
กว่าจะลงมือเขียนเรื่องนี้ได้ ก็ใกล้จะตก “เทรนด์” เต็มที แต่พอเข้า hi5 ของสวีทนุชแล้วก็ยังเห็นแฟนเพลงวัยรุ่นของ
คุณนุชมา “เม้น” อยู่ไม่ขาดสาย ประกอบกับยังคงมีคำถามค้างคาใจอยู่ว่า อะไรหนอทำให้เพลงทำนองลูกกรุงที่
ขับร้องด้วยเสียงหวานๆต้นฉบับแท้ๆ (ที่เด็กวัยสิบกว่าๆ ไม่น่าจะรู้จัก) อย่างเพลง “รักยุค Hi-Tech” ฮิตติดลมบน
ชนิดขึ้นอันดับเพลงฮิตของแฟต เรดิโอ คลื่นวิทยุขวัญใจเด็กแนวไปได้ (หรือแม้แต่คลื่นที่เจาะกลุ่มมหาชนกว่าอย่าง
ซี้ด เรดิโอ ก็เช่นเดียวกัน) ปรากฎการณ์แบบนี้ทำให้เราไม่อยากปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ
และถ้าจะตอบข้อสงสัยนั้นอย่างง่ายๆ ก็คงไม่พ้นคำตอบที่ว่า “ก็เพลงแปลกหู เนื้อร้องทันสมัย แต่ทำนองและเสียงร้อง
เป็นแบบเก่า ขัดแย้งกันดี”
แต่เราว่าไม่น่าจะใช่แค่นั้น…
ความขัดแย้งที่สะดุดหู
เมื่อได้พูดคุยกับคุณบรรณ สุวรรณโณชิน โปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม “สวีทนุช ต้นฉบับเสียงหวาน” ของ
คุณนุช – วรนุช กนกากร คุณบรรณเล่าว่า เขาตั้งใจทำเพลงลูกกรุงขนานแท้ โดยนักร้องหญิงผู้มีเสียงหวานแท้จริง
เจาะกลุ่มคนฟังที่เป็นผู้ใหญ่ หาใช่วัยรุ่นไม่ แต่การที่เขาแต่งเนื้อเพลงด้วยศัพท์คอมพิวเตอร์ ที่ไม่ค่อยจะพบเห็นใน
เพลงรักนั้น เป็นความถนัดและเรียกได้ว่าเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ก่อนที่คุณบรรณจะมาทำค่ายเพลงเล็กๆ ในชื่อ ใบชา กรุ๊ป เขาเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มาก่อน
ความสามารถในการทำงานเพลงของคุณบรรณนั้นไม่เป็นรองใคร เขาเคยแต่งเพลงที่รวมเอาชื่อนักฟุตบอล
บราซิล 29 คนไว้ในเพลงเดียวกันสำเร็จ และยังเคยรวมเอาชื่อสำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ 30 สำนวนไว้ได้ในเพลง
“สำนวนสวนสัตว์” เป็นต้น
ความถนัดในการแต่งเพลงรวมชื่อของคุณบรรณนำไปสู่เพลง “รักยุค Hi-Tech” ได้ไม่ยาก และเมื่อความขัดแย้งกัน
อย่างรุนแรงระหว่างเสียงร้องหวานแหลมแบบต้นฉบับลูกกรุง กับดนตรีในยุคนั้นที่เด็กอายุสิบกว่าๆ ไม่เคยคุ้น และ
ศัพท์แสงคอมพิวเตอร์ที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ในที่เดียวกันได้ ทำให้เพลง “รักยุค Hi-Tech” กลายเป็นรสชาติใหม่ ที่ทำ
ให้คนฟังสะดุดหู แปลกใจ และติดใจขึ้นมาในที่สุด
เมื่อถามถึงแฟนเพลงของอัลบั้มนี้ คุณบรรณบอกว่า “มีตั้งแต่เด็กน้อยวัย 8 ขวบ 10 ขวบ ไปจนถึงผู้ใหญ่ แต่ส่วนมาก
ก็จะเป็นวัยรุ่นประมาณ 17 -19 ปี เพลงนี้ได้กลุ่มแฟนเพลงกว้างมาก ผู้ฟังวัย 30 กว่า ก็อินได้ไม่ยาก แต่เดิมอัลบัมนี้
ตั้งใจทำมาเพื่อกลุ่มผู้ฟังที่เป็นผู้ใหญ่วัย 30 ขึ้นไปเป็นหลัก เพราะผมคิดว่าผู้ใหญ่อาจไม่ค่อยมีเพลงใหม่ๆฟัง เพราะ
เพลงสมัยนี้ก็ทำออกมาเหมือนๆกัน รองรับเด็กวัยรุ่นเป็นส่วนมาก ในอัลบั้มนี้ก็มีเพลง “รักยุค Hi-Tech” และ
เพลง “คำหยาบ” เท่านั้น ที่ฟังดูวัยรุ่นหน่อย นอกนั้น ก็เป็นเพลงกึ่งกวีกึ่งโบราณ เราไม่ได้ตั้งใจทำให้วัยรุ่นตั้งแต่แรก“
สื่อออนไลน์ทรงพลังและพฤติกรรมการบริโภคเพลงในยุคไฮเทค
ด้วยความตั้งใจที่จะทำเป็นอัลบัมเพลงลูกกรุง ขายเสียงหวานจากต้นฉบับแท้ๆ และไม่ได้คาดหวังผลตอบรับอะไรมาก
ใบชา กรุ๊ป จึงยังไม่ได้ส่งเพลงไปวางขาย หรือส่งไปประชาสัมพันธ์ที่สถานีวิทยุใดเลย
“แต่ไปตั้งกระทู้ไว้ที่เว็บพันทิปว่า “วงการเพลงยังพอมีพื้นที่ให้นักร้องอายุ 65 ไหม” แล้วสร้างลิงค์ให้ไปฟัง
เพลง รักยุค Hi-Tech ที่กระปุกดอทคอม ปรากฏว่าฮือฮาน่าดู หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ก็ถูกลิงค์ไปที่ bloggang
และ hi5 เต็มไปหมด เพื่อนโทรมาบอกว่าเพลงดัง กลายเป็นกระแส ไปไหนๆใครๆก็เปิด” คุณบรรณเล่าให้ฟังด้วย
รอยยิ้ม
นี่อาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เพลงนี้ดังขึ้นมาได้ การใช้สื่อออนไลน์นั้นแม้จะไม่ได้ผ่านสายตามหาชน แต่ว่าเข้าถึงกลุ่ม
เป้าหมายได้อย่างเยี่ยมยอด โดยเฉพาะผู้เล่นกระดานสนทนาในเวปพันทิป ซึ่งจัดได้ว่าเป็นกลุ่มคนประเภท
“แฟนพันธุ์แท้” ในวงการต่างๆ (แบ่งกลุ่มไปตามหัวข้อสนทนา) และเว็บนี้ก็มีผู้เข้าใช้บริการวันละหลักแสนคน เมื่อนำ
เพลงที่มีของอยู่แล้วไปไว้ในพันทิป ก็ถือว่ามาถูกทางเลยทีเดียว เพราะมันเข้าถึงกลุ่มผู้คนที่มีความชอบเฉพาะด้าน
ชอบของแปลกใหม่ และเมื่อเพลงน่าสนใจจริงก็กระจายไปปากต่อปาก (ลิงค์ต่อลิงค์) เร็วขึ้นยิ่งกว่าสื่อใดๆ และท้าย
ที่สุดก็ถูกนำไปเปิดกันในคลื่นวิทยุจนยิ่งกระทั่งกลายเป็นเพลงฮิต
อีกปัจจัยอยู่ที่พฤติกรรมของคนฟังเพลงสมัยนี้ ซึ่งไม่ได้ฟังทั้งอัลบั้มแต่ดาวน์โหลดกันเฉพาะเพลงที่ชอบ หน้าไหนจะดัง
ได้ จึงอยู่ที่ตัวเพลงเป็นสำคัญ
“ผมว่ายุคนี้เป็นยุคของตัวเพลง ศิลปินอาจไม่ได้มีพลังพอ ใครก็ตามที่เคยดังมาแค่ไหน ถ้