อาชีพ ‘สไตลิสต์’ กับการทำ ‘แฟชั่นสไตล์ลิ่ง’ นั้น เขาทำกันอย่างไร?

ความคิดสร้างสรรค์คือศักยภาพในการสร้างสิ่งแปลกใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ในงานศิลปะชั้นดีที่ความคิดสร้างสรรค์จะแสดงพลังออกมาได้ชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ดี ความคิดสร้างสรรค์ที่ว่านี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในวงการศิลปะเพียงอย่างเดียว มันสามารถจะปรากฏตัวอยู่ในทุกแวดวง ทุกการทำงาน และทุกองค์กรที่เปิดให้มีการคิดค้น ทดลอง และออกแบบได้  โดยผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ถือกำเนิดขึ้นจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์นี้ ก็มักจะมีคุณค่า มีความหมาย และโดดเด่นโดนใจได้เหนือกว่าคู่แข่งเสมอ

Stylist01.jpg

สำหรับในวงการออกแบบแฟชั่น นอกจากส่วนของงานดีไซน์และงานผลิตแล้ว  การทำสไตล์ลิ่ง (Styling) ก็คือหัวใจสำคัญที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ชั้นเลิศเช่นกัน กระบวนการนี้ต้องอาศัยการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า เปิดรับทางเลือกที่หลากหลาย  จนนำไปสู่การเลือกสรรที่ดีที่สุดเพื่อจะสร้างรูปแบบการจัดวางและการทำองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ  โดยไอเดียเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการทำสไตล์ลิ่งนั้น สามารถแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 4 ข้อ ดังนี้ 

Stylist02.jpg

1. การวิเคราะห์คอลเลคชั่น

การทำงานสไตล์ลิ่งจำเป็นต้องมีการบันทึกรายละเอียด อาทิ โครงร่างเงา โทนสี ลวดลาย พื้นผิว ฯลฯ เพื่อจะกำหนดเป็นแนวโน้มแฟชั่น (Trend) และเป็นแรงบันดาลใจในการสื่อสาร (Inspiration) รวมทั้งต้องพิจารณาถึงหัวข้อ เรื่องราว โมเดล (นายแบบ/นางแบบ) สถานที่ถ่ายทำ และวิธีการประชาสัมพันธ์สินค้าแฟชั่นนั้นๆ ด้วย 

Stylist03.jpg

2. การค้นคว้าและวางแผนข้อมูล

ในการทำงานสไตล์ลิ่งแต่ละครั้ง ผู้ที่เป็น ‘สไตลิสต์’ จะต้องวางแผนภาพเพื่ออธิบายถึงหัวข้อและองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครบ ซึ่งโครงภาพความคิดเหล่านี้เองจะเป็นตัวขับเคลื่อนงานให้ดำเนินไปตามแนวทางที่เหมาะสม 

3. การศึกษากระบวนการเปลี่ยนแปลงทางแฟชั่น

เพื่อให้งานสไตล์ลิ่งไม่ตกเทรนด์ มีความหมาย และมีคุณค่าเชื่อมโยงกับบริบทแวดล้อม และความรู้สึกของผู้บริโภค ผู้ที่เป็นสไตล์ลิสต์ควรติดตามความเคลื่อนไหวของแวดวงแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลักษณะทางอุตสาหกรรม การวิเคราะห์โฆษณาแฟชั่น งาน Visual Merchandising เทรนด์ บทความ ตลอดจนบทสัมภาษณ์ทางแฟชั่นต่างๆ
ทั้งในแวดวงเสื้อผ้าชั้นสูงไปจนถึงสตรีทแวร์ 

Stylist04.jpg

4. การทำสไตล์ลิ่งไม่มีกฏตายตัว

ขอแค่เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอและเป้าหมายของโปรเจ็คท์นั้นๆ เป็นพอ

Stylist05.jpg

กรณีศึกษา - สื่อสารแบรนด์ด้วยงานสไตล์ลิ่ง
แบรนด์แฟชั่น Navy ใช้แนวคิดการทำสไตล์ลิ่งที่ดีเข้ามาช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจมากขึ้น ทั้งในรูปแบบของ Still Life Styling ซึ่งหมายถึงการสร้างสรรค์ ‘ภาพนิ่ง’ โดยการจัดสิ่งของให้ดูมีชีวิตบนภาพถ่าย และในแบบ Editorial Styling ซึ่งก็คือการเล่าเรื่องราวผ่านทางตัวผลิตภัณฑ์ โมเดลสถานที่ พร็อพ ฯลฯ  หลายๆ องค์ประกอบที่เหมาะสมลงตัวนี้จะสื่อสารเรื่องราวตามโจทย์ของโปรเจ็คท์หนึ่งๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีของแบรนด์ Navy สังเกตว่าสไตล์ลิ่งของภาพถ่ายจะได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นศิลปะในชีวิตประจำวัน  ผ่านการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของคนทั่วไปในการใช้ชีวิต ฯลฯ
Stylist06.jpg
Stylist07.jpg

เกร็ดคิดปิดท้าย

การทำแฟชั่นสไตล์ลิ่งสามารถส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีบุคลิกโดดเด่นเฉพาะตัว โดยภาพที่เกิดขึ้นนั้นจะมีหน้าที่ ‘สื่อสาร’ ความคิด ค่านิยม ทัศนคติ ระหว่างตัวนักออกแบบ ตัวผลิตภัณฑ์ และผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้านั้นๆ การทำสไตล์ลิ่งได้อย่างเหมาะสมจะทำให้สินค้าดูมีคุณค่า (และมูลค่า) เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการตลาดและการประชาสัมพันธ์นั่นเอง

View_profile.jpg
คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Navy



อ้างอิง
http://www.tcdcconnect.com/navy/  
https://web.facebook.com/navyofficial
Jacqueline McAssey & Clare Buckley. (2011) Basics Fashion Design 08 Styling . London .Thames & Hudson

เครดิตภาพ
https://www.flickr.com/photos/martina_korkmaz/16472490997/
Posted on 27 January 2016

Written By
Designer & Creative
Share

Comments