สวนผักกลางป่าคอนกรีต อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของ ‘Modern Farmer’

    • December 24, 2009
    • view : 5,822

    เรื่อง : อาศิรา พนาราม

    DfamilyCA

    เพราะอาหารการกินคือปัจจัยพื้นฐานของชีวิตคน เมื่อใดที่วิถีการกินเปลี่ยน เมื่อนั้นโครงสร้างสังคมก็จะเปลี่ยนไปด้วย (ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!) วันนี้เราขอยกเรื่อง ‘วิถีใหม่ของอาหาร’ มาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคนเมืองกลุ่มเล็กๆ ที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลง (ทีละน้อยๆ) บนโลกใบนี้ อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับคนรุ่นปู่ย่าตายาย แต่สำหรับคนรุ่นหลังอย่างพวกเราแล้ว บางคนอาจไม่เคยได้นึกถึงมันเลยก็ได้ ...เรากำลังจะพูดถึง ‘สวนผักกลางเมือง’ กันค่ะ

    เรื่องที่ 1 : The Path to Freedom สวนครัวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ใจกลางแคลิฟอร์เนีย
    กลางเมืองพาซาเดนา (Pasadena) รัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบครัว Dervaes (คุณพ่อ Jules และลูกๆ สามคน คือ Justin Anais และ Jordanne) ทำงานร่วมกันในฟาร์มผักกลางเมือง (Urban Homestead) ภายใต้ชื่อ “Path to Freedom”

    ครอบครัวนี้เริ่มจากการปลูกผักเป็นงานอดิเรกก่อน ต่อมา Jules (ผู้พ่อ) เริ่มเห็นช่องทางทำเงินจากสวนครัวเล็กๆ นี้ เมื่อร้านน้ำชาใกล้บ้านติดต่อขอซื้อ ‘ดอกไม้กินได้’ ของเขาไปทำขนม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2001 ที่กระแสการบริโภคอาหารออร์แกนิกบูมขึ้นในอเมริกา ทำให้สินค้าเหล่านี้กลายเป็นของราคาแพงและหายาก นับแต่นั้นสวนผักที่ครอบครัว Dervaes มีอยู่ก็ได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง

    Jules ตัดสินใจปรับสวนผักเล็กๆ ของครอบครัวให้กลายเป็น ‘ซุปเปอร์มาร์เก็ตผักออร์แกนิก’ ของบรรดาคนบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าบนพื้นที่ไม่ใหญ่โตเพียง 1/5 เอเคอร์ของบ้าน Darvaes จะมีผักสมุนไพร ผลไม้ และเบอร์รี่ต่างๆ รวมกว่า 350 ชนิด (สามารถให้ผลผลิตที่มีน้ำหนักรวมถึง 6,000 ปอนด์ต่อปี) ปัจจุบันผลผลิตเหล่านี้ถูกส่งป้อนตามร้านอาหารละแวกบ้านเป็นหลัก และมีผู้บริโภครายย่อยที่ติดใจตามมาซื้อถึงบ้านอีกเป็นจำนวนมาก

    ครอบครัว Dervaes ถือเป็นหนึ่งในผู้นำคนเมืองที่นิยมวิถีการดำรงชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง (Self-sufficiency) เพราะไม่เพียงแต่สวนผักเกษตรอินทรีย์เท่านั้น พวกเขายังภูมิใจที่จะใช้ชีวิตแบบไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น ใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้พลังงานทางเลือก และใช้น้ำมันไบโอดีเซล เป็นต้น

    งานของครอบครัว Dervaes สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในอเมริกาเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนี้นอกจากป้อนผลผลิตให้กับร้านอาหารใกล้บ้านแล้ว พวกเขายังมีร้านค้าออนไลน์ที่ขายพืชผักจากสวนเกษตรและขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้เว็บไซต์เป็นสื่อในการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ให้กับสาธารณชนด้วย ครอบครัว Dervaes มีเป้าหมายอยากให้ผู้คนได้เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาหาร เพราะพวกเขาเชื่อว่า "อาหารคือพลัง ยิ่งเราปลูกเองก็ยิ่งมีพลังมากกว่า"

    Prince71

    เรื่องที่ 2 : เจ้าชายผัก ปัญญาชนเกษตรกรย่านลาดพร้าว
    “ผักสวนครัว รั้วกินได้” เป็นแนวคิดพื้นๆ ที่มีอยู่ในทุกท้องถิ่นของประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่า ‘คนกรุง’ จะห่างเหินจากวิถีที่ว่านั้นมานานแล้ว

    อย่างไรก็ดี ระยะหลังๆ นี้ กรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราเริ่มมีสวนผักกลางเมืองเกิดขึ้นให้เห็นหลายแห่ง อาจเพราะแนวคิดเชิงอนุรักษ์และวิถีปลอดสารพิษเริ่มเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางก็เป็นได้ โดยเจ้าของสวนผักกลางเมืองที่มีผลงานโดดเด่นคนหนึ่งก็คือ ‘เจ้าชายผักแห่งลาดพร้าว 71’ เขาคนนี้คือผู้ที่ทำให้โลกเห็นว่า “ที่ว่างหน้าบ้าน ข้างบ้าน หรือหลังบ้าน ไม่ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการทำสวนผักเลย”

    ‘เจ้าชายผัก’ เป็นสมญานามตามชื่อเล่นของปริ๊นซ์ - นคร ลิมปคุปตถาวร บัณฑิตสาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ตอนนี้เขากำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทสาขาการเกษตรยั่งยืนที่สถาบันเดียวกัน) นครคือผู้ที่เชื่อว่า “ไม่มีสิ่งใดจะทำให้คนพึ่งพาตนเองได้ดีเท่ากับการเกษตรที่อิงธรรมชาติ” เขาจึงเริ่มปลูกผักรับประทานเอง ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่สามารถทดแทนการซื้อได้ทั้งหมด แต่ก็ลดค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร

    นครดัดแปลงที่ว่างข้างบ้านขนาด 30 ตารางเมตรให้เป็นสวนผักหลากชนิด เริ่มต้นจากการปรับปรุงดิน (ที่เกือบเป็นทราย) ด้วยน้ำหมักชีวภาพและเศษใยไม้ พอดินเริ่มดีก็ลงมือปลูกผัก อยากรับประทานอะไรก็ปลูกอย่างนั้น ปัจจุบันสวนเล็กๆ แห่งนี้เติบโตหนาแน่นขึ้นจนมีพืชผักคละกันกว่า 30 ชนิด แถมยังเป็นสวนปลอดพิษที่หลีกเลี่ยงการใช้ยากำจัดศัตรูพืช แต่มุ่งใช้วิธีธรรมชาติในป้องกันแทน เช่น
    ขึงตาข่ายเชือกฟางซึ่งสะท้อนตานกไม่ให้เข้ามาจิกพืชผล ปลูกผักคะน้าสลับกับคึ่นช่ายที่มีกลิ่นฉุน (ทำให้แมลงไม่ชอบ) หรือไม่ก็ฉีดยาป้องกันศัตรูพืชด้วยน้ำส้มควันไม้ ฯลฯ

    ไม่นานแนวคิดสวนผักกลางเมืองของนครก็แพร่หลายออกไป และมีคนที่สนใจเข้ามาขอแบ่งปันความรู้จากเขาบ่อยครั้ง ในที่สุดนครจึงตัดสินใจเปิดบ้านสอนวิชา ‘หลักการปลูกผักโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี’ ให้กับสมาชิกเครือข่ายตลาดสีเขียว นอกจากนั้น ในอนาคตเขายังมีแผนจะทำ City Farm บนตึกแถวร้าง (ที่ทางบ้านเป็นเจ้าของ) เปลี่ยนมันให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ของ ‘วิถีพึ่งพาตนเองด้วยเกษตรธรรมชาติ’ สำหรับผู้คนในเมืองใหญ่ โดยนครเชื่อว่าการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์แก่ผู้บริโภค (ซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญ) จะช่วยรักษาวงจรเกษตรอินทรีย์ให้หมุนเวียนต่อไปได้

    จากสองตัวอย่างข้างต้น เราคงจะเห็นแล้วนะคะว่า เรื่องง่ายๆ อย่างเช่น ‘สวนผัก’ นี่แหละ ขอเพียงมีคนช่วยกันต่อยอดให้เป็นวงจรที่เข้มแข็ง คนเมืองก็สามารถจะมีทางเลือกในการพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตกับปัจจัยพื้นฐานที่เรียกว่า “อาหาร” ได้อย่างยั่งยืนขึ้น

    อ้างอิง
    http://www.pathtofreedom.com/

    http://www.californiaheartland.org/this_season/episode_908/path_to_freedom.htm

    หนังสือ Living Green Together สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา
    วารสารตลาดสีเขียวฉบับเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2552

    เครดิตภาพ
    http://www.food4change.in.th/w/news/our-event/174-d-i-y-garden.html

    http://www.californiaheartland.org/this_season/episode_908/path_to_freedom.htm

    Post by: Anunta Intraaksorn , Last Updated: February 14, 2013 15:47:47

    Comments

  • Share Social Network

    Loading...

    Content type