<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TCDCCONNECT BLOGS : Creative Space for Community</title>
	<atom:link href="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog</link>
	<description>TCDCCONNECT เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารและความรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Sep 2010 08:22:34 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>SME Thailand Expo 2010</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6378</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6378#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 07:47:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[seminar]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6378</guid>
		<description><![CDATA[
SME Thailand Expo งานมหกรรมเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี และพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน อีกทั้งมีการ Workshop สัมมนาในหัวข้อต่างๆ การออกร้านของเอสเอ็มอีที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเป็นทั้งไอเดียและแบบอย่างของการทำธุรกิจ และยังสามารถพบกับบูทของ TCDCCONNECT ได้ภายในงานอีกด้วย
วันที่ 2-4 กันยายน 2553 เวลา 10.00 &#8211; 20.00 น. 
ณ ฮอลล์ 3-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.smethailandexpo.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: arial,helvetica,sans-serif;"><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #ff6600;"><img class="alignnone size-full wp-image-6381" title="Untitled-1" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/09/Untitled-1.jpg" alt="Untitled-1" width="500" height="184" /><br />
SME Thailand Expo </span></strong>งานมหกรรมเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี และพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน อีกทั้งมีการ Workshop สัมมนาในหัวข้อต่างๆ การออกร้านของเอสเอ็มอีที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเป็นทั้งไอเดียและแบบอย่างของการทำธุรกิจ<span id="lblStory"><span style="color: #000000;"> และยังสามารถพบกับบูทของ<span style="color: #ff0000;"><strong> TCDCCONNECT </strong></span>ได้ภายในงานอีกด้วย</p>
<p>วันที่ 2-4 กันยายน 2553 เวลา 10.00 &#8211; 20.00 น. <br />
ณ ฮอลล์ 3-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี</span></span><br />
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ <a href="http://www.smethailandexpo.com">http://www.smethailandexpo.com</a></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6378</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 19</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6371</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6371#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 09:08:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[event]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6371</guid>
		<description><![CDATA[
 “ไทย เที่ยวไทย” มหกรรม ลดราคาสินค้าการท่องเที่ยวประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวครบทุกประเภทกว่า 1,250 รายทั้งประเทศ มารวมไว้ในงานเดียว อาทิ โรงแรม รีสอร์ท ทัวร์ สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว สปา ภัตตาคาร สถานบันเทิง สนามกอล์ฟ อุปกรณ์เดินทาง แค้มปิ้ง ดำน้ำ ของฝากของที่ระลึก คึกคักเต็มพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์ ทั้งยังมีการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการ ในและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย
 จัดงานทั้งหมด 5 โซน ดังนี้
 1. โซนไทยเที่ยวไทย จัดขึ้นบริเวณเพลนนารี ฮอลล์ 1-2, โซนซี ชั้น 1-2 และพลาซ่า 
 2. โซนสายการบินและรถเช่า จัดขึ้นบริเวณเอเทรี่ยม 
 3. โซนสีสันตะวันออก จัดขึ้นบริเวณเพลนารี ฮอลล์ 3 
 4. โซนสีสันภาคใต้ จัดขึ้นบริเวณเมนฟอร์เย่ 3
 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-6372" title="TCPK19" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/TCPK19.jpg" alt="TCPK19" width="465" height="640" /></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> “ไทย เที่ยวไทย” </strong></span>มหกรรม ลดราคาสินค้าการท่องเที่ยวประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวครบทุกประเภทกว่า 1,250 รายทั้งประเทศ มารวมไว้ในงานเดียว อาทิ โรงแรม รีสอร์ท ทัวร์ สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว สปา ภัตตาคาร สถานบันเทิง สนามกอล์ฟ อุปกรณ์เดินทาง แค้มปิ้ง ดำน้ำ ของฝากของที่ระลึก คึกคักเต็มพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์ ทั้งยังมีการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการ ในและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย<br />
 จัดงานทั้งหมด 5 โซน ดังนี้<span style="color: #000000;"><br />
 1. โซนไทยเที่ยวไทย จัดขึ้นบริเวณเพลนนารี ฮอลล์ 1-2, โซนซี ชั้น 1-2 และพลาซ่า <br />
 2. โซนสายการบินและรถเช่า จัดขึ้นบริเวณเอเทรี่ยม <br />
 3. โซนสีสันตะวันออก จัดขึ้นบริเวณเพลนารี ฮอลล์ 3 <br />
 4. โซนสีสันภาคใต้ จัดขึ้นบริเวณเมนฟอร์เย่ 3<br />
 5. โซนเที่ยวไปกินไป นอกเหนือจากโซนท่องเที่ยวต่างๆ ให้เดินชมอย่างเพลิดเพลินแล้ว ในบริเวณโซนซีชั้น 1 </span></p>
<p><span style="color: #000000;">วันที่ 2-5 กันยายน 2553 เวลา 10.00 &#8211; 21.00 น.<br />
 สถานที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  Plenary Hall, C-1st, C-2nd, Plaza, Atrium</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6371</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย 2553 : SOMEWHERE THAI</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6172</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6172#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 07:19:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[Graphic]]></category>
		<category><![CDATA[thai designer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6172</guid>
		<description><![CDATA[
สมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย ร่วมกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และแพรคทิคิล ดีไซน์ สตูดิโอ ขอเชิญทุกท่านร่วมส่งผลงานที่นำเสนอหรือสะท้อนความหมาย ภายใต้ประเด็น “Somewhere Thai” โดยสามารถส่งผลงานเข้าร่วมได้หลากหลายรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจะเป็นสัญลักษณ์ โปสเตอร์ การออกแบบตัวอักษร บรรจุภัณฑ์ ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพกราฟิก โมชั่นกราฟิก ภาพยนตร์ บทความฯลฯ จะเป็นผลงานเรียน ผลงานจริง หรือเป็นผลงานทดลองก็ได้
โดยจะรวบรวมมาผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อนำเสนอในรูปแบบการประชุม IMTGD®Forum ในวันที่ 25 และ 26 กันยายน 2553 ณ ห้องประชุมออดิทอเรี่ยม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ตลอด 2 วันเต็ม รวมไปถึงการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมผลงานและผลงานวิจัยในโครงการส่งผลงานได้ 4 ช่องทางดังนี้
1. ผ่านเว็บไซต์ www.iamathaigraphicdesigner.com หรือ www.imtgd.org (สามารถใช้ช่องทางนี้ประมาณเดือนเมษายน)
2. ทางอีเมล์ somewherethai@gmail.com หรือ join@imtgd.org
3. ทางไปรษณีย์หรือมาส่งด้วยตนเองที่
สำนักงานออกแบบแพรคทิเคิล (Practical Design Studio)
111/3 อาคารรัชดาพาวิลเลี่ยน ซ.ลาดพร้าว 23 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #003300;"><img class="size-full wp-image-6173 alignnone" title="Untitled-1" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/Untitled-1.jpg" alt="Untitled-1" width="200" height="200" /></span></strong></p>
<p><strong>สมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย ร่วมกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และแพรคทิคิล ดีไซน์ สตูดิโอ</strong> ขอเชิญทุกท่านร่วมส่งผลงานที่นำเสนอหรือสะท้อนความหมาย ภายใต้ประเด็น<span style="color: #ff0000;"> <strong>“Somewhere Thai”</strong></span> โดยสามารถส่งผลงานเข้าร่วมได้หลากหลายรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจะเป็นสัญลักษณ์ โปสเตอร์ การออกแบบตัวอักษร บรรจุภัณฑ์ ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพกราฟิก โมชั่นกราฟิก ภาพยนตร์ บทความฯลฯ จะเป็นผลงานเรียน ผลงานจริง หรือเป็นผลงานทดลองก็ได้</p>
<div>โดยจะรวบรวมมาผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อนำเสนอในรูปแบบการประชุม IMTGD®Forum ในวันที่ 25 และ 26 กันยายน 2553 ณ ห้องประชุมออดิทอเรี่ยม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ตลอด 2 วันเต็ม รวมไปถึงการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมผลงานและผลงานวิจัยในโครงการ<span style="color: #000000;"><strong><span id="more-6172"></span>ส่งผลงานได้ 4 ช่องทางดังนี้</strong></span></div>
<div>1. ผ่านเว็บไซต์ www.iamathaigraphicdesigner.com หรือ www.imtgd.org (สามารถใช้ช่องทางนี้ประมาณเดือนเมษายน)</div>
<div>2. ทางอีเมล์ somewherethai@gmail.com หรือ join@imtgd.org</div>
<div>3. ทางไปรษณีย์หรือมาส่งด้วยตนเองที่</div>
<div style="margin-left: 40px;">สำนักงานออกแบบแพรคทิเคิล (Practical Design Studio)</div>
<div style="margin-left: 40px;">111/3 อาคารรัชดาพาวิลเลี่ยน ซ.ลาดพร้าว 23 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900</div>
<div style="margin-left: 40px;">โทร. 02 9382300-4 ต่อ 1003 โทรสาร 02 9389522</div>
<div>4. สำหรับเครือข่ายภาคหนือสามารถส่งผลงานทางไปรษณีย์หรือมาส่งด้วยตนเองที่</div>
<div style="margin-left: 40px;">ร้านนกฮูกดีไซน์</div>
<div style="margin-left: 40px;">50 ราชมรรคา ซ. 6 ต. พระสิงห์ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50200</div>
<div style="margin-left: 40px;">โทร. 086-6700861</p>
<p> <span style="color: #000000;"> </span></div>
<div>
<div><span style="color: #000000;"><strong>ระยะเวลาการส่งผลงาน</strong></span></div>
<div><span style="color: #000000;">1 มีนาคม 2553 &#8211; 15 กรกฎาคม 2553</span></div>
<div><span style="color: #000000;">ผลงานที่ส่งเข้ามาจะทยอยเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.imtgd.org และในนิตยสารต่างๆ</span></div>
<div><span style="color: #800000;"><strong><br />
 <span style="color: #000000;">งาน Forum</span></strong></span></div>
<div>วันเสาร์ที่ 25 และ 26 กันยายน 2553</div>
<div>เวลา 10.00 – 18.00 น.</div>
<div>ณ ห้องออดิทอเรี่ยม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร<br />
 <span style="color: #000000;"><strong><br />
สอบถามเพิ่มเติม:</strong></span></p>
<div><span style="color: #000000;">สำนักงานออกแบบแพรคทิเคิล (Practical Design Studio)</span></div>
<div><span style="color: #000000;">111/3 อาคารรัชดาพาวิลเลี่ยน ซ.ลาดพร้าว 23 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900</span></div>
<div><span style="color: #000000;">โทร. 02 9382300-4 ต่อ 1003 โทรสาร 02 9389522</span></div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6172</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก๊อปเกรดเอ: อะไรในความเหมือน</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6168</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6168#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 04:59:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[Copyright]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6168</guid>
		<description><![CDATA[วัน: 10 สิงหาคม &#8211; 03 ตุลาคม 2553
 เวลา: 10.30 &#8211; 21.00
 สถานที่: ห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

นิทรรศการขนาดย่อม “ก๊อปเกรดเอ: อะไรในความเหมือน” นำเสนอโลกของการปลอมแปลงและลอกเลียนสินค้า รวมทั้งผลกระทบจากการใช้งาน ผ่านการจัดแสดงสินค้าปลอมและเลียนแบบต่างๆ
ในปี 2552 ประเทศไทยมีสถิติการจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 2,010 ฉบับ* ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำมาก ทั้งยังถูกขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐอเมริกาว่าเป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาสูงจนต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ทำให้ภาคธุรกิจการส่งออก การค้า การลงทุนระหว่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ทรัพย์สินทาง ปัญญาจึงไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป แต่ได้เข้ามามีบทบาทและทวีความสำคัญในสังคมไทยมากขึ้น ในสภาวะการณ์เช่นนี้ ผู้คิด ผู้สร้าง และเจ้าของผลงานมีวิธีปกป้องตนเองอย่างไร?
ร่วม “รู้เลียน – เรียนรู้” กับคำกล่าวที่ว่า “การเลียนแบบเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์” มาศึกษาสินค้าตัวอย่างที่มีต้นตอที่น่าสงสัย แต่สามารถสร้างรายได้และความสำเร็จอย่างงดงาม และร่วมศึกษาวิธีการปกป้อง แบ่งปัน สร้างสรรค์ต่อ โดยการบริการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างชาญฉลาด ด้วยตัวอย่างผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกทุกวันนี้




นิทรรศการ “ก๊อปเกรดเอ: อะไรในความเหมือน”  แบ่งการจัดแสดงเป็น 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;">วัน: </span>10 สิงหาคม &#8211; 03 ตุลาคม 2553<br />
 เวลา: 10.30 &#8211; 21.00<br />
 สถานที่: ห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6169" title="3672" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/3672.jpg" alt="3672" width="256" height="58" /></p>
<p><span style="font-size: small;">นิทรรศการขนาดย่อม <span style="color: #3366ff;">“ก๊อปเกรดเอ: อะไรในความเหมือน”</span> นำเสนอโลกของการปลอมแปลงและลอกเลียนสินค้า รวมทั้งผลกระทบจากการใช้งาน ผ่านการจัดแสดงสินค้าปลอมและเลียนแบบต่างๆ</span></p>
<p>ในปี 2552 ประเทศไทยมีสถิติการจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 2,010 ฉบับ* ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำมาก ทั้งยังถูกขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐอเมริกาว่าเป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาสูงจนต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ทำให้ภาคธุรกิจการส่งออก การค้า การลงทุนระหว่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง</p>
<p>ทรัพย์สินทาง ปัญญาจึงไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป แต่ได้เข้ามามีบทบาทและทวีความสำคัญในสังคมไทยมากขึ้น ในสภาวะการณ์เช่นนี้ ผู้คิด ผู้สร้าง และเจ้าของผลงานมีวิธีปกป้องตนเองอย่างไร?</p>
<p>ร่วม “รู้เลียน – เรียนรู้” กับคำกล่าวที่ว่า “การเลียนแบบเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์” มาศึกษาสินค้าตัวอย่างที่มีต้นตอที่น่าสงสัย แต่สามารถสร้างรายได้และความสำเร็จอย่างงดงาม และร่วมศึกษาวิธีการปกป้อง แบ่งปัน สร้างสรรค์ต่อ โดยการบริการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างชาญฉลาด ด้วยตัวอย่างผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกทุกวันนี้</p>
<table id="d1" style="display: none; width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="10" bgcolor="#ededed">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><strong>นิทรรศการ “ก๊อปเกรดเอ: อะไรในความเหมือน”  แบ่งการจัดแสดงเป็น 4 ส่วนหลัก <br />
 <span style="text-decoration: underline;">ส่วนที่ 1</span></strong><br />
 สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน องค์ความรู้ ทักษะ และกรรมวิธี ทั้งหมดนี้ล้วนเรียกว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property) ร่วมเรียนรู้แนวทางต่างๆ ที่ใช้ปกป้องความคิดของตนเองเพื่อไม่ให้ผู้อื่นลอกเลียนไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นสำหรับการคิดต่อยอดและนำไปพัฒนาเป็นสิ่งใหม่ๆ ร่วมทำความรู้จักกับเครื่องมือในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญารูปแบบต่างๆ อันได้แก่ ลิขสิทธิ์ (Copyright) สิทธิบัตร (Patent) เครื่องหมายการค้า (Trademark) ความลับทางการค้า (Trade Secrets) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout-Designs of Integrated Circuit) และการให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (Protection of New Varieties of Plant)</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ส่วนที่ 2: ลับ-ลวง-พราง</strong></span><br />
 นิทรรศการส่วนนี้จะงัดกลวิธีการหลบเลี่ยงความผิดของเหล่าหัวขโมยที่ทำให้เรา สับสนจนไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสินค้าจริง สินค้าปลอม และสินค้าลอกเลียบแบบ ตัวอย่างเช่น การเลี่ยงไม่ติดตราสินค้าหรือสร้างตราสินค้าที่บิดเพี้ยนไปจากเดิม อาทิ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Nokai เครื่องใช้ไฟฟ้า SQNY หรือโลโก้รูปจระเข้หันหัวสลับด้าน ทั้งยังสามารถลอกเลียนสินค้าได้ทุกประเภท ตั้งแต่อาหาร เรื่อยไปจนถึงสินค้าขนาดใหญ่อย่างรถจักรยานยนต์</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ส่วนที่ 3:  รู้เลียน-เรียนรู้</strong></span><br />
 นักออกแบบจำนวนมากได้แรงบันดาลใจจากผลงานของนักออกแบบแถวหน้า จน “เรียนรู้” และสร้างสรรค์งานอันมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ในขณะที่นักออกแบบ “รู้เลียน” ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นไม่แพ้ใครได้จากแรงบันดาลใจเดียวกันร่วม สำรวจความคิดของเหล่านักออกแบบ “รู้เลียน” ที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล อาทิ คอมพิวเตอร์พกพา iPed เว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้น Goojje รวมถึงชื่อร้านค้าหลายๆ ร้านที่ไปละม้ายคล้ายกลับชื่อร้านดังอย่าง Bucksstar Coffee, Watons, T-Eleven, Pizza Huh, KFG และ McDnoald’s</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ส่วนที่ 4:  ปกป้อง แบ่งปัน สร้างสรรค์ต่อ</strong></span><br />
 สังคมที่เพิกเฉยต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่งผลให้ผู้คนอ่อนแอทางความคิด ขาดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ขาดความเชื่อมั่นในตนเองและความเคารพในคุณค่าของผู้อื่น ไม่มีใครคิดต่าง ไม่มีเอกลักษณ์ นิทรรศการส่วนสุดท้ายนำเสนอทางออกอันชาญฉลาดที่ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอยู่ใน แวดวงอุตสาหกรรมใด ต่างก็ต้องรู้จัก ทำความเข้าใจในสิทธิ์ที่พึงมี และรู้วิธีจัดการกับทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์และชอบธรรมมากที่สุด เพราะสังคมอุดมปัญญาที่ยอมรับในคุณค่าของคนและผลงานจะนำพาประเทศให้ก้าวหน้า โดยไม่ต้องก้าวตามใคร และไม่มีใครก้าวตามทัน</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #3366ff;"><strong>เข้าชมฟรี!!</strong></span><br />
 ณ ห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม <br />
 10.30 – 21.00 น. (ปิดวันจันทร์) <br />
 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02 664 8448</span></p>
<p>* ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการที่ไม่ได้เป็นสมาชิกห้องสมุด โปรดติดต่อเคาน์เตอร์ Info Guru ด้านหน้าห้องสมุด เพื่อรับบัตรเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6168</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิทรรศการวัสดุสุดล้ำ&#8230;ไทยทำ เทศทึ่ง : “Thai Materials” Exhibition</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6165</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6165#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 04:38:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[material]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6165</guid>
		<description><![CDATA[
ด้วยศักยภาพของวัสดุไทยที่มีความโดดเด่นในเรื่องของวัสดุธรรมชาติจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ผนวกกับฝีมืออันปราณีตของแรงงานในท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ทำให้ในวันนี้ “วัสดุคุณภาพระดับสากล” ไม่ได้หมายถึงวัสดุจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การพัฒนาวัสดุธรรมชาติของไทยอย่างสร้างสรรค์จนสามารถเพิ่มคุณประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ในขณะที่ยังคงความงามของตัววัสดุไว้ เป็นจุดแข็งสำคัญของวัสดุไทยที่ทำให้หลายประเทศหันมาเลือกใช้กันมากยิ่งขึ้น
การคัดสรรเพื่อส่งเสริมและยกระดับวัสดุไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ (Material ConneXion® Bangkok ) และ TCDC ที่จะช่วยผลักดันให้วัสดุไทยได้ก้าวไปสู่เวทีโลก โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกับการคัดเลือกวัสดุจากทั่วโลกของ Material ConneXion® นิวยอร์ก โคโลญ มิลาน และแดกู จึงถือได้ว่าวัสดุไทยที่ผ่านการคัดเลือกแล้วนั้นมีคุณภาพทัดเทียมกับวัสดุจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความสามารถและความอุตสาหะของคนไทยที่แปรทรัพยากรให้เกิดคุณค่าได้อย่างคุ้มค่า
นิทรรศการ “วัสดุสุดล้ำ&#8230;ไทยทำ เทศทึ่ง“ จะพาคุณไปร่วมสัมผัสและภาคภูมิใจกับส่วนหนึ่งของ “วัสดุไทย” ที่จัดแสดงอยู่ใน Material ConneXion® 5 สาขาทั่วโลก เพื่อเน้นย้ำความสำเร็จของวัสดุไทยที่สามารถก้าวเข้าไปแสดงศักยภาพและแข่งขันในตลาดโลกได้ เช่น หมึกพิมพ์จากน้ำมันถั่วเหลือง แผ่นหนังปลานิล เป็นต้น อันจะเสริมสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการคิดค้นวัสดุจากต้นทุนทั้งหมดที่คนไทยมีอยู่
นิทรรศการโดย Material ConneXion® Bangkok
เข้าชมฟรี!!!
TCDC, ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 6
10.30 – 21.00 (ปิดวันจันทร์)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02-664-8448
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-6166" title="3674" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/3674.jpg" alt="3674" width="200" height="182" /></p>
<p>ด้วยศักยภาพของวัสดุไทยที่มีความโดดเด่นในเรื่องของวัสดุธรรมชาติจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ผนวกกับฝีมืออันปราณีตของแรงงานในท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ทำให้ในวันนี้ “วัสดุคุณภาพระดับสากล” ไม่ได้หมายถึงวัสดุจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การพัฒนาวัสดุธรรมชาติของไทยอย่างสร้างสรรค์จนสามารถเพิ่มคุณประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ในขณะที่ยังคงความงามของตัววัสดุไว้ เป็นจุดแข็งสำคัญของวัสดุไทยที่ทำให้หลายประเทศหันมาเลือกใช้กันมากยิ่งขึ้น</p>
<div id="id_4c75ee741099a64a99c38">การคัดสรรเพื่อส่งเสริมและยกระดับวัสดุไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ (Material ConneXion® Bangkok ) และ TCDC ที่จะช่วยผลักดันให้วัสดุไทยได้ก้าวไปสู่เวทีโลก โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกับการคัดเลือกวัสดุจากทั่วโลกของ Material ConneXion® นิวยอร์ก โคโลญ มิลาน และแดกู จึงถือได้ว่าวัสดุไทยที่ผ่านการคัดเลือกแล้วนั้นมีคุณภาพทัดเทียมกับวัสดุจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความสามารถและความอุตสาหะของคนไทยที่แปรทรัพยากรให้เกิดคุณค่าได้อย่างคุ้มค่า</p>
<p>นิทรรศการ <strong><span style="color: #ff0000;">“วัสดุสุดล้ำ&#8230;ไทยทำ เทศทึ่ง“</span></strong> จะพาคุณไปร่วมสัมผัสและภาคภูมิใจกับส่วนหนึ่งของ “วัสดุไทย” ที่จัดแสดงอยู่ใน Material ConneXion® 5 สาขาทั่วโลก เพื่อเน้นย้ำความสำเร็จของวัสดุไทยที่สามารถก้าวเข้าไปแสดงศักยภาพและแข่งขันในตลาดโลกได้ เช่น หมึกพิมพ์จากน้ำมันถั่วเหลือง แผ่นหนังปลานิล เป็นต้น อันจะเสริมสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการคิดค้นวัสดุจากต้นทุนทั้งหมดที่คนไทยมีอยู่</p>
<p>นิทรรศการโดย Material ConneXion® Bangkok<br />
เข้าชมฟรี!!!<br />
TCDC, ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 6<br />
10.30 – 21.00 (ปิดวันจันทร์)<br />
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02-664-8448</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6165</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ถอดรหัสแนวโน้มแฟชั่น Color-Febric-Ready to Wear Women &amp; Men Winter 2011-1012&#8243;</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6155</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6155#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 03:15:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sudaduang</dc:creator>
				<category><![CDATA[Event Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[seminar]]></category>
		<category><![CDATA[textile]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6155</guid>
		<description><![CDATA[
ขอเชิญเหล่าบรรดาผู้ประกอบการและนักออกแบบ นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ผู้ผลิต รวมไปถึงนักการตลาด เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง &#8220;ถอดรหัสแนวโน้มแฟชั่น Color-Febric-Ready to Wear Women &#38; Men Winter 2011-1012&#8243; โดยศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ใน วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2553 เวลา 9.30-15.00 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 อาคารศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โดยมีหลักเหตุผคือ การให้โอกาสกับทางธุรกิจของทา่าน ติดตามแนวโน้มสีผ้า แบบเสื้อผ้า จาก Nelly Rodi พร้อมฟังบรรยายเป็นภาษาไทย จากผู้เชี่ยวชาญ Mr.Johanny Testard จากบริษัท Servex เพื่อต่อยอดความรู้ และเพิ่มทักษะอย่ามืออาชีพ
รับเพียง 30 ท่านเท่านั้น!!!
 สมัครด่วน! วันนี้ ถึง 30 สิงหาคม 2553
 ดาวโหลดใบสมัครได้ที่นี้
สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-6159" title="31-08-53-seminar" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/31-08-53-seminar.jpg" alt="31-08-53-seminar" width="578" height="235" /></p>
<p>ขอเชิญเหล่าบรรดาผู้ประกอบการและนักออกแบบ นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ผู้ผลิต รวมไปถึงนักการตลาด เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง <strong><span style="color: #3366ff;">&#8220;ถอดรหัสแนวโน้มแฟชั่น Color-Febric-Ready to Wear Women &amp; Men Winter 2011-1012&#8243;</span></strong> โดยศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ใน <span style="color: #3366ff;">วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2553 เวลา 9.30-15.00 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 อาคารศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ</span></p>
<p>โดยมีหลักเหตุผคือ การให้โอกาสกับทางธุรกิจของทา่าน ติดตามแนวโน้มสีผ้า แบบเสื้อผ้า จาก Nelly Rodi พร้อมฟังบรรยายเป็นภาษาไทย จากผู้เชี่ยวชาญ Mr.Johanny Testard จากบริษัท Servex เพื่อต่อยอดความรู้ และเพิ่มทักษะอย่ามืออาชีพ</p>
<p>รับเพียง 30 ท่านเท่านั้น!!!<br />
 สมัครด่วน! วันนี้ ถึง 30 สิงหาคม 2553<br />
 <a href="http://www.thaitextile.org/th/content/training/attach/seminar_fabrics%20and%20color_fw_11-12_rev02.pdf">ดาวโหลดใบสมัครได้ที่นี้</a></p>
<p>สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ 02-713-5492 ต่อ 400,700,711,224<br />
 ส่งใบสมัครได้ที่ Fax. 02-712-1593</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6155</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ชนิดา ปรีชาวิทยากุล แห่ง SENADA ว่าด้วยการสร้างแบรนด์และการผลักดันธุรกิจแฟชั่นไทยให้พัฒนา</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6148</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6148#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2010 10:28:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Asira</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[business matching]]></category>
		<category><![CDATA[creative-economy]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[senada]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6148</guid>
		<description><![CDATA[ เรื่อง : อาศิรา พนาราม

“ทำของดีมีคุณภาพจะอยู่ได้นาน และไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้”
คุณชนิดา ปรีชาวิทยากุล หนึ่งในวิทยากรของโครงการ “จับคู่ทางธุรกิจ” (Business Matching) กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องหนังและสิ่งทอ (โดย TCDCCONNECT) คือดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ Senada และ Senada theory เธอผู้นี้เป็นหญิงเก่งแห่งวงการแฟชั่น ผู้สามารถพัฒนาแบรนด์ของตนจนเป็นที่ยอมรับผ่านร้านมัลติแบรนด์ชื่อดังทั้งในโตเกียว นิวยอร์ค ฯลฯ วันนี้คุณชนิดาให้เกียรติมาแบ่งปันประสบการณ์ “การจับคู่ธุรกิจ” ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อให้แบรนด์ของเธอก้าวสู่ตลาดสากล 
จุดเปลี่ยนจาก “ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฝันอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง” มาสู่ “ผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้สำเร็จ” คืออะไร
เราเริ่มต้นทำเสื้อผ้าด้วยความชอบและคิดว่าเราน่าจะทำได้ โดยไม่ได้คิดว่า เสื้อผ้าคือธุรกิจตั้งแต่แรก Senada จะเป็นแบรนด์ที่มีความ “Feminine” และ “Vintage” ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนสะสมเสื้อผ้าวินเทจ เสื้อเหล่านี้จึงเป็นเหมือนครูสอนเรา เวลาที่เราไม่เข้าใจอะไรก็จะกลับไปดูการปักหรือคัทติ้งแบบต่างๆ ทำให้เราเกิดพัฒนาการในการใช้เทคนิคแบบงานวินเทจ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ไปในที่สุด
ที่สำคัญอีกอย่างคือเรามีจังหวะที่ดีด้วย ในช่วงปีค.ศ. 2000 ที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก คนมักจะพูดถึงคอมพิวเตอร์ โลกาภิวัฒน์ แต่ในทางกลับกัน ด้านแฟชั่นเสื้อผ้ากลับมีคนคิดถึงงานวินเทจเยอะ ทำให้เป็นจังหวะดีของเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายวินเทจ เราก็เลยได้เกิด และไปสู่ระดับสากลในจังหวะนั้นเอง เมื่อมองย้อนหลังไปเราพบว่า ความเป็นแบรนด์ Senada [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: small;"> </span></strong><span style="color: #999999;"><span style="font-size: small;">เรื่อง : อาศิรา พนาราม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><img class="alignnone size-full wp-image-6150" title="khun-lee" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/khun-lee.jpg" alt="khun-lee" width="578" height="250" /></strong></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><em>“</em>ทำของดีมีคุณภาพจะอยู่ได้นาน และไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้</span><span style="font-size: small;"><em>”</em></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;"><strong>คุณชนิดา ปรีชาวิทยากุล</strong> </span>หนึ่งในวิทยากรของโครงการ <span style="color: #993300;">“จับคู่ทางธุรกิจ” (Business Matching) กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องหนังและสิ่งทอ </span>(โดย TCDCCONNECT) คือดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ <strong><span style="color: #993300;">Senada และ Senada theory</span> </strong>เธอผู้นี้เป็นหญิงเก่งแห่งวงการแฟชั่น ผู้สามารถพัฒนาแบรนด์ของตนจนเป็นที่ยอมรับผ่านร้านมัลติแบรนด์ชื่อดังทั้งในโตเกียว นิวยอร์ค ฯลฯ วันนี้คุณชนิดาให้เกียรติมาแบ่งปันประสบการณ์ “การจับคู่ธุรกิจ” ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อให้แบรนด์ของเธอก้าวสู่ตลาดสากล<strong> <span id="more-6148"></span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #000000;"><strong>จุดเปลี่ยนจาก “ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฝันอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง” มาสู่ “ผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้สำเร็จ” คืออะไร</strong></span><br />
เราเริ่มต้นทำเสื้อผ้าด้วยความชอบและคิดว่าเราน่าจะทำได้ โดยไม่ได้คิดว่า เสื้อผ้าคือธุรกิจตั้งแต่แรก Senada จะเป็นแบรนด์ที่มีความ “Feminine” และ “Vintage” ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนสะสมเสื้อผ้าวินเทจ เสื้อเหล่านี้จึงเป็นเหมือนครูสอนเรา เวลาที่เราไม่เข้าใจอะไรก็จะกลับไปดูการปักหรือคัทติ้งแบบต่างๆ ทำให้เราเกิดพัฒนาการในการใช้เทคนิคแบบงานวินเทจ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ไปในที่สุด</span></p>
<p>ที่สำคัญอีกอย่างคือเรามีจังหวะที่ดีด้วย ในช่วงปีค.ศ. 2000 ที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก คนมักจะพูดถึงคอมพิวเตอร์ โลกาภิวัฒน์ แต่ในทางกลับกัน ด้านแฟชั่นเสื้อผ้ากลับมีคนคิดถึงงานวินเทจเยอะ ทำให้เป็นจังหวะดีของเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายวินเทจ เราก็เลยได้เกิด และไปสู่ระดับสากลในจังหวะนั้นเอง เมื่อมองย้อนหลังไปเราพบว่า ความเป็นแบรนด์ Senada นั้น เกิดขึ้นได้ด้วยแรงบันดาลใจจากวินเทจที่ดี ทำให้เราลึกซึ้งกับงานรายละเอียดที่หนังสือไม่ได้สอน เว้นแต่ว่าไปดูงานตามพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ<br />
เสน่ห์ของแบรนด์ Senada ก็จะอยู่กับงานพิมพ์ที่มีคาแรคเตอร์ของตัวเอง มีความหวานผสมกับความ Missed Match (ไม่ใช่ Mix &amp; Match) นะคะ กลายเป็นการ “ตัดกัน” ที่เกิดเป็นสไตล์เรา เช่น คู่สีนี้ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้  หรือคอลเลกชั่นที่เป็นสไตล์อาร์ตนูโว มีนางฟ้า แต่ไม่ใช่นางฟ้าในยุคอาร์ตนูโวนะ เป็นนางฟ้าสมัยใหม่ล่องลอยในอวกาศ ฯลฯ เราพยายามเอาสิ่งที่เป็น Vintage และ Futuristic มาอยู่ด้วยกัน กลายเป็นสไตล์ Modern Vintage ขึ้นมา สังเกตว่า เราจะไม่ใช้ความเป็นวินเทจล้วนๆ แต่จะนำมาใช้ให้ทันสมัย และให้จับอยู่กับกระแสไปได้ตลอดเวลา<strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ถ้าคุณมีโอกาสได้วางหลักสูตรการเรียนแฟชั่นดีไซน์ คุณจะมีวิชาประเภทใดและสัดส่วนอย่างไรให้นักเรียนของคุณพร้อมสำหรับการออกไปทำงานจริง<br />
</strong>พี่คิดว่า คนจะเรียนแฟชั่นก็ควรเหมือนคนเรียนหมอ คือ ก่อนที่จะใช้คำว่า “ดีไซเนอร์” เราต้องเป็น “เมคเกอร์” ก่อน โดยเริ่มจากการตัดเย็บซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ พื้นฐานแรกเริ่มนี้จะทำให้เขาเห็นว่า เขาชอบการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์จริงหรือไม่ มีทักษะหรือไม่มี เมื่อได้รู้แล้วเขาก็จะชัดเจน หรืออาจพบความชอบอื่นก็ได้ ส่วนหลักสูตรทั่วไปที่เขาต้องเรียน เช่น History of Fashion ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแฟชั่นมักจะกลับไปกลับมา ถ้าเราไม่แม่นเรื่องประวัติศาสตร์แฟชั่นมันจะไปต่อไม่ได้ เหมือนการออกแบบที่ไม่มีหัวไม่มีหาง วิชาทั้งสองด้าน คือ “ศิลปกรรม” และ “เทคนิค” ควรจะไปด้วยกัน จำนวนชั่วโมงในการเวิร์คชอปก็ขึ้นอยู่กับครูผู้สอน ซึ่งครูก็ควรจะเข้าใจหลักการของการเวิร์คชอปที่ดี จริงๆ แล้วน่าจะดึงคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมจริงๆ เข้ามาร่วมสอนด้วย เพราะบางทีครูที่เป็นครูจริงๆ อาจไม่ได้ตามอัพเดทเรื่องแฟชั่นอย่างใกล้ชิดพอ ทุกวันนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องวัสดุและเทคนิคต่างๆ อยู่ตลอด</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ทุกวันนี้การอัพเดทเรื่อง “วัสดุ” ในวงการแฟชั่นเป็นอย่างไรบ้าง</strong><br />
จริงๆ มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดนะ เพราะแฟชั่นมีซีซั่น รายละเอียดของแต่ละคอลเล็กชั่นก็ไม่เหมือนกัน ผ้าหรือวัสดุในงานแฟชั่นก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับงานสถาปัตย์แหละ ยิ่งในวงการแฟชั่นยิ่งเปลี่ยนเร็ว เพราะต้องการความเฉพาะตัวแปลกใหม่ วัสดุมีอำนาจนะคะ เหมือนเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของโรงงานผู้ผลิต เช่น ผู้ผลิตผ้าของอิตาลีหรือฝรั่งเศสที่มักจะผลักดันผ้าที่เขาคิดค้นออกมาเป็นพิเศษ (ซึ่งคนอื่นทำไม่ได้) ให้มาอยู่ในกระแส บางทีมันก็มีเรื่องการเมืองอยู่ในวงการนี้ ฉะนั้นจะมีการชูเรื่องของวัสดุเป็นกระแสหลักด้วย คนทำเสื้อผ้าก็ต้องรู้จักการใช้วัสดุ และดัดแปลงวัสดุนั้นเป็นเสื้อผ้าในสไตล์ของตัวเองให้ได้ เรื่องนี้เป็นทักษะสำคัญที่เราต้องอัพเดทตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>แล้วเมืองไทยมีความโดดเด่นเรื่องวัสดุ (หรือเรื่องอื่นๆ) ในทางแฟชั่นบ้างไหม</strong><br />
ต้องบอกตรงๆ ว่า เรามักจะเป็นผู้ตามเสมอ และเป็นธรรมดาว่า โลกฝั่งเอเชียมักจะเป็นผู้ตามฝั่งตะวันตก แต่เมื่อมองมุมกลับ ยุคนี้โลกได้เชื่อมต่อกันหมดแล้ว เป็นโลกที่ตะวันตกผสมกับตะวันออก ฉะนั้น มันอยู่ที่ความฉลาดของดีไซเนอร์ในการนำมาสิ่งต่างๆ มาผสมกลมกลืนกัน บางทีตะวันตกก็นำวัสดุของทางตะวันออกไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นไหมไทย งานปักของอินเดีย หรือกระทั่งงานของชนเผ่าที่ยังซ่อนเร้นอยู่ อันที่จริงแล้ว สิ่งที่ไทยเรามีอยู่และโดดเด่นมากคือ “งานหัตถกรรม” แต่มันยังไม่สามารถเกิดและมาอยู่ในอุตสาหกรรมใหญ่ได้ เพราะไม่มีการวางระบบให้เข้าสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ทุกอย่างยังปิดอยู่ในระดับหมู่บ้าน แต่นั่นก็คือ ความงามของเขา เป็นวัฒนธรรมของไทยเรา พี่มองว่า หากมีองค์กรเข้ามาสนับสนุน ทำการยกระดับหรือสร้างมาตรฐานที่ดีให้แก่งานหัตถกรรมไทย หรือทำให้มันเข้าสู่อุตสาหกรรมได้เมื่อไหร่ นั่นจะสำคัญมากในเชิงการค้า</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><img class="alignnone size-full wp-image-6151" title="khun-lee2" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/khun-lee2.jpg" alt="khun-lee2" width="578" height="250" /></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ถ้าให้เปรียบเทียบงานออกแบบแฟชั่นเหมือนงานอย่างอื่น คุณจะเปรียบกับสิ่งใด</strong><br />
พี่คิดว่า อาชีพเราเหมือนนักกีฬาเลย เพราะเรามีซีซั่นเป็นตัวกำหนด ก่อนจะถึงรันเวย์ก็เหมือนนักกีฬาก่อนลงแข่งขัน ต้องฟิตร่างกาย เก็บตัวฝึกซ้อมเต็มที่ พี่รู้สึกว่า ช่วงเก็บตัวของพี่ต้องไม่ว่อกแว่ก ต้องคอนโทรลเรื่องเวลาอย่างดี ถึงเวลาทดลองทำงานก็ต้องเต็มที่ เพียงช่วงนี้ช่วงเดียวเพื่อจะถึงวันที่เราจะได้ออกคอลเลกชั่นที่สวยงามบนรันเวย์ ถึงวันนั้น เราจะขายได้หรือไม่ก็ยังตอบไม่ได้ เหมือนนักกีฬาที่ชนะหรือไม่ก็ยังตอบไม่ได้เช่นกัน ช่วงก่อนแข่งนี่เป็นช่วงที่เราเครียดและกดดันมากๆ พอออกรันเวย์เราก็โล่งอกไปทีหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดมันก็ได้อะดรินาลีนกลับมา แต่ถ้าคอลเลกชั่นไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นอะไรที่เศร้ามาก แต่ชีวิตก็ยังไม่จบนะ เราก็ต้องแข่งต่อไป ฤดูกาลหน้าก็ต้องกลับมาอีก เราจึงเหมือนกับนักกีฬาจริงๆ มีแข่ง มีแพ้ มีชนะ มีได้ มีเสีย แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องอดทนมากๆ มีวินัยมากๆ และหยุดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>คิดว่าการพัฒนาธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่นในเมืองไทยควรจะเป็นไปในทิศทางใด</strong><br />
เราต้องสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กับทั้งคนไทยและต่างประเทศก่อน โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงภายในซึ่งส่งผลถึงภาพลักษณ์ของประเทศ จะทำอย่างไรให้ต่างชาติเขามั่นใจที่จะลงทุนหรือทำธุรกิจกับเรา เพราะการทำธุรกิจเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ส่วนอีกด้านที่เราต้องทำให้โลกยอมรับเราให้ได้ก็คือ การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่คิดว่าจะทำแต่ของถูก ขายง่าย ขายเร็ว ขอบอกว่า มันไม่ยั่งยืน เพราะโลกใบนี้มันเปิดหมดแล้ว เราไม่มีวันถูกกว่าจีน ไม่มีวันถูกกว่าอินเดีย ถ้าวันนี้เราอยากให้สังคมหรือธุรกิจโดยรวมพัฒนาต่อ เราต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “การเพิ่มมูลค่า” ให้เกิดขึ้น ช่วยกันผลักดันเรื่องมาตรฐาน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก<strong> </strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>Senada เป็น Eco</strong><strong>-</strong><strong>Fashion ด้วยรึเปล่า</strong><br />
แม้เราเป็นบริษัทเล็กๆ แต่เราต้องสร้างจุดแข็งของโปรดักท์เราให้ได้ เราจึงทำเรื่องนี้มาตลอด เพราะสินค้าเราจะต้องส่งออกไปญี่ปุ่น ยุโรป ซึ่งเขากรีนมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม แต่ประเทศเรายังถือว่าใหม่อยู่ บ้านเราควรผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงๆ ในระบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ในแคมเปญโฆษณา ผู้ประกอบการต้องลงมือทำให้ตลาดเห็นว่า “เราตระหนักและทำได้จริง” การที่เราส่งออกไปญี่ปุ่นได้ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่า สินค้าของเราจะเป็นที่ยอมรับในอีกหลายประเทศ เพราะมาตรฐานญี่ปุ่นนั้นสูงมาก บ้านเรายังไม่มีความตื่นตัวเรื่องนี้ โรงงานต่างๆ ก็ไม่ได้ลงทุนอะไร เพราะเรายังต้องบริโภคของราคาถูกอยู่</span></p>
<p><span style="font-size: small;">แต่ถ้าวันหนึ่งผู้บริโภคลุกขึ้นมาบอกว่า เราไม่เอาของราคาถูกแต่อันตรายอีกแล้ว เหมือนกับญี่ปุ่นที่ลุกขึ้นมาบอกว่า ฉันต้องการของดี เอื้อเฟื้อต่อสิ่งแวดล้อม แพงกว่านี้อีกนิดก็ยินดีจ่าย นั่นล่ะคือสิ่งที่ทำให้โรงงานต้องปรับตัวตามไปโดยปริยาย ในฐานะผู้ผลิตแล้ว เราก็เลือกทำงานกับคนที่มีแนวคิดกรีนเหมือนเรา และเรายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อรักษามาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมันคุ้มค่าค่ะ เพราะมันไปได้นาน และไปไหนก็ได้ทุกที่ในโลก ทำให้เรามีทางเลือกที่มากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ความคิดเห็นของคุณต่อโครงการ</strong><strong> “จับคู่ทางธุรกิจ”</strong><br />
ดีนะคะ แต่ควรทำให้ต่อเนื่อง เลือกคู่ก็ต้องดูกันนานๆ เพราะกว่าจะเจอคู่ที่ถูกใจนั้นยาก แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสที่เปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมได้มาเจอในสิ่งที่ตรงกัน ที่สำคัญต้องทำให้เกิดความยั่งยืนและนำไปสู่ธุรกิจที่เป็นจริงได้ เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับธุรกิจก็คือ การที่คนทำงานเบื้องหลังนั้นอยู่ได้ ถ้าดีไซเนอร์ได้มีโอกาสทำงานและผู้ประกอบการเห็นคุณค่าของดีไซเนอร์มากขึ้น เราจะเห็นเลยว่าธุรกิจ <strong>OEM เดิมเขา</strong>จะเรียก “มูลค่าเพิ่ม” จากสินค้าได้มากขึ้น แต่เดิมเราอาจคูณ 1.3 เท่า ทีนี้เราจะคูณได้ 5 เท่า ยิ่งหากเป็นระดับซูเปอร์แบรนด์แล้วเขาคูณได้ถึง 14 เท่าค่ะ พี่มองว่าตรงนี้จะทำให้เราเกิดกำลังใจมากขึ้นเมื่อแบรนด์ของเราได้เพิ่มมูลค่าของตัวเองไปเรื่อยๆ แม้จะต้องใช้เวลามากก็ตาม แต่มันคุ้มค่าค่ะ</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6148</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มบุญ” วัฒนธรรมศิลป์เพื่อการอนุรักษ์</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6095</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6095#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2010 09:40:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Chatcharapon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[Charity]]></category>
		<category><![CDATA[creative]]></category>
		<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6095</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด “ศิลปะ” ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์เสมอ ในยุคที่มนุษย์กับธรรมชาติทำท่าว่าจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข “ศิลปะ” ก็กำลังทำหน้าที่เสมือนเป็นสื่อให้มนุษย์ผู้เพิกเฉยละเลยได้ฉุกคิดและหันกลับมามองชีวิตอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกบ้างในบางเวลา
Elephant Parade นิทรรศการศิลปะกลางแจ้งที่จัดแสดงประติมากรรมรูป “ช้าง” โดยฝีมือการสร้างสรรค์ของศิลปิน นักออกแบบ และบุคคลมีชื่อเสียงหลายท่าน ก็นับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ “ศิลปะเพื่อชีวิต” ที่มีวัตถุประสงค์หลักคือ การสร้างความตระหนักต่อสาธารณชนถึงสถานการณ์ความรุนแรงของภัยคุกคามต่อชีวิตช้างเอเชีย ซึ่งลดจำนวนลงอย่างมากในช่วงหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา (และเพื่อระดมเงินบริจาคเพื่อการอนุรักษ์ช้างในเอเชียด้วย) ทั้งนี้นิทรรศการ Elephant Parade ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.2007 ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนในปีนี้ นิทรรศการได้ถูกจัดขึ้นพร้อมๆ กันใน 3 เมือง (ของ 3 ประเทศ) อันได้แก่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองเอมเมน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเมืองเบอร์เก้น ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งในปีหน้า Elephant Parade ก็จะไปจัดขึ้นอีกที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และที่เมืองเฮอร์เลน ประเทศเนเธอร์แลนด์ 
นอกจากงานประติมากรรมช้างกลางแจ้งแล้ว ยังมีตุ๊กตาช้างอีกหลายขนาดที่ศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติแสดงฝีมือการเพ้นท์ลวดลายหลากหลายกันแบบสดๆ โดยตุ๊กตาช้างเหล่านี้จะวางถูกจำหน่ายใน Elephant Gallery [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม</span></span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6144" title="elephant-parade1" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/elephant-parade1.jpg" alt="elephant-parade1" width="578" height="220" /></p>
<p><span style="font-size: small;">ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด “ศิลปะ” ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์เสมอ ในยุคที่มนุษย์กับธรรมชาติทำท่าว่าจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข “ศิลปะ” ก็กำลังทำหน้าที่เสมือนเป็นสื่อให้มนุษย์ผู้เพิกเฉยละเลยได้ฉุกคิดและหันกลับมามองชีวิตอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกบ้างในบางเวลา</span></p>
<p><a href="http://elephantparade.com/articles/welcome-to-elephant-parade" target="_blank"><span style="font-size: small;">Elephant Parade</span></a><span style="font-size: small;"> นิทรรศการศิลปะกลางแจ้งที่จัดแสดงประติมากรรมรูป “ช้าง” โดยฝีมือการสร้างสรรค์ของศิลปิน นักออกแบบ และบุคคลมีชื่อเสียงหลายท่าน ก็นับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ <strong>“</strong>ศิลปะเพื่อชีวิต<strong>”</strong> ที่มีวัตถุประสงค์หลักคือ การสร้างความตระหนักต่อสาธารณชนถึงสถานการณ์ความรุนแรงของภัยคุกคามต่อชีวิตช้างเอเชีย ซึ่งลดจำนวนลงอย่างมากในช่วงหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา (และเพื่อระดมเงินบริจาคเพื่อการอนุรักษ์ช้างในเอเชียด้วย) ทั้งนี้นิทรรศการ Elephant Parade ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.2007 ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนในปีนี้ นิทรรศการได้ถูกจัดขึ้นพร้อมๆ กันใน 3 เมือง (ของ 3 ประเทศ) อันได้แก่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองเอมเมน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเมืองเบอร์เก้น ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งในปีหน้า Elephant Parade ก็จะไปจัดขึ้นอีกที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และที่เมืองเฮอร์เลน ประเทศเนเธอร์แลนด์ <span id="more-6095"></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;">นอกจากงานประติมากรรมช้างกลางแจ้งแล้ว ยังมีตุ๊กตาช้างอีกหลายขนาดที่ศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติแสดงฝีมือการเพ้นท์ลวดลายหลากหลายกันแบบสดๆ โดยตุ๊กตาช้างเหล่านี้จะวางถูกจำหน่ายใน Elephant Gallery Store ของแต่ละประเทศ สำหรับรูปที่ TCDCCONNECT นำมาฝากทุกท่านในครั้งนี้ มาจาก Elephant Gallery Store ที่ถนน Carnaby Street ซึ่งเป็นถนนสายแฟชั่นที่คับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงลอนดอน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">กลับมาพูดถึง “กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” กันสักนิด ทุกวันนี้ในเมื่อมนุษย์เองก็กำลัง “รับกรรม” ที่ทำไว้กับธรรมชาติอย่างใหญ่หลวง ดังนั้น เราฟันธงได้เลยว่าต่อจากนี้ไปกระแสการอนุรักษ์ต่างๆ จะเป็นกระแสที่ <strong>“</strong>แรงดีไม่มีตก<strong>”</strong> อย่างแน่นอน (เพราะยิ่งวันมันก็ยิ่งจะส่งผลต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ) ปัจจุบันเราจะเห็นว่าผู้ประกอบการหลายรายได้ตระหนักถึงความจริงในข้อนี้ จึงได้หยิบยกเอา “การอนุรักษ์” มาเป็นแนวคิดหลักในการทำ CSR เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร</span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6145" title="elephant-parade2" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/elephant-parade2.jpg" alt="elephant-parade2" width="578" height="220" /></p>
<p><span style="font-size: small;">แบรนด์เครื่องประดับ </span><a href="http://www.swarovski.com/Web_US/en/index"><span style="font-size: small;">Swarovski</span></a><span style="font-size: small;"> เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้ผสานแนวคิดดังกล่าวเข้ากับผลิตภัณฑ์ของตนเอง จนเกิดเป็นผลงานการออกแบบคริสตัลไตรภาค </span><a href="http://asia.swarovski.com/china/htm/386/en/Crystal-Society-Articles.htm?Category=2569"><span style="font-size: small;">SCS Trilogy Endangered Wildlife 2008–2010</span></a><span style="font-size: small;"> (คริสตัลรูปสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์) โดยในปีค.ศ.2010 นี้ Swarovski ได้สร้างสรรค์ “Tiger” คริสตัลรูปเสือโคร่ง ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในซีรี่ส์ (ต่อจาก “Panda” และ “Gorilla” ที่ออกมาในปี 2008 และ 2009) ซึ่งทางบริษัท จะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสมทบทุนโครงการ Swarovski Water School ที่จัดขึ้นเพื่อสอนให้เด็กรู้จักใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า</span></p>
<p><span style="font-size: small;">คอลเล็คชั่น Endangered Wildlife ของ Swarovski ทั้ง 3 ชุดนี้ นับว่า ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในแง่ของการขายและการสร้างความตระหนัก (awareness) ที่มีต่อแบรนด์และองค์กร เพราะนอกจากจะสอดคล้องกับความตื่นตัวในกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว “Panda” ซึ่งออกมาในปี 2008 ยังเป็นสินค้าที่ตอบรับกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกส์ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพพอดี ในขณะที่ “Tiger” ก็ออกมาคำรามรับปีเสือในปี 2010 นี้ได้อย่างพอดิบพอดี ในกรณีเช่นนี้เรียกได้ว่า <strong>“</strong>อินทุกเทรนด์<strong>”</strong> เลยทีเดียว ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่อยาก “ทำยอด” และ “ทำบุญ” ไปในเวลาเดียวกัน ผมว่ากรณีศึกษาเล็กๆ ของ Swarovski นี้ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่เก็บไว้ทำตามได้สำหรับหลายๆ คน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">เป็นอันว่า “ศิลปะ” ไม่ว่าจะเป็น <strong>fine arts </strong>หรือ <strong>commercial arts นั้น ต่างก็</strong>มีพลังที่จะช่วยเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้ ใครที่คิดจะสืบสานวัฒนธรรมสร้างสรรค์แบบนี้อีกในอนาคต TCDCCONNECT ยินดีช่วยสนับสนุนและเผยแพร่ครับ</span></p>
<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">ที่มา: <br />
 </span></span><a href="http://www.elephantparade.com/"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://www.elephantparade.com</span></span></a><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;"> </span></span><a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kengmanny&amp;month=01-2010&amp;date=26&amp;group=9&amp;gblog=97"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kengmanny&amp;month=01-2010&amp;date=26&amp;group=9&amp;gblog=97</span></span></a></p>
<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">เครดิตภาพ: <br />
 </span></span><a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kengmanny&amp;month=01-2010&amp;date=26&amp;group=9&amp;gblog=97"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kengmanny&amp;month=01-2010&amp;date=26&amp;group=9&amp;gblog=97</span></span></a><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;"> </span></span><a href="http://www.crystalclassics.com/swarovski/scs/images/pandas_scs_sw.jpg"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://www.crystalclassics.com/swarovski/scs/images/pandas_scs_sw.jpg</span></span></a><br />
 <span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://www.negozimoretti.com/swarovski/scs%20gorilla%20piccolo.jpg</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6095</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกแบบกันใหม่ให้ทุกชีวิตดีขึ้น กับ 50 ผลงาน “รีดีไซน์” จากแดนอาทิตย์อุทัย (ตอนที่ 2)</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6093</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6093#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2010 07:57:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Chatcharapon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Universal design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6093</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

ตอนที่แล้วเราได้ยกตัวอย่าง 25 ผลงาน “รีดีไซน์” ในญี่ปุ่น ที่ถูกออกแบบใหม่ด้วยวิธีคิดแบบ universal design ซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของคนทุกกลุ่ม (ทุกความต้องการ) ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาดูกันต่อว่าแนวคิด universal design ที่ว่าสามารถช่วยให้ทุกชีวิต “ดีขึ้น” ได้อย่างไรอีกบ้าง
26. จัดที่สำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นไว้เป็นพิเศษในสนามกีฬา โรงภาพยนตร์ และโรงละคร
 27. ออกแบบเคาน์เตอร์รับเรื่องตามหน่วยงานให้มีระดับความสูงแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีความสูงต่างกัน อย่างเช่น เด็ก คนนั่งรถเข็น เป็นต้น
 28. ออกแบบระบบเตือนไฟไหม้ให้เป็นทั้งแบบเสียงสัญญาณและตัวหนังสือขึ้นตามจอ สำหรับคนหูหนวก

29. ออกแบบเก้าอี้รอรถเมล์ตามที่สาธารณะให้มีหลายระดับ สำหรับผู้ที่มีความสูงต่างกัน
 30. ออกแบบที่ขึ้นแท็กซี่ให้เป็นทางลาด เพื่อให้เดินขึ้นง่าย แต่ก็ไม่ให้น้ำท่วมถึงเวลาฝนตก
 31. มีแว่นขยายไว้สำหรับผู้สูงอายุในห้องสมุด
 32. จัดที่นั่งในห้องเรียนสำหรับนักศึกษาที่ใช้รถเข็นในมหาวิทยาลัย
 33. บอกจำนวนขั้นบันไดไว้ที่ราวจับบันได สำหรับคนตาบอด
 34. ในห้างสรรพสินค้ามีห้องสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมบุตร และมุมสำหรับให้เด็กเล่น
 35. มีที่สำหรับผูกสัตว์เลี้ยง (สุนัข) ไว้หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #888888;">เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม</span></span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6140" title="universal_design-2-1" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-2-1.jpg" alt="universal_design-2-1" width="578" height="220" /></p>
<p><span style="font-size: small;">ตอนที่แล้วเราได้ยกตัวอย่าง 25 ผลงาน “รีดีไซน์” ในญี่ปุ่น ที่ถูกออกแบบใหม่ด้วยวิธีคิดแบบ universal design ซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของคนทุกกลุ่ม (ทุกความต้องการ) ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาดูกันต่อว่าแนวคิด universal design ที่ว่าสามารถช่วยให้ทุกชีวิต “ดีขึ้น” ได้อย่างไรอีกบ้าง<span id="more-6093"></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;">26. จัดที่สำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นไว้เป็นพิเศษในสนามกีฬา โรงภาพยนตร์ และโรงละคร<br />
 27. ออกแบบเคาน์เตอร์รับเรื่องตามหน่วยงานให้มีระดับความสูงแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีความสูงต่างกัน อย่างเช่น เด็ก คนนั่งรถเข็น เป็นต้น<br />
 28. ออกแบบระบบเตือนไฟไหม้ให้เป็นทั้งแบบเสียงสัญญาณและตัวหนังสือขึ้นตามจอ สำหรับคนหูหนวก</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><a href="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-2-2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-6141" title="universal_design-2-2" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-2-2.jpg" alt="universal_design-2-2" width="578" height="220" /></a></span></p>
<p>29. ออกแบบเก้าอี้รอรถเมล์ตามที่สาธารณะให้มีหลายระดับ สำหรับผู้ที่มีความสูงต่างกัน<br />
 30. ออกแบบที่ขึ้นแท็กซี่ให้เป็นทางลาด เพื่อให้เดินขึ้นง่าย แต่ก็ไม่ให้น้ำท่วมถึงเวลาฝนตก<br />
 31. มีแว่นขยายไว้สำหรับผู้สูงอายุในห้องสมุด<br />
 32. จัดที่นั่งในห้องเรียนสำหรับนักศึกษาที่ใช้รถเข็นในมหาวิทยาลัย<br />
 33. บอกจำนวนขั้นบันไดไว้ที่ราวจับบันได สำหรับคนตาบอด<br />
 34. ในห้างสรรพสินค้ามีห้องสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมบุตร และมุมสำหรับให้เด็กเล่น<br />
 35. มีที่สำหรับผูกสัตว์เลี้ยง (สุนัข) ไว้หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต<br />
 36. ในซูเปอร์มาร์เก็ต มีผักแบ่งขายในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อยู่คนเดียว (หรือสองคน) เพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง<br />
 37. เตรียมรถเข็นซื้อของไว้สำหรับคนนั่งรถเข็น <br />
 38. มีรถเข็นผ่อนแรงสำหรับผู้สูงอายุ แถมยังสามารถซื้อของและใส่ของกลับบ้านได้ด้วย<br />
 39. ช้อนราเม็งของร้านสุกิยะจะเป็นส้อมและช้อนไปในตัว เพื่อให้เด็กๆ ทานเส้นและซดน้ำซุปได้ง่ายขึ้น<br />
 40. ออกแบบเครื่องให้น้ำเกลือที่สามารถปรับระดับได้ ทำให้ผู้ป่วยเด็กเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น <br />
 41. ออกแบบแพ็คเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นแบบเติม และฉีกใช้ได้ง่าย<br />
 42. ออกแบบที่นั่งบนรถไฟให้สามารถปรับเบาะให้หันหน้าเข้าหากันได้ พร้อมมีที่วางเครื่องดื่ม<br />
 43. ออกแบบเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าให้ตัดแก๊สหรือตัดไฟอัตโนมัติเวลาเกิดแผ่นดินไหว หรือในยามที่ผู้ใช้ลืมปิด</p>
<p><img class="size-full wp-image-6362 alignnone" title="universal_design-2-3" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-2-3.jpg" alt="universal_design-2-3" width="578" height="220" /></p>
<p>44. ตู้เย็นของฮิตาชิ สามารถเปิดเพื่อหยิบเฉพาะน้ำดื่มได้ด้วย<br />
 45. ออกแบบขวดน้ำให้รินได้ง่าย และลอกฉลากออกได้ง่ายขึ้น เพื่อให้คนแยกขยะได้สะดวก   <br />
 46. มีช่องตาแมวหลายจุดบนประตูหนึ่งบาน เพื่อให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถใช้งานได้ <br />
 47. ออกแบบมือจับประตูให้ผลักออกได้เลย (ไม่ต้องบิด) เพื่อเวลาคนถือของมาเยอะๆ จะได้ไม่ต้องวางของเพื่อบิดลูกบิดประตู ส่วนกุญแจจะเป็นแบบมีเซ็นเซอร์ทาบ และมักจะมีเก้าอี้พับไว้ให้นั่งใส่รองเท้าได้ด้วย <br />
 48. ออกแบบพื้นบ้านให้ของตกลงมาแล้วไม่แตก ทั้งยังเขียนแล้วลบได้อีกต่างหาก<br />
 49. มีไฟระเบียงฉุกเฉินในบริเวณบ้าน ในกรณีที่ไฟดับ ไฟตัวนี้จะติดอัตโนมัติ<br />
 50. ออกแบบเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านให้เหมาะกับคุณแม่บ้านมากขึ้น อาทิ ออกแบบตู้ที่อยู่สูงให้ดึงลงมาได้ง่ายด้วยการใช้แรงเพียงเล็กน้อย, อ่างอาบน้ำมีพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย, พื้นห้องอาบน้ำทำจากวัสดุกันลื่นและแห้งเร็ว, ท่อระบายน้ำทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น, อ่างอาบน้ำมีราวจับกันลื่นและให้ขึ้นลงง่าย, ฝักบัวปรับระดับได้, ใต้กระจกที่อ่างล้างหน้ามีเก้าอี้ที่สามารถดึงออกมานั่งได้และยังเก็บของในเก้าอี้ได้ด้วย, ออกแบบลิ้นชักให้เป็น step เพื่อหยิบของที่อยู่สูงและเก็บของได้ เป็นต้น</p>
<p><span style="font-size: small;">นี่คือตัวอย่างผลงาน “รีดีไซน์” ที่คำนึงถึงความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่มีความจำเป็นทางกายภาพ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักออกแบบรุ่นใหม่ต้องตระหนักให้มากขึ้น สำหรับบ้านเราแม้สิ่งอำนวยความสะดวกในที่สาธารณะจะยังไม่เอื้อต่อคนทุกกลุ่มเหมือนในญี่ปุ่น แต่ผมเชื่อมั่นว่านักออกแบบไทยกำลังอยู่บนเส้นทางของการพัฒนา และเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้ทุกชีวิตในเมืองไทย “ดีขึ้น” ได้ ขอเพียงแค่เราเริ่มที่ความตระหนัก และหันมาใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดและความต้องการของสมาชิกในสังคมครับ</span></p>
<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">เครดิตข้อมูล : เรียบเรียงจากบทความของคุณ ANURAK CHANPOSRI ใน </span></span><a href="http://hayashikisara.exteen.com/20090802/universal-design-50-4" target="_blank"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://hayashikisara.exteen.com/20090802/universal-design-50-4</span></span></a></p>
<p><a href="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6091 " target="_blank"><span style="font-size: small;">กลับไปอ่านตอนที่ 1 </span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6093</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกแบบกันใหม่ให้ทุกชีวิตดีขึ้น กับ 50 ผลงาน “รีดีไซน์” จากแดนอาทิตย์อุทัย (ตอนที่ 1)</title>
		<link>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6091</link>
		<comments>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6091#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2010 07:21:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Chatcharapon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Universal design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6091</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

‘Universal Design’ เป็นคอนเซ็ปท์ในการออกแบบที่กำลังเป็นที่นิยมและเริ่มนำมาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการออกแบบ อาจเป็นเพราะ universal design เป็นวิธีคิดที่เข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้ใช้ที่มีความแตกต่างและหลากหลายเป็นหลัก ทำให้การออกแบบสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
“ญี่ปุ่น” นับเป็นหนึ่งในผู้นำที่เชี่ยวชาญวิธีคิดแบบ universal design ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นเจ้าแห่งการคิดค้นนวัตกรรมแล้ว ปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในญี่ปุ่น (ที่มีผู้สูงอายุวัย 80 ปีขึ้นไปราว 7 ล้านคน และผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปอีก 27.44 ล้านคน คิดเป็น 5.6% และ 21.5% ของประชากรทั้งหมด ตามลำดับ) การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ตามแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว Yokoso Japan) ฯลฯ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้การออกแบบของญี่ปุ่นไม่ได้ถูกนำเสนอในแค่รูปแบบเดียว แต่ต้องมีการ “รีดีไซน์” โดยคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็น (ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิทยา) ของผู้ใช้หลายหลายกลุ่มด้วย
TCDCCONNECT ขอนำเสนอตัวอย่าง 50 ชนิด ของเครื่องใช้ภายในบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในที่สาธารณะ ที่ประเทศญี่ปุ่นนำมาออกแบบใหม่ให้เข้าถึงผู้ใช้ทุกกลุ่ม (ทุกความต้องการ) และเราขอบอกว่ามัน “เวิร์ค” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม</span></span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6134" title="universal_design-2" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-2.jpg" alt="universal_design-2" width="578" height="220" /></p>
<p><span style="font-size: small;">‘<strong>Universal Design’</strong> เป็นคอนเซ็ปท์ในการออกแบบที่กำลังเป็นที่นิยมและเริ่มนำมาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการออกแบบ อาจเป็นเพราะ universal design เป็นวิธีคิดที่เข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้ใช้ที่มีความแตกต่างและหลากหลายเป็นหลัก ทำให้การออกแบบสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>“</strong>ญี่ปุ่น<strong>”</strong> นับเป็นหนึ่งในผู้นำที่เชี่ยวชาญวิธีคิดแบบ universal design ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นเจ้าแห่งการคิดค้นนวัตกรรมแล้ว ปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในญี่ปุ่น (ที่มีผู้สูงอายุวัย 80 ปีขึ้นไปราว 7 ล้านคน และผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปอีก 27.44 ล้านคน คิดเป็น 5.6% และ 21.5% ของประชากรทั้งหมด ตามลำดับ) การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ตามแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว Yokoso Japan) ฯลฯ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้การออกแบบของญี่ปุ่นไม่ได้ถูกนำเสนอในแค่รูปแบบเดียว แต่ต้องมีการ <strong>“</strong>รีดีไซน์<strong>”</strong> โดยคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็น (ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิทยา) ของผู้ใช้หลายหลายกลุ่มด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: small;">TCDCCONNECT ขอนำเสนอตัวอย่าง 50 ชนิด ของเครื่องใช้ภายในบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในที่สาธารณะ ที่ประเทศญี่ปุ่นนำมาออกแบบใหม่ให้เข้าถึงผู้ใช้ทุกกลุ่ม (ทุกความต้องการ) และเราขอบอกว่ามัน “เวิร์ค” จริงๆ<br />
 <span id="more-6091"></span><br />
 <img class="alignnone size-full wp-image-6136" title="universal_design-1" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-1.jpg" alt="universal_design-1" width="578" height="220" /></span></p>
<p><span style="font-size: small;">1. ประตูอัตโนมัติ เพื่อให้คนทุกกลุ่ม อาทิ คนพิการ คนที่มีสัมภาระมาก ผู้สูงอายุที่แรงน้อย ฯลฯ สามารถใช้ประตูได้โดยไม่ต้องเปิดเอง<br />
 2. ติดบาร์จับในห้องน้ำสาธารณะเพื่อให้ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ฯลฯ ได้มีที่จับพยุงตัวเวลาลุก-นั่ง รวมทั้งมีห้องน้ำสำหรับคนนั่งรถเข็นอย่างน้อยหนึ่งห้อง และอีกห้องสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กด้วย<br />
 3. การสื่อสารด้วยภาพในที่สาธารณะ เพื่อให้คนต่างชาติสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น<br />
 4. ติดตั้งระบบการป้อนข้อมูลแบบใหม่ที่ไม่ต้องใช้ทั้งเม้าส์หรือคีย์บอร์ด แต่ใช้เสียงแทนเพื่อให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และคนที่ไม่สามารถพิมพ์สัมผัสสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ <br />
 5. รายการทีวีในญี่ปุ่นมีตัวหนังสือเพื่อให้คนที่หูหนวกได้ดูรายการทีวีหรือดูข่าวรู้เรื่อง<br />
 6. ออกแบบขวดแชมพูกับครีมนวดผมให้ต่างกันเพื่อสะดวกต่อการใช้<br />
 7. ทางเข้า-ออกอาคารมีทางลาดไว้สำหรับคนนั่งรถเข็นหรือผู้ใช้รถเข็นเด็ก<br />
 8. ออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ใช้งานง่ายขึ้น ด้วยการลดการต่อสายไฟหรือลดช่องเสียบสายต่างๆ<br />
 9. ออกแบบกระติกน้ำร้อนให้เป็นปลั๊กแบบ magnet consent เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้งานง่ายและปลอดภัย<br />
 10. ออกแบบเครื่องซักผ้าเป็นแบบฝาหน้า เพื่อให้เด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนพิการที่ใช้รถเข็นสามารถหยิบผ้าเข้า-ออกได้ง่าย และมองเห็นการทำงานภายในเครื่อง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6364" title="universal_design-3" src="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/wp-content/uploads/2010/08/universal_design-3.jpg" alt="universal_design-3" width="578" height="220" /></p>
<p>11. โถส้วมเป็นระบบเปิดปิดฝาและกดน้ำอัตโนมัติ<br />
 12. ที่ใส่กระดาษชำระในห้องน้ำสามารถฉีกได้ด้วยมือเดียว และจะมีกระดาษทิชชู่เผื่อไว้ให้อีกม้วนเสมอ<br />
 13. ออกแบบบันไดให้มีความสูงแต่ละขั้นน้อยลง ติดแถบสีเพื่อให้เห็นขั้นได้ชัดเจนขึ้น ทำราวจับหลายระดับเพื่อให้ผู้ใช้ที่มีความสูงต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุที่มีหลังค่อม สามารถใช้ได้สะดวก<br />
 14. ประตูทางขึ้นรถเมล์มีความกว้างมากพอสำหรับคนนั่งรถเข็นหรือผู้ใช้รถเข็นเด็ก และภายในรถจะมีที่สำหรับคนนั่งรถเข็นด้วย สำหรับรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่จะมาคอยบริการวางทางเชื่อมเพื่อให้คนนั่งรถเข็นสามารถขึ้นรถไฟได้สะดวกยิ่งขึ้น<br />
 15. โทรศัพท์สาธารณะมีความสูงหลายระดับ เพื่อให้คนนั่งรถเข็นหรือเด็กที่ความสูงไม่ถึงใช้งานได้ง่ายขึ้น<br />
 16. หน้าห้องน้ำมีป้ายบอกแผนผังภายในห้องน้ำ อาทิ มีห้องน้ำกี่ห้อง ห้องน้ำคนพิการอยู่ตรงไหน และคนตาบอดสามารถสัมผัสอักษรเบรลล์ได้ด้วย<br />
 17. สถานีรถไฟมีประตูทางเข้าชานชาลาอย่างน้อยหนึ่งประตูสำหรับคนนั่งรถเข็น ผู้ใช้รถเข็นเด็ก หรือผู้ที่มีสัมภาระมาก<br />
 18. ใช้สีและตัวเลขในการแยกสายรถไฟและขบวนรถไฟ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น<br />
 19. ออกแบบเครื่องเขียนให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยใช้แรงน้อยและเป็นอันตรายน้อยลง อาทิ เข็มหมุดของ  kokuyo มีการติดพลาสติกหุ้มเพื่อลดอันตราย<br />
 20. ออกแบบบัตรโทรศัพท์ให้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับคนตาบอด โดยทำเป็นรอยหยักไว้ให้คนสัมผัสรู้ได้ว่าจะต้องสอดด้านไหนเข้าเครื่อง (ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้เป็นมาตรฐานของ </span><a href="http://www.jsa.or.jp/default_english.asp"><span style="font-size: small;">JIS</span></a><span style="font-size: small;"> ด้วย)<br />
 21. จัดที่จอดรถสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ไว้ใกล้ทางเข้าประตูห้างฯ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต<br />
 22.มีเสียงบอกภายในลิฟท์เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนตาบอด<br />
 23. ออกแบบกล่องนมกับกล่องน้ำผลไม้ (ซึ่งทำจากกระดาษเหมือนกัน)ให้มีสัมผัสต่างกัน ตรงที่กล่องนมจะมีรอยหยักเพื่อให้คนตาบอดสัมผัสแล้วรู้ว่าเป็นนม<br />
 24.เช่นเดียวกับ plastic wrap และอะลูมิเนียมฟอยล์ที่กล่อง ก็จะมีตราประทับนูนไว้เพื่อให้คนตาบอดสัมผัสแล้วรู้ว่ามันคืออะไร<br />
 25. ออกแบบให้สวิตช์ไฟใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีป้ายกำกับว่าเป็นสวิตช์อะไร</span></p>
<p><span style="font-size: small;">นี่เป็นเพียงครึ่งแรกของตัวอย่างการ “รีดีไซน์” ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ในตอนต่อไปเราจะมาดูกันต่อว่า universal design ยังอำนวยความสะดวกอะไรให้เราได้อีกบ้าง</span></p>
<p><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">เครดิตข้อมูล : เรียบเรียงจากบทความของคุณ ANURAK CHANPOSRI ใน </span></span><a href="http://hayashikisara.exteen.com/20090802/universal-design-50-4" target="_blank"><span style="color: #888888;"><span style="font-size: small;">http://hayashikisara.exteen.com/20090802/universal-design-50-4</span></span></a></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span><a href="http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=6093" target="_blank"><span style="font-size: small;">ติดตามอ่านตอนที่ 2</span><br class="spacer_" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?feed=rss2&amp;p=6091</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
