เรื่องเล่าบนผนัง - อัตลักษณ์ใหม่ของวอลเปเปอร์จาก “Bodhi Tree”

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

ผมมักได้ยินคนถามอยู่บ่อยครั้งว่า ถ้าคิดจะเริ่มลงทุนประกอบธุรกิจขึ้นมาหนึ่งอย่าง
ธุรกิจประเภทไหนที่จะทันสมัย อินเทรนด์ ทำแล้วไม่เจ๊ง ฯลฯ
บางคนพอคิดจะเปิดร้านกาแฟ…ก็กลัวว่าจะสู้คู่แข่งไม่ได้
บางคนคิดจะเปิดร้านหนังสือ…ก็กลัวว่าจะไม่มีใครเดินเข้าร้าน
ครั้นจะเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ด้วย…ก็ดันทำขนมไม่เป็น
ท้ายสุดก็เลยพับความฝันเก็บใส่กล่องไว้เหมือนเดิม เพราะมัวแต่กลัวนู่นกลัวนี่อยู่ร่ำไป

แต่กับคุณชลกานต์ วิสุทธิพิทักษ์กุล ผู้บริหารบริษัท โพธิ์ ทรี เดคคอร์ จำกัด เธอไม่ยอมที่จะทิ้งความฝันไว้แค่นั้น แถมเธอผู้นี้ยังไม่คิดที่จะประกอบธุรกิจตามเทรนด์ใดๆ ด้วย ชลกานต์เลือกที่จะเริ่มต้นธุรกิจของเธอจากการ “ระบุปัญหา” ในการเลือกซื้อวอลเปเปอร์ของตัวเอง จนนำมาสู่การสร้างสรรค์ “วอลเปเปอร์ตกแต่งบ้าน” ที่แหวกแนวไปจากท้องตลาด

แรงบันดาลใจของธุรกิจ
สืบเนื่องจากชลกานต์พยายามเลือกหาวอลเปเปอร์ที่ถูกใจสำหรับการตกแต่งบ้าน แต่กลับพบว่า ลวดลายของวอลเปเปอร์ในท้องตลาดไม่สามารถตอบโจทย์การตกแต่งภายในของเธอได้เต็มร้อย ชลกานต์พบว่า ตัวงานสถาปัตยกรรม งานเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งงานออกแบบลายผ้าม่าน ได้ก้าวล้ำนำสมัยไปมาก เหลือทิ้งไว้แต่วอลเปเปอร์ที่ยังคงเดินย่ำอยู่กับที่

ปัญหาความคับข้องใจข้อนี้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจของชลกานต์ โดยเธอมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนรูปแบบและแนวคิดของวอลเปเปอร์ จากเดิมที่มีหน้าที่เพียงแค่ปิดทับบนผนัง (Wall Covering) ให้กลายมาเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและบ่งบอกตัวตนของผู้พักอาศัยได้อย่างเต็มร้อย (Wall Story)

ก่อนการเริ่มธุรกิจ
แม้ว่าชลกานต์จะมีดีกรีทางด้านการบริหาร (ทั้งปริญญาตรีจาก ABAC และปริญญาโทจากต่างประเทศ) แต่เธอกล่าวว่า “ทุกการทำงาน ทุกการเริ่มต้น ทุกคนจำเป็นจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก” และด้วยความที่เธอเองไม่คุ้นเคยกับการประกอบธุรกิจรวมทั้งไม่ได้มีอาชีพเป็นนักออกแบบมาก่อน การก้าวย่างเข้าไปในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “ความรู้สึกและความสวยงาม” จึงมีความยากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

สิ่งสำคัญที่ชลกานต์ย้ำเสมอก็คือ การศึกษาแนวทางในการประกอบธุรกิจจะต้องทำอย่างรอบคอบ เจาะลึกทุกรายละเอียด ที่ผ่านมาเธอออกลุยสำรวจตลาดเอง (ทั้งในและต่างประเทศ) รวมทั้งเตรียมคิดหนทางในการแก้ปัญหาไว้ทุกระดับ

“นอกจากการศึกษาธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกันแล้ว สิ่งที่คุณควรจะทำพร้อมๆ กันไปก็คือการศึกษาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจวอลเปเปอร์นั้นจะเกี่ยวข้องกับงานออกแบบผ้าม่าน งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ งานตกแต่งภายใน รวมไปถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรม ทุกสาขาวิชาชีพข้างต้นล้วนมีผลต่อการสร้างสรรค์วอลเปเปอร์ภายใต้แนวคิด Wall Story ค่ะ”

เอกลักษณ์ที่แตกต่างจาก Custom design
Bodhi Tree เลือกที่จะฉีกตัวออกจากตลาดหลักและสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับแบรนด์ของตัวเอง โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้คนที่อาศัยในเมืองใหญ่ คนที่มองหารูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง และคนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเขาได้อย่างสูงสุด

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ Bodhi Tree แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ Exploring World Map, Vintage Living, Kids Living, Casual Living, Spiritual Living และ Arts Living โดยในแต่ละกลุ่มก็จะมีสินค้าที่หลากหลายทั้งเรื่องราวและสีสรร พร้อมที่จะตอบโจทย์ให้กับงานตกแต่งภายในได้แทบทุกชนิด

ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ Bodhi Tree อยู่ที่การวางลวดลายบนวอลเปเปอร์แบบ “Custom” หมายถึง คุณสามารถกำหนดตำแหน่งของภาพหรือลวดลายได้ตามการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ทีมงานจะส่งนักออกแบบไปวัดพื้นที่จริง และพูดคุยกับมัณฑณากรถึงตำแหน่งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ จากนั้น ทีมงานก็จะทำการวางลวดลายบนผนังให้สอดคล้องกับการใช้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอย่างสูงสุด โดยในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการผลิต เมื่อลูกค้าตอบตกลงในเรื่องแบบแล้ว ทาง Bodhi Tree ก็จะใช้เวลาผลิตเพียงแค่ 2 สัปดาห์ และนำวอลเปเปอร์ไปติดตั้งในห้องของคุณได้ทันที

การตลาดที่ไม่เหมือนใคร
Bodhi Tree ตัดสินใจฉีกตัวออกจากรูปแบบ “การฝากขายและหักเปอร์เซ็นต์” ในแบบเดิมๆ และหันไปมุ่งเน้นช่องทางการตลาดอื่นๆ หลายแขนง อาทิเช่น
- การเข้าร่วมงาน Trade Fair เช่นงาน BIG+BIH เมื่อเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี
- การเดินสายเจาะกลุ่มลูกค้าบริษัท (ที่ทำงานเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน) เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์สู่นักออกแบบโดยตรง ซึ่งในจุดนี้ Bodhi Tree ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะขณะนี้ในประเทศไทยมีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่สามารถผลิตชิ้นงานได้เองทั้งหมด แถมยังมีคุณภาพสูงที่เทียบเท่ากับวอลเปเปอร์จากทางยุโรป
- การประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Social Network เช่น Facebook เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น
- การโฆษณาทางหน้านิตยสาร โดยมุ่งเน้นไปที่นิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน เช่น Room, Living etc ฯลฯ

นอกจากนี้ ชลกานต์ยังได้เปิดตลาดไปสู่กลุ่ม End-user หรือ Project owner โดยตรง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้สามารถตัดสินใจได้เร็ว (หากพอใจก็จะออร์เดอร์ให้เข้าไปติดตั้งได้ทันที) ส่งผลให้บริษัทของเธอมีงานเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ากลุ่ม Boutique Hotel ที่ชลกานต์ตั้งเป้าจะทำตลาดให้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย นอกจากนั้นเธอยังมีแผนจะขยายตลาดเข้าสู่กลุ่ม Nursery หรือสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กด้วย

ข้อคิดดีดีจาก Bodhi Tree
ก่อนจากกันคุณชลกานต์ได้ฝากข้อคิดสำหรับผู้ที่ต้องการจะประกอบธุรกิจว่า “นอกจากการบ้านที่ทุกท่านจะต้องทำอย่างหนักล่วงหน้าเกี่ยวกับการค้นคว้าหาข้อมูลด้านธุรกิจแล้ว สิ่งที่จำเป็นอย่างมากอีกข้อหนึ่งก็คือความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งในการทำงาน จิตใจที่แข็งแกร่งจะทำให้คุณไม่หยุดเดินหรือท้อถอยง่ายๆ เพราะในการเริ่มต้นธุรกิจทุกครั้ง กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุด มันจะประคับประคองให้คุณเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจ”



ผลงานของ Bodhi Tree 3 ลวดลายเด่นได้ปรากฏในงาน International Design & Architecture Awards ที่ประเทศอังกฤษ สามารถเข้าไปร่วมส่งแรงเชียร์ผู้ประกอบการไทยมีฝีมือได้ที่ http://thedesignawards.co.uk/products/voting-2012.html

ติดต่อ Bodhi Tree :
Wall Story ได้ที่ www.bodhitree.co.th
Bodhi Tree Decor Company Limited
71, 3rd Floor, Golden Pearl Building, Sukhumvit 101/1,
Bangjak, Prakanong, Bangkok, 10260
Open Mon-Fri 9.00 am -6.00 pm [Weekend By Appointment]
Mobile: 081 553 1500 Tel: 02 747 9493 Fax: 02 747 9433
E-mail: cholakarn@bodhitree.co.th

หรือติดตามความเคลื่อนไหวที่ Facebook : Bodhi Tree : custom made wallpaper
รางวัล Elle Decor Design Award 2011/2012









Posted on 29 December 2011

Written By

  • About the article
    9 11,360

Share

Comments