“กินดี อยู่ดี ราศีจับ” ธุรกิจแฟชั่นเพื่อสาว Plus Size

ด้วยรูปแบบของไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบาย การบริโภคอาหารปริมาณมาก บวกกับการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ ทำให้คนไทยอ้วนง่ายและอ้วนเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก  รายงานสุขภาพคนไทยปี พ.ศ. 2557 (โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำหนักของคนไทยว่าเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับหญิงไทยที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก จนรั้งตำแหน่งที่สองจาก 10 ประเทศในอาเซียน 

PlusSize01.jpg

อ้วนก็สวยได้

แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าความอ้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่การเข้าถึงวิธีการลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและประหยัดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงอ้วนที่มีจำนวนมากขึ้นกว่าผู้ชาย ก็ส่งผลให้แนวคิดเรื่อง ‘ความผอมและความสวย’ ที่เคยจับคู่กันมาเหนียวแน่น ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปสู่ความเชื่อแบบหญิงยุคใหม่ที่เริ่มสะท้อนตามสื่อต่างๆ เช่น   “ในเมื่อผอมไม่ได้...ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอ้วนอย่างน่ารักแทน”  
ค่านิยมแบบ ‘อ้วนก็สวยได้’ นี้นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของ ‘สาว Plus size’ ทั้งหลาย ที่อยากจะเติมเต็มความสุขในแบบของตัวเองมากที่สุด

PlusSize03.jpg

ตลาดแฟชั่นสาว Plus Size 

เสื้อผ้าแฟชั่น Plus size คือ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยขนาดรอบอกมากกว่า 38 นิ้วขึ้นไป และออกแบบโดยอิงกับกระแสแฟชั่น  พูดง่ายๆ คือไม่ใช่แค่ตัดเย็บออกมาให้ตัวใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงเรื่องความงาม และช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้สาวร่างใหญ่มีความมั่นใจได้เต็มร้อย
  
อันที่จริงแล้วเสื้อผ้า Plus size นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น งานวิจัยของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจเสื้อผ้า Plus size นั้นมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก จากเดิมที่มีฐานการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น แอฟริกา และกลุ่มประเทศตะวันตก ในปัจจุบันเรากลับมองเห็นความต้องการในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มสินค้าที่เน้นเรื่องดีไซน์เป็นสำคัญด้วย
  
มูลค่าตลาดของธุรกิจกลุ่มนี้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีหลัง แต่ก็ยังถือว่ามีช่องว่างทางการตลาดค่อนข้างมาก จากการสำรวจแบรนด์ธุรกิจเสื้อผ้า Plus size เราสามารถแบ่งลักษณะของผู้ประกอบการ สินค้า และสถานที่จำหน่าย ได้ดังนี้

PlusSize04.jpg

PlusSize05.jpg

จากการสำรวจของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2552 พบว่า คนอ้วนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวนมากถึง 17.4 ล้านคน โดยเฉพาะหญิงไทยที่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น และมีแนวโน้มลงพุง  แน่นอนว่าปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลต่อกายภาพของผู้หญิง และหากพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่ายังมีช่องว่างในตลาดอีกมากสำหรับกลุ่มผู้ประกอบแบบ Creative Niche Market เพราะขนาดรูปร่างของคนอ้วนนั้นมีความเฉพาะเจาะจงพอที่จะออกแบบแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์ความแตกต่างได้ไม่ยาก
 
อย่างไรก็ดี วันนี้เรามี 3 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการ (และผู้ที่สนใจทำธุรกิจ) แฟชั่น Plus size ควรต้องคำนึงถึง คือ

PlusSize06.jpg

1. ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

ที่ผ่านมาเราเคยชินกับคำว่า ‘อ้วน’ โดยใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน แต่ในทางการแพทย์นั้นคำว่า ‘อ้วน’ หรือ ‘ผอม’ ต้องตัดสินจากค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI  ซึ่งคนทั่วไปจะมีค่า BMI นี้อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 ในขณะที่คนอวบหรือคนท้วมจะมีค่า BMI อยู่ที่ 23.0-24.9 ส่วนคนที่เข้าข่ายอ้วนนั้นจะมีค่า BMI ตั้งแต่ 25.0 ขึ้นไป ดังนั้นหากเราพิจารณาจากช่วงตัวเลข BMI นี้ เราจะพบว่าขนาดความอ้วนนั้นมีหลายระดับมาก จึงจำเป็นต้องชี้ชัดว่าเราอยากทำธุรกิจกับคนอ้วนกลุ่มไหน อย่างไรก็ดี ข้อมูลสถิติของไทยก็บ่งชี้ว่า ประชากรคนอ้วนจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยราวสี่ล้านคนต่อปี จึงถือเป็นตลาดใหม่ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปจับจองพื้นที่และสร้างอาณาเขตกันได้ไม่ยากนัก

PlusSize07.jpg

2. เข้าใจปัญหาเรื่องขนาดและรูปร่างอย่างแท้จริง

ปัญหาเรื่องขนาดและรูปร่างเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ  โดยจากการสำรวจข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Local brand ระดับแมสนั้น เรายังพบว่าผู้ประกอบการนิยมนำแบบเสื้อมาตรฐาน (สำหรับคนทั่วไป) มาปรับแก้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้คิดถึงการแก้ปัญหาเฉพาะจุดของคนอ้วนอย่างรอบคอบ เช่น ระยะติดกระดุมที่ไม่สามารถเก็บรอบอกให้สวยงามได้ ขนาดต้นแขนและรอบวงแขนที่สร้างความอึดอัดเวลาเคลื่อนไหว รวมไปถึงการเก็บเนื้อบริเวณวงแขนด้านหลัง ฯลฯ 
ซึ่งในการนี้หากผู้ประกอบการมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งว่ารูปร่างและขนาดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนและมีหลายระดับ (สามารถแยกย่อยได้ถึง 7 แบบ เช่น อ้วนทั้งตัว อ้วนเฉพาะส่วน ฯลฯ) ผู้ประกอบการก็จะสามารถสร้างแบรนด์แฟชั่นที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง และตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น

PlusSize02.jpg

3. นำเสนอความงามควบคู่กับคุณประโยชน์

ถึงจะแสดงออกว่า ‘อ้วนก็สวยได้’ แต่ลึกๆ แล้วคำว่า ‘อ้วน’ ก็ยังเป็นคำพูดที่กระทบความรู้สึก และเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับคนกลุ่มนี้  ดังนั้นหากงานออกแบบแฟชั่นสามารถนำเสนอ ‘คุณค่าสำคัญ’ เพื่อชดเชย ปกปิด หรือ แก้ไขความบกพร่องด้านรูปร่างของผู้สวมใส่แล้ว  กลุ่มลูกค้าก็ย่อมจะเกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นต่อตนเอง จนนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ด้วยในท้ายที่สุด

โอกาสและความเป็นไปได้ในอนาคต
อัตราการเพิ่มขึ้นของคนอ้วนนั้นดูจะผันแปรไปตามระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งหมายความว่าในปัจจุบันประชากรคนอ้วนคือกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อสินค้าแฟชั่นมากขึ้น  ประกอบกับการเปิดเขตเศรษฐกิจเสรี AEC ทำให้ฐานลูกค้าคนอ้วนขยายตัวใหญ่ขึ้นไปทั้งภูมิภาค หากผู้ประกอบการแฟชั่นรุ่นใหม่มีความเข้าใจและตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ได้ดี   ก็จะสามารถสร้างแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับคนอ้วนให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก 



อ้างอิงข้อมูล
www.hfocus.org
http://www.sizethailand.org
http://www.smartsme.tv
http://issuu.com

เครดิตภาพประกอบ
http://cdn.healthworks.my
http://plussizefashionistaguide.com
http://www.scientificpsychic.com
http://suri.co.th
https://www.flickr.com/photos/43248095@N00/9394609995/sizes/l



Posted on 3 December 2015

Written By
Designer & Creative
Share

Comments