรือ 100 คนแล้วแต่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทอดฝีมือกันภายในครอบครัว ภายในหมู่บ้าน โรงงานใหญ่ก็มี แต่เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก ชาวบ้านกว่า 70% ยังคงทำเฟอร์นิเจอร์แบบเก่า ด้วยเครื่องมือแบบเดิมๆ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ในจำนวนกว่า 2,000 แห่งนั้นก็มีกลุ่มช่างที่พร้อมทำงานร่วมกับนักออกแบบ สามารถทำตามแบบได้ แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ผลิตแบบแมสไม่ได้ หรือยังทำระบบ knock down ไม่ได้ และค่อนข้างคุมคุณภาพให้คงที่ได้ยาก มองแง่ลบก็เห็นเป็นตำหนิ แต่มองแง่บวกก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งได้  “แพร่สไตล์” และการปรับตัวสู่ตลาดใหม่ ทางวิทยาลัยชุมชนแพร่ได้จัดตั้งโครงการไม้สัก “KM ไม้สัก” ขึ้น ซึ่งมีเวิร์คชอปกับชุมชนบ่อยครั้ง พยายามตีความใหม่จากงานรูปแบบเดิม เช่น ขาโต๊ะสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นโต๊ะเก่าแก่ที่ค้นพบในวัด ดึงเส้นสายคดโค้งของขาโต๊ะมาอยู่ในดีไซน์ที่ร่วมสมัยขึ้น หรือนำวัฒนธรรมหลายรูปแบบของแพร่มาตีความให้กลายเป็น “แพร่สไตล์” ด้วยความเชื่อว่าจิตวิญญาณในงานไม้ที่มีมากว่า 140 ปีต้องยังคงเสน่ห์งดงามอยู่ แม้จะขึ้นลงตามวงจรของความนิยม แต่หลายสิ่งก็ยังคงทนต่อกาลเวลา งานส่วนหนึ่งจึงเป็นการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์แบบ “แพร่สไตล์” ให้ร่วมสมัยมากขึ้น เพื่อเผยความเป็นแพร่สู่การรับรู้ภายนอก และเป็นการรักษาฐานลูกค้าที่ยังชื่นชมสไตล์คลาสสิคอยู่ ในขณะเดียวกัน ก็พยายามหาสไตล์ใหม่ให้กับไม้สักโดยปรับตัวเข้ากับความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ด้วยวิธีต่างๆ เช่น งานที่คุณพงศธรเข้าร่วมเวิร์กชอปกับ TCDC พัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้สักคอลเลกชั่น “TEAK.TECH” ซึ่งเป็นการตีความแก่นแท้ของไม้สัก มารวมกับเทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยใช้เศษไม้สักชิ้นเล็กๆ มาเรียงต่อกันเป็นแผ่นใหญ่ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เศษไม้ แต่ยังได้ความแข็งแรงและสัมผัสของไม้สักอย่างเต็มเปี่ยม งานชิ้นนี้มาในรูปของโต๊ะชาร์จแบตสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ได้ ทั้งรูปทรงโมเดิร์นและการใช้เศษไม้สัก ก็ทำให้ชาวบ้านในชุมชนเข้าใจมากขึ้นว่างานไม้สักก็สามารถเกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน แหล่งไม้สัก งานฝีมือ และวัฒนธรรมที่พร้อมนำไปต่อยอด ถึงตอนนี้ วิทยาลัยชุมชนได้เตรียมความพร้อมให้กับช่างฝีมือชาวแพร่ และโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในชุมชน ให้มีความเข้าใจเรื่องการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รู้จักการปรับตัวสู่การออกแบบยุคใหม่มากขึ้น เริ่มมีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ดีขึ้น และยินดีต้อนรับนักออกแบบ และผู้ประกอบการที่สนใจต่อยอดไม้สักมาเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หรือจะร่วมมือพัฒนาไปกับชุมชนก็ได้ แน่นอนว่าโครงการพัฒนานี้วิทยาลัยชุมชนไม่ได้ทำงานอยู่โดยลำพัง แต่ยังมีพันธมิตรต่างๆ เข้าร่วมสนับสนุนด้วย เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำให้มีกระบวนการวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีเข้ามารองรับการทำงาน ที่วิทยาลัยชุมชนนักออกแบบจึงสามารถขึ้นต้นแบบแม้เพียง 1 ชิ้นก็ทำได้ และชุมชนช่างฝีมือชาวแพร่ก็ไม่ได้มีแต่ช่างไม้ใต้ถุนบ้านเท่านั้น มีงานผลิตระดับสูง ที่วิทยาลัยชุมชนได้จัดอบรมขึ้น เพื่อพัฒนาฝีมือและกระบวนการผลิตให้ตอบโจทย์ไปไกลกว่าระดับประเทศอีกด้วย ที่สำคัญ นอกจากจังหวัดแพร่จะเป็นแหล่งไม้สักแล้ว ยังมีวัฒนธรรม และวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผ้าไหมยกดอก ผ้าม่อฮ่อม ผ้าทอตีนจก เป็นต้น ให้หยิบจับนำมาสร้างสรรค์ได้อีกมากมาย คุณพงศธรจึงขอเชิญชวนให้นักออกแบบได้เข้ามาปัดฝุ่นสิ่งเก่าแก่ที่แพร่มีอยู่ ซึ่งวิทยาลัยชุมชนแพร่ยินดีสนับสนุนข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงช่างฝีมือ และแหล่งวัสดุที่ต้องการได้ การเข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองและทักษะระหว่างกัน ย่อมทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ดีต่อทั้งธุรกิจและชุมชน สิ่งเหล่านี้แหละคือกลไกลที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ เริ่มที่หน่วยเล็กๆ แค่ใต้ถุนบ้าน ไม่แน่ ในอนาคตงานยิ่งใหญ่ระดับโลกก็อาจเกิดขึ้นที่นี่ก็ได้
Posted on 23 June 2016
6 3048
แม้โลกนี้จะผ่านการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ จนดูเหมือนจะอิ่มตัวจนไม่อาจสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ใหม่” ได้อีก แต่ความพยายามของคนเราก็ไม่เคยหยุดนิ่ง แล้วนิยามความใหม่ขึ้นจากการผสมผสาน และการทดลองให้เกิดองค์ความรู้ที่ไม่ซ้ำหรือดีกว่าสิ่งเก่าที่มีอยู่ แบรนด์ THAS คืออีกแบรนด์หนึ่งที่กำลังพัฒนาความรู้ใหม่ๆ จากวัสดุที่มีอยู่เดิม และยังเป็น 1 ในสมาชิก TCDC ซึ่งถูกชักชวนมาร่วมเสวนากันใน TCDC Social Club ตอน “โมเดิร์นไม้” ด้วย โดยแบรนด์นี้ได้ให้อีกมุมมองเกี่ยวกับการออกแบบงานไม้ โดยเฉพาะจากไม้ที่ถูก “บด” แล้ว เมื่อกราฟิกดีไซเนอร์อย่างคุณพุฒิพงศ์ ทัศนะมานะสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมา เขาคิดต่างจากนักออกแบบคนอื่นที่มักนึกถึงประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทำ แต่เขาเริ่มจาก “วัสดุ” ก่อน “ผมอาจคิดสวนทางกับคนอื่น เพราะผมจบเอกภาษาอังกฤษ แต่มาเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ตอนนั้นผมชอบเดินตามแหล่งวัสดุ ดูว่าย่านไหนมีอะไร ผมก็สะสมมาเรื่อยๆ ว่าอีกหน่อยถ้าอยากทำแบรนด์ของตัวเองเราจะหยิบอะไรมาทำได้บ้าง พอถึงเวลาที่พร้อม งานของผมจึงเริ่มจากวัสดุ ไม่ได้เริ่มจากผลิตภัณฑ์ ผมไม่ได้จบทางนี้ เลยไม่ได้ทำตามกฏเท่าไหร่ แต่พอไปสู่กระบวนการทดลองออกแบบก็ต้องเข้ามาสู่กฏ มีกรอบความคิดเหมือนกัน” คุณพุฒิพงศ์มองหาวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งมาดูสารคดีเกี่ยวกับไม้คอร์ก ซึ่งได้วัสดุจากการลอกเปลือกไม้ออกมา โดยไม่ต้องโค่นต้นไม้ทั้งต้น และเปลือกไม้ที่ขึ้นใหม่ก็สามารถนำมาใช้ได้ทุกๆ 10 ปี คุณพุฒิพงศ์จึงศึกษาคุณสมบัติของไม้คอร์ก รวมทั้งดูว่าที่ผ่านมาทั้งในต่างประเทศและเมืองไทยได้นำไม้คอร์กมาทำอะไรกันบ้าง เพื่อจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการใช้ไม้คอร์กขึ้นมา ทดลองสู่ความเป็นไปได้ใหม่ในแบบ Eco Innovation ไม้คอร์กทำมาจากเปลือกไม้ของต้นโอ๊กพันธุ์หนึ่ง ซึ่งสามารถมีความหนาได้ถึง 25 ซม. เปลือกไม้นี้มีคุณสมบัติเบา  ลอยตัวในน้ำได้ ยืดหยุ่น ทนไฟ อากาศและน้ำซึมผ่านไม่ได้ ในอดีตชาวกรีกและโรมันนำไปทำเป็นทุ่นสำหรับจับปลา ยุคหลังนำมาทำเป็นจุกไวน์ โดยการนำไปปั่นและอัดรวมกันให้แน่นเป็นแผ่นหนาบางตามต้องการ จนมาถึงปัจจุบันก็มีการนำมาทำเป็นสินค้าดีไซน์ในแบบต่างๆ แต่ยังคงเป็นไม้คอร์กที่มีรูปแบบเดิมเช่นในอดีต คุณพุฒิพงศ์พยายามทดลองสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการเพิ่มเติมคุณสมบัติของไม้คอร์ก เริ่มจากการ “ลงลาย” ซึ่งเป็นการทำบล็อกกดลายลงไปด้วยมือ โดยไม่ได้ใช้การพิมพ์อิงค์เจ็ท เพราะต้องการคงพื้นผิวของไม้คอร์กไว้ หากใช้เครื่องพิมพ์ นอกจากจะทำให้สูญเสียพื้นผิวของไม้คอร์กไปแล้ว ยังอาจทำให้เครื่องพิมพ์เสียหายได้ด้วย การลงลายบนแผ่นไม้คอร์กนับว่าเป็นการเกิดขึ้นครั้งแรก ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน เมื่อคุณพุฒิพงศ์นำวัสดุไม้คอร์กลงลายนี้มาจัดแสดงในงาน POP by TCDCCONNECT: “Love Your Local” ผู้อำนวยการห้องสมุดวัสดุ Material Connexion ก็เกิดความสนใจ ขอตัวอย่างวัสดุส่งไปให้ทางอเมริกาตัดสินว่าวัสดุและกระบวนการผลิตนี้ เหมาะที่จะเข้าในห้องสมุดหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับอนุมัติการบรรจุเข้าไปกลุ่มวัสดุธรรมชาติ ที่มีจุดแข็งด้านกระบวนการและเทคนิคลงลาย การทดลองต่อมาคือการดัดโค้งแผ่นไม้คอร์กให้คงสภาพอยู่ในรูปทรงที่ต้องการ กลายเป็นโคมไฟฟรีฟอร์มซึ่งได้รับรางวัล G-UPCYCLE: Gold Award ไปเมื่อปีที่แล้ว ด้วยประกายความคิดจากแฟชั่น ที่จะใช้เส้นสายดีไซน์ด้านหลังของเดรสผู้หญิงมาออกแบบ นำไปสู่การทดลองตลอดทั้งกระบวนการ จนเกิดแผ่นไม้คอร์กที่คงสภาพดัดโค้งได้ นี่คือวิธีค้นหาศักยภาพใหม่ของวัสดุ โดยเริ่มต้นจากการสังเกตปัญหา และความสงสัยว่าสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำจะเป็นไปได้ไหม แล้วลงมือทดลองจนได้เป็นองค์ความรู้ที่สามารถส่งต่อให้ผู้อื่นได้ ด้วยการสอนคนในชุมชนที่จ.พิษณุโลก และเด็กๆ ที่อยู่ในช่วงปิดเทอมให้มีรายได้เสริมด้วย “ที่เมืองนอกเขามีเครื่องอัดเป็นโมลด์ แต่เราพยายามเอาต้นทุนทางวัฒนธรรม คืองานฝีมือ เข้ามาใช้ร่วมกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการออกแบบ” ส่วนงานทดลองล่าสุดคือการย้อมสีแผ่นไม้คอร์ก ซึ่งตอนนี้ทำได้ถึง 8 สีแล้ว และไม่เพียงย้อมจากสีสังเคราะห์ แต่ย้อมได้ด้วยรงควัตถุจากธรรมชาติอีกด้วย รวมถึงการชุบทองด้วยกระบวนการเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในระหว่างการทดลองให้ลงตัว และรอทุนเพิ่มเพื่อขยายศักยภาพในการผลิตอีกด้วย เจาะเป้าหมายงานอีโคดีไซน์ งานนี้เข้าถึงตลาดกลุ่มเฉพาะ เจาะเป้าหมายผู้ที่สนใจงานดีไซน์ งานอีโคที่ผสมผสานนวัตกรรม โดยใช้โซเชียลเน็ทเวิร์คเป็นช่องทางหลัก ควบคู่กับการออกงานแฟร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น งาน TIFF และงาน Interiorlifestyle ที่โตเกียว เป็นต้น ซึ่งทำให้ลูกค้าได้สัมผัสงานด้วยตัวเอง สิ่งที่คุณพุฒิพงศ์ต้องทำมากพอๆ กับการทดลองก็คือการสื่อสารกับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าชาวไทย ที่ยังไม่คุ้นเคยกับวัสดุ แรกเห็นมักเข้าใจว่าเป็นหนังหรือชานอ้อย แต่ถ้าได้สัมผัสแล้วก็จะทราบว่าเป็นไม้คอร์ก ส่วนลูกค้าต่างชาติมักจะรู้จักวัสดุดีอยู่แล้ว และให้ความสนใจที่ไม้คอร์กนั้นสามารถนำมาดัดแปลงได้มากกว่าที่เคยเห็น ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่คุณพุฒิพงศ์ทำแบรนด์มา เขาเน้นไปที่วัสดุชนิดเดียว แต่ใช่ว่าไม้คอร์กจะเป็นวัสดุสุดท้ายที่เขานำมาใช้ “ผมพยายามสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาหลายๆ อย่าง แต่ในเรื่องการต่อยอดก็ต้องใช้ทุน ในใจผมคิดถึงการขยายไปสู่วัสดุอื่นเช่นกัน คราวนี้นึกถึงวัสดุที่มีอยู่ในเมืองไทยแล้ว แต่จะเป็นวัสดุอะไร ก็ต้องดูความชำนาญของท้องถิ่นด้วย” พื้นที่ที่เปิดกว้างคือแรงหนุนสำคัญ สำหรับนักออกแบบที่เริ่มต้นสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง การสนับสนุนเรื่องโอกาสและพื้นที่ที่ช่วยสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์มีความสำคัญมาก คุณพุฒิพงศ์คือคนหนึ่งที่เข้ามาใช้พื้นที่ของ TCDC ในหลายแง่มุม “ตอนที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ผมไม่เคยเข้า TCDC เลย แต่พอคิดจะทำผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วลองศึกษาดู ก็พบว่าที่นี่มีคอนเทนท์ และคอร์สต่างๆ ที่สนับสนุนนักออกแบบหน้าใหม่ ผมก็พยายามจะส่งผลงานเข้าไปร่วมเสมอ ผมว่า TCDC ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนักออกแบบ ทั้งเรื่องความรู้ งานเสวนา การจัดอบรมต่างๆ และการจัดประชาสัมพันธ์ของงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างดีครับ” การลงมือปั้นธุรกิจสร้างสรรค์ให้เป็นจริงขึ้นมา ต้องอาศัยหลายองค์ประกอบดังเช่นแบรนด์ THAS ที่มีทั้งองค์ความรู้เฉพาะ ดีไซน์สวยงาม กระบวนการน่าสนใจ ช่องทางการตลาดอันเหมาะสม และพื้นที่ที่พร้อมสนับสนุน ก็ทำให้แบรนด์มีโอกาสเติบโตได้ไกล คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ THAS
Posted on 22 June 2016
5 985
ความรักในงานไม้ปรากฏขึ้นได้หลากหลายรูปแบบแม้แต่แบบที่เราคาดไม่ถึง  1 ใน 5 แบรนด์ที่เข้าร่วมเสวนาแบ่งปันประสบการณ์งานไม้ใน TCDC Social Club ตอน “โมเดิร์นไม้” ได้สร้างมุมต่างของการทดลอง โดยผสานสิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้ว ให้อยู่ร่วมกันได้ในสไตล์ย้อนยุค แต่กลับเข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยภาษาที่โมเดิร์นมาก ดูเหมือนว่าแบรนด์ Romkh จะเป็นศูนย์รวมของสองศาสตร์ที่แตกต่างให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา เพราะคุณรมย์ ขำปัญญา เจ้าของแบรนด์ได้สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นจากความหลงใหล ส่วนงานไม้เขามาสัมผัสได้ถึงความงามและความอบอุ่นตอนที่โตแล้ว ในความแตกต่าง เขายังเห็นความงามร่วมกันระหว่างไม้กับวงจรไฟฟ้าตรงที่มีลวดลายสลับซับซ้อนและมีเสน่ห์เหมือนกัน เมื่อคิดจะสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เขาจึงผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน “ผมเป็นคนที่มีแพชชั่นกับวงจรไฟฟ้ามาตั้งแต่เด็ก ชอบซื้อของมาแกะดูวงจรงเล่น ผมสามารถเดินบ้านหม้อได้เป็นวันๆ เลย”  คุณรมย์เรียนจบมาด้านสถาปัตยกรรม แต่เขามีความสนใจในด้าน Digital Fabrication หรือกระบวนการผลิตโดยใช้ดิจิทัลเข้ามาร่วมกับการผลิตแบบอนาล็อก เช่น การเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์เพื่อสั่งการเครื่องจักร เช่น เครื่อง CNC เครื่องตัดเจาะไม้ตามแบบในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเลเซอร์คัทต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ยังคงชื่นชอบดีไซน์คลาสสิค สไตล์เรโทร และประสบการณ์การใช้งานข้าวของในยุคอนาล็อกอยู่ ผสมผสานสิ่งที่แตกต่างสุดขั้ว เมื่อความคิดตั้งต้นขึ้น คุณรมย์ก็ค่อยๆ วางแผนจากแนวคิดมาสู่ดีไซน์ โดยแนวคิดหลักคือการผสมผสาน 2 สิ่งที่แตกต่างให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เขาเริ่มต้นที่ทดลองออกแบบเครื่องเล่น MP3  ในดีไซน์เรโทร โดยมีไม้เป็นโครงสร้างหลักที่ห่อหุ้มอย่างเรียบเนียนไร้รอยต่อ “ผมชอบอะไรที่เรโทร คลาสสิค แต่ยังสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้” จากนั้นก็มาเลือกไม้ที่เข้ากับแบบที่คิดไว้ โดยใช้ไม้วอลนัทเพราะมีสีสันและลวดลายลุ่มลึก ดูคลาสสิค ในการผลิต คุณรมย์ใช้เครื่อง CNC เจาะไม้ตามแบบที่ทำงานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ส่วนหนึ่งที่เลือกใช้เครื่อง CNC เพราะเขาไม่มีพื้นฐานงานช่าง แต่สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้ จึงอาศัยอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงมาช่วยผลิตเพื่อให้งานออกมาได้ตามแบบ แต่เขาก็ต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง “ปรากฏว่าการทดลองครั้งแรกเกิดตำหนิเยอะมาก ด้วยความที่เนื้อไม้แต่ละชิ้นไม่เหมือนกันเลย บางชิ้นโป่ง บางชิ้นเนื้อแน่น บางชิ้นเนื้อไม่แน่น ผมจึงต้องเริ่มใหม่ มานั่งเขียนโค้ดแบบละเอียดระดับมิลลิเมตรสำหรับไม้แต่ละชิ้นเลย และทำเสียไปเยอะกว่าจะได้ชิ้นงานที่ดี”  ในส่วนของแผงวงจรไฟฟ้านั้น เขาใช้ของสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้วมาต่อยอด แต่คุณรมย์กำลังคิดถึงการพัฒนาวงจรไฟฟ้าเอง เพราะส่วนใหญ่ที่มีในตลาดคือแผงวงจรแผ่นสี่เหลี่ยม “บางครั้งเราไม่ได้อยากได้สี่เหลี่ยม แต่อยากได้วงกลม หรือรูปทรงอิสระบ้าง ก็เริ่มพัฒนาแผงวงจรเองแล้วครับ” ประสบการณ์การใช้งานอันเรียบง่าย นอกจากการดีไซน์สไตล์เรโทรแล้ว คุณรมย์ยังเลือกออกแบบประสบการณ์การใช้งานแบบเรียบง่ายขั้นสุดอีกด้วย คือไม่ใช้แม้แต่คำ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์บ่งชี้การใช้งาน แต่ตั้งใจออกแบบตัวปุ่มกด หรือปุ่มหมุนให้เพียงเห็นก็รู้แล้วว่าใช้งานอย่างไร  “User Interface ที่เรียบง่ายคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก ปุ่มไหนใช้งานอย่างไร ก็รู้ได้ทันที ไม่ต้องมีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ใดๆ เช่น ปุ่มเปิด/ปิด ก็ทำให้รู้เลยว่าเป็นตัวเปิดปิด ผมพยายามลดทอนให้ง่ายที่สุด” เขาเสริมว่าอยากดึงประสบการณ์การใช้งานเครื่องไฟฟ้ายุคอนาล็อกกลับมาด้วย ตอนนี้เราชินกับระบบสัมผัสหน้าจอ แต่สำหรับคุณรมย์การกดปุ่ม การหมุนเพิ่ม-ลดเสียง ได้ความรู้สึกสัมพันธ์กับการใช้งานดี และความย้อนยุคยังไม่หยุดอยู่แค่ดีไซน์ หรือปุ่มกด แต่ยังอยู่ที่โครงสร้างด้วย เครื่องเล่น MP3 รุ่น “Classic Tone” คุณรมย์จึงแยกตัวลำโพง 2 ข้างออกจากตัวเครื่องเล่น รวมเป็น 3 ชิ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อสายเครื่องเล่นกับลำโพง ให้ความรู้สึกถึงการใช้งานในอดีตที่คลาสสิคสมชื่อ   กลุ่มตลาดเฉพาะเพื่อคนรักงานดีไซน์ คุณรมย์ลองผิดลองถูกกับการผลิตอยู่หลายเดือนกว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให้สั่งแบบพรีออร์เดอร์ผ่านเว็บ romkh.com ได้ ที่เขาวางโพสิชั่นแบรนด์ไปที่กลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) คือกลุ่มคนรักงานดีไซน์ และงานสไตล์เรโทร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดีไซน์และการใช้งานที่มีเอกลักษณ์ (ซึ่งทำตามความชอบส่วนตัว) อีกเหตุผลหนึ่งคือตอนนี้เขาทำงานเพียงคนเดียว กระบวนการผลิตจึงใช้เวลานาน “ถึงตอนนี้ทำมาปีกว่า ผมก็ยังลองผิดลองถูกอยู่ ทุกครั้งที่คิดโปรดักท์ใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นทดลองใหม่ทุกครั้ง และกว่าที่จะพัฒนาให้สมบูรณ์แบบได้ก็ใช้เวลา ทุกอย่างต้องดี ไม้ต้องดี ระบบไฟฟ้าต้องดี อย่างเครื่องเล่น CD (The Player) ซึ่งมีต้นแบบออกมาแล้ว ก็มีคนเรียกร้องกันมาก แต่ผมว่าผมยังทำได้ไม่สมบูรณ์ ก็ยังไม่เปิดให้พรีออร์เดอร์ ต้องมั่นใจจริงๆ ก่อน”  Contemporary Retro Object ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของ Romkh มีเครื่องเล่น MP3 และลำโพง ตามมาด้วยเครื่องเล่น CD และเฮดโฟนแอมป์ซึ่งสองอย่างหลังกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ถึงแม้คุณรมย์จะเลือกหยิบเครื่องไฟฟ้าที่เกี่ยวกับการฟังเพลงมาทดลองก่อน แต่ใช่ว่าเขาจะโฟกัสเฉพาะเครื่องไฟฟ้ากลุ่มนี้ เพราะความตั้งใจที่แท้จริงคือการสร้างสิ่งที่เป็นเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านที่มีวงจรไฟฟ้าซึ่งใช้งานได้ “ผมไม่ได้มองว่าเป็นลำโพง หรือเครื่องเล่น MP3 เท่านั้น แต่ผมมองว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้มากกว่าเครื่องไฟฟ้าที่เกี่ยวกับดนตรี ในอนาคตอาจจะมีเครื่องเล่นเกมส์ หรืออะไรที่สามารถโต้ตอบกับคนได้” ที่ผ่านมาคุณรมย์ยังไม่ได้ลงเต็มตัวกับการสร้างแบรนด์ Romkh ระหว่างนี้เขาทำงานออกแบบอิสระด้าน Interactive Media ไปด้วย แต่เขากำลังลงมือจริงจังกับการสร้างผลิตภัณฑ์มากขึ้น “หลังจากนี้จะทำเต็มตัวมากขึ้นแล้วครับ ภายในปีนี้ผมวางแผนไว้ว่าจะออกแบบโปรดักท์เพิ่มขึ้นให้ได้อีก 3 ตัว และขยายงานผลิต เพราะตอนนี้มีผมทำอยู่คนเดียว ผมก็ตั้งใจจะวางแบบให้นิ่ง และเริ่มจดจ้างการผลิต เพื่อให้ตอบรับออร์เดอร์ได้มากขึ้น ไม่อยากให้ลูกค้ารอนานครับ” ส่วนในอนาคตระยะยาว คุณรมย์มองเห็นร้านกึ่งแกเลอรี่ของตัวเอง ที่จัดวางสินค้าประหนึ่งงานศิลปะให้ลูกค้าเข้ามาเลือกชม และทดลองประสบการณ์การใช้งานเพื่อสัมผัสกับเสน่ห์ความเรโทรที่ร่วมสมัยได้ด้วยตัวเอง คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง   คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ vvoolt 
Posted on 22 June 2016
5 2293

Related Collection

DEBUT by TCDCCONNECT เป็นพื้นที่แสดงผลงานและข้อมูลของผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งผ่านการคัดเลือก รวมถึงมีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงผ่านทางเว็บไซต์ TCDCCONNECT.COM โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนผลงานขึ้นแสดงทุก 4 เดือน ซึ่งโครงการนี้เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆให้มีพื้นที่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนเอง รวมถึงผู้ที่สนใจจะจ้างงานได้รู้จักและเกิดการจัดจ้างงานจริงเกิดขึ้น    ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานบน Debut Wall ครั้งที่ 18 Let's Craft คราฟต์อย่างสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต ไม่จำกัดรูปแบบงานหัตกรรม หรือกระบวนการคิดสร้างสรรค์ ประจำเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2562 ประกอบด้วยผลงานของผู้นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตจากทุกหมวดหมู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จำนวน 35 ราย
DEBUT by TCDCCONNECT เป็นพื้นที่แสดงผลงานและข้อมูลของผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งผ่านการคัดเลือก รวมถึงมีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงผ่านทางเว็บไซต์ TCDCCONNECT.COM โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนผลงานขึ้นแสดงทุก 4 เดือน ซึ่งโครงการนี้เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆให้มีพื้นที่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนเอง รวมถึงผู้ที่สนใจจะจ้างงานได้รู้จักและเกิดการจัดจ้างงานจริงเกิดขึ้น    ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานบน Debut Wall ครั้งที่ 17 Gift & Wish ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต ในกลุ่มของขวัญและของฝาก ประจำเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม 2562 ประกอบด้วยผลงานของผู้นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตจากทุกหมวดหมู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จำนวน 20 ราย