+

F.A.C.T Collective - สร้างประสบการณ์สร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้

06 August 2015 | tcdc | KNOW WHO

IMG_2622.JPG

F.A.C.T collective คือแพลทฟอร์มหลากหลายรูปแบบที่คัดสรรองค์ความรู้จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานความเป็นอยู่ของผู้คน เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ และส่งผลต่อเนื่องออกไปในวงกว้าง F.A.C.T collective นำทีมโดยกาย ไลย มิตรวิจารณ์ และมิ้นท์ ธัญญพร จารุกิตติคุณ กับกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ “การแบ่งปันความรู้” ผ่านไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หวนกลับไปหาความเป็นท้องถิ่น มากกว่าการเป็นเพียงเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่ F.A.C.T Collective กำลังสร้างเครือข่ายทางความคิดที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน 


เป้าหมายของการก่อตั้ง F.A.C.T collective จากเริ่มต้นคืออะไร

เริ่มจากตอนนี้ที่เรามองว่าความรู้ถูกรวมศูนย์อยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง องค์ความรู้ถูกพัฒนาเป็นจุดๆ อย่างไม่ทั่วถึง ทางเราไม่เชื่อว่ามันควรจะพัฒนาแบบนั้น หรือสังคมต้องเป็นไปแบบนั้น แต่เราเชื่อว่าการที่ได้แชร์ความรู้ ที่ทำให้คนได้เรียนรู้มากขึ้น การสร้างแพลทฟอร์มให้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้แชร์ต่อๆ ไป เราเชื่อว่าการสร้างคอนเซปต์เรื่องการแชร์ในสิ่งที่แต่ละคนมีอยู่แล้วอย่างแรงบันดาลใจ โอกาส ประสบการณ์ คอมมูนิตี้ หรือความรู้ที่มีในแต่ละด้าน การแชร์จึงเป็นวิธีที่สามารถไปถึงเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนและสามารถพัฒนาสังคมได้ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจได้มากขึ้น กิจกรรมของ F.A.C.T Collective จึงไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ แต่ต้องสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง โมเดลของ F.A.C.T Collective คล้ายๆ กับการทำ Social Entrepreneur เพียงแต่เราไม่ได้ลงทุนกับผลิตภัณฑ์ เราลงทุนกับการสร้างเครือข่าย (networking) และการแบ่งปันองค์ความรู้ (knowledge sharing) มากกว่า และการทำงานของเราสามารถเกิดเป็นแนวทางการศึกษา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ และสร้างสิ่งที่เกิดผลต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม 



11406376_107946466207178_7893758085630103329_o.jpg

11393029_108530329482125_1228655648290307497_o.jpg

11427250_108699596131865_1038233811420750632_o.jpg

11741192_126796467655511_8524151112452292179_o.jpg


คำว่า F.A.C.T แท้จริงก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอยู่แล้วใช่หรือเปล่า

4 คำนี้ทุกอันประสานกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ในนิยามของเรา

F: Food ไม่ใช่แค่เรื่องของการอาหารการกิน แต่เป็นเรื่องของวิถีชีวิต การเมือง วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ความรู้ วิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในคำว่า “อาหาร” ได้หมด
A: Art พวกเรามองว่าเป็นเรื่องของ Appreciation (การชื่นชม) ว่าการที่คนเราอยากจะเรียนรู้อะไรสักอย่างนั้นจะเป็นเรื่องของ Passion (ความหลงใหล) และ Appreciation เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นการรับรู้ในแบบที่เราเข้าใจที่มาที่ไป เกี่ยวข้องกับความสวยงามและปรัชญา และนำมาประยุกต์เป็นแนวทางในการทำงาน
C: Culture ในความหมายของเราคือการเรียนรู้บางอย่างโดยเข้าไปถึงแก่นกลาง ในความหมายของความเข้าใจ (comprehend) ทำไมเราต้องเข้าไปถึงในชุมชน คอมมูนิตี้ต่างๆ เข้าใจให้ได้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ชุมชนหนึ่งๆ เป็นอย่างที่เป็น และ
T: Travel คือการเดินทางเข้าไปสัมผัส ลงพื้นที่ ใช้เวลาร่วมกับชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 
 

11700575_128273170841174_6434900231538092785_o.jpg

มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับกิจกรรมของ  F.A.C.T collective หรือไม่

เราพยายามให้กิจกรรมของเรานั้นเข้าถึงทุกคน กลุ่มคนที่เข้ามาทำกิจกรรมของเราต้องผ่านเกณฑ์ของเราด้วยส่วนหนึ่ง คนที่มาสมัครเข้ากิจกรรม ทางเราก็ให้เขียนจดหมายแนะนำตัวเข้ามา มีความสนใจเป็นอย่างไร เราจำเป็นต้องมีเกณฑ์คัดเลือกเพื่อให้อย่างในวันที่จัดดินเนอร์ เราจะสามารถจัดคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกันนั่งข้างกัน สร้างให้เกิดเน็ตเวิร์กกิ้งใหม่ขึ้นมา เราเชื่อว่าคนเหล่านี้เป็นฟันเฟืองในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

 

นอกเหนือจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับปัจเจกแล้ว ทาง F.A.C.T collective คาดหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้เลยหรือไม่

คาดหวัง อยากพูดถึงเรื่องความเคลื่อนไหวต่างๆ งานเสวนาที่เชียงใหม่ (กิจกรรมเสวนา ‘New Thought on Food’ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2558) ก็พูดถึงเรื่อง movement ด้านอาหาร ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่ทุกอย่างเป็นเพียงเทรนด์ สิ่งที่เราต้องการปลูกฝังจริงๆ คือเรื่องของ การรับรู้ ความยั่งยืน และความปลอดภัยมากกว่า ในอนาคตเราอยากเข้าไปทำกิจกรรมหนึ่งขึ้นมาร่วมกันกับองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง NESFAS: North East Slow Food & Agrobiodiversity Society FAO: Food and Agriculture Organization of the United Nations (องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ) และองค์กร Slow food ในอินเดีย เนื่องจากประเด็นที่ FAO กำลังถกเถียงกันอยู่ขณะนี้ 4 หัวข้อคือ Fermentation  การหมักดอง Insectivore การกินแมลง Wild edible การกินของป่า พืชป่าบางชนิด และ Honey ที่ไม่ใช่แค่น้ำผึ้ง เพราะผึ้งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบนิเวศน์อยู่รอดได้ โดยเฉพาะทางภาคเหนือจะเห็นได้ชัด FACT collective อยากดึงคนที่อยู่ใกล้ป่า คนพื้นเมือง คนกลุ่มน้อย เหล่านี้มาแชร์ความรู้ ภูมิปัญญาตามประเทศต่างๆ อย่างมิลานหรืออินเดีย


 

HY7A0625.JPG

11313035_110210339314124_7444118518652638649_o.jpg


F.A.C.T collective มองเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำไปเป็นอย่างไรบ้าง

ในช่วงเริ่มต้นตอนนี้อาจเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ไม่ชัดเจน แต่ถ้าถามว่าสร้างผลกระทบไหม สร้างแน่นอน อย่างการเกิดแนวความคิดใหม่ๆ การผสมผสานความเป็นพื้นถิ่นกับความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นการเรียนรู้ที่เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ความเข้าใจนี้จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่จะนำเอาไปต่อยอดได้ และทำให้คนที่มีความใกล้เคียงกัน คุยกัน แชร์กัน และเกิดการต่อยอดทักษะของพวกเขาและนำไปสู่การพัฒนาสังคม นอกจากนี้ กิจกรรมของเรายังสร้างแรงบันดาลใจต่อไปเรื่อยๆ อย่างกลุ่ม The Archivist ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน หลังจากกิจกรรมจบลงกลุ่มนี้ก็นำวิธีคิด เทคนิคที่ได้ไปสะท้อนการทำงานของตัวเอง ว่าต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรที่ได้เรียนรู้ไปจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันไป หรืออย่างการย้อมครามของแมนคราฟท์ (Mann Craft) ที่เขาเห็นว่าคนรุ่นใหม่ก็สนใจในสิ่งที่เป็นท้องถิ่น เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาต่อยอดการทำงานต่อไปได้เช่นกัน
 

มีความคาดหวังต่อการแบ่งปันความรู้ของคนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมหรือเปล่า

เริ่มจากการที่เราไม่เชื่อว่าการแชร์ผ่านสื่อกระแสหลักจะได้ผลที่ตรงกับเป้าหมายของเรา การแชร์ความรู้แบบนี้มีระยะห่างกับกลุ่มผู้รับสาร เมสเซสที่ต้องการสื่อสารก็ไม่ถึง ดังนั้น สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ คือพูดกับคนแค่กลุ่มเล็กๆ 10-15 คนเท่านั้น แต่ผลหลังจากที่เขาแชร์ต่อไปนั้นหลากหลายมากกว่า เปรียบเทียบกับกลุ่มใหญ่แล้วเมสเซสที่สื่อออกไปนั้นมีโอกาสบิดเบือนได้ง่าย เพราะเราไม่ต้องการแค่ “ให้รู้” แต่เป็น “ให้เข้าใจ” เราจึงสื่อสารกับเครือข่ายกลุ่มเล็กแต่มีความสามารถมากกว่าว่าเขาจะแชร์ชุดความรู้ต่อไป ให้สิ่งที่เราสร้างขึ้นมามีประโยชน์กับการนำไปใช้จริงก็เพียงพอแล้ว  





เครดิตภาพ:
FACT Collective


Category Tags
Share this Article !