“จับทางตลาดนัดป๊อปอัพ” เลือกตลาดไหน สร้างสินค้าอย่างไร ให้โดนใจผู้บริโภค

ตลาดนัดแบบป๊อปอัพ (Pop-up Market) กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังแพร่หลายในบ้านเรา ทุกวันนี้มีตลาดหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการ ‘ที่ต่างกัน’ ของผู้บริโภค ซึ่งความนิยมในตลาดป๊อปอัพนี้ก็ทำให้เกิดกลุ่มพ่อค้าแม่ขายรุ่นใหม่ขึ้นมากมาย ที่ต่างอยากนำสินค้าของตัวเองมาเปิดตัวกับผู้บริโภค โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุน (ของการเช่าพื้นที่หน้าร้าน) มากเกินไป

อย่างไรก็ดี การได้รับเลือกให้นำสินค้าไปออกร้านก็ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าทุกแบรนด์จะประสบความสำเร็จเสมอไป เราเชื่อว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อยากจะรู้จริงๆ ก็คงหนีไม่พ้น ‘เคล็ดลับ’ ที่จะทำให้สินค้าของพวกเขาขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่าด้วย

Popmarket01.jpg

TCDCCONNECT ได้อาสาไปหาคำตอบนี้ให้กับคุณผู้อ่าน โดยเรานัดพูดคุยกับ 2 เจ้าของตลาดป๊อปอัพ ที่มีความโดดเด่นเรื่องเอกลักษณ์ นั่นก็คือ ‘The Great Outdoor Market’ และ ‘Artbox’  เพื่อจะล้วงความลับว่าตลาดชั้นนำนั้นเขามองหาสินค้าอะไร และต้องการพ่อค้าแม่ค้าแบบไหนมาออกร้านในงานบ้าง

Popmarket02.jpg

The Great Outdoor Market - ตลาดนัดสินค้าดีไซน์ โดดเด่นด้วยโลเกชั่น

เมื่อปลายปีที่แล้วเราได้ค้นพบ Bangkok Dockland เป็นครั้งแรกผ่าน The Great Outdoor Market ที่ลงทุนพาร้านค้าต่างๆ ลงไปเปิดแผงกันถึงในอู่ต่อเรือเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลาดนัดแห่งนี้มีจุดยืนเรื่องการแนะนำสถานที่ลับๆ ในกรุงเทพให้ชาวเมืองได้รู้จัก โดยมีจุดประสงค์ให้สถานที่เหล่านั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต 

ที่ผ่านมา The Great Outdoor Market วางตำแหน่งตัวเองเป็นเสมือน ‘ลานกิจกรรม’ ที่เปิดให้คนกรุงเทพฯ  ได้ลองสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน  ดังนั้นร้านค้าและสินค้าที่ตลาดนัดแห่งนี้เลือก จึงต้องมีบุคลิกพิเศษที่สอดคล้องไปกับจุดยืน (ที่ค่อนข้างจะเฉพาะทาง) ดังกล่าวด้วยด้วย 

Popmarket03.jpg

ด้วยโลเกชั่นที่โดดเด่นและหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทั่วกรุงเทพ สินค้าที่ถูกเลือกมาวางขายในตลาดจึงต้องมีความน่าสนใจไม่แพ้กับสถานที่  ภรณ์พัทธ์ สหเจริญวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง The Great Outdoor Market เล่าว่า พวกเธอคัดเลือกร้านค้าที่จะมาออกร้านกันเองทั้งหมด โดยมีโจทย์ตั้งต้นว่าจะต้องถูกจริตและเตะตาผู้คนในแวดวงดีไซน์ รวมถึงมีเอกลักษณ์ มีความสดใหม่ และไม่ซ้ำกับร้านค้าเจ้าอื่นๆ (ซึ่งพวกเธอก็ใช้ความชอบของตนเองเป็นเกณฑ์การตัดสิน)  นอกจากนั้นแล้วเธอยังต้องคิดให้รอบคอบว่า คนที่มาเดินตลาดจะอยากซื้อสินค้าประเภทไหนบ้าง ตลาดนัดจำเป็นต้องจัดแบ่งประเภทร้านค้าให้ดีด้วย 

Popmarket04.jpg

ภรณ์พัทธ์บอกกับเราว่าการทำแบรนด์ดิ้งและการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น มีผลมากต่อการตัดสินใจเลือกร้านของ The Great Outdoor Market เพราะองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดได้  และจากประสบการณ์การจัดตลาดป๊อปอัพมาหลายครั้ง ภรณ์พัทธ์จึงรู้ว่าการจัดหน้าร้านให้สวยงาม ก็มีผลกับยอดขายของแต่ละร้านอยู่ไม่น้อย “บางร้านส่งรูปสินค้ามาดูน่าสนใจมาก แต่พอมาออกร้านจริงเขากลับเอาของมาวางเฉยๆ  ไม่ได้ตกแต่งร้านอะไร  มันเลยทำให้หน้าร้านดูไม่น่าสนใจนัก  และคนที่มาเดินก็จะเดินผ่านไปเฉยๆ ค่ะ ไม่ค่อยแวะเข้าไปดูเท่าที่ควร”

Popmarket05.jpg

เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง อาหารจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดนัดป๊อปอัพจะขาดไปไม่ได้  The Great Outdoor Market ให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารมาออกร้านไม่แพ้กับการเลือกสินค้าประเภทอื่นๆ โดยที่ผ่านมาจะเลือกอาหารที่สามารถรับประทานได้ง่ายระหว่างการเดินซื้อของ (หรือแฮงก์เอ๊าท์ภายในงาน) หัวใจคือแต่ละร้านจะต้องนำเสนออาหารที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อสร้างตัวเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า นอกจากนั้น ยังจะต้องมีความสดใหม่น่าสนใจ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาไม่สามารถไปหาทานจากที่อื่นได้ง่ายๆ  ภรณ์พัทธ์ให้ความเห็นในส่วนนี้ว่า ปัจจุบันนี้มีร้านขายอาหารให้ตลาดป๊อปอัพให้เลือกเป็นจำนวนมาก  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหลายเท่าตัว ซึ่งหลายร้านก็ขายอาหารและเครื่องดื่มที่คล้ายกัน ดังนั้นการมีเมนูไฮไลท์หรือมีจุดเด่นเฉพาะบางอย่าง ก็จะเป็นตัวตัดสินที่ทำให้ร้านค้าเหล่านั้นได้รับการคัดเลือก

Popmarket06.jpg

Artbox - เอ็กซิบิชั่นมาร์เก็ตในตู้คอนเทนเนอร์ เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่โดยเฉพาะ


Artbox คือตลาดป๊อปอัพในตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา (2558) โดยเข้ายึดพื้นที่สนามหญ้าของสถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสันเป็นการชั่วคราว หลังจากนั้นก็ย้ายสถานที่จัดงานไปตามที่ต่างๆ อาทิ ลานโล่งหลังศูนย์ประชุมสิริกิติ์, ลาน EmDistrict ข้างสวนเบญสิริฯ 

Popmarket07.jpg

สำหรับตลาด Artbox นี้  ตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นโครงสร้างร้านค้า คือจุดเด่นที่ทำให้ผู้คนจดจำงานนี้ได้ (เพราะทั้งถ่ายภาพสวยและมีประโยชน์ใช้สอยดี) นอกจากนั้นแล้ว เนื้อในของตลาดนี้ยังมีเอกลักษณ์พิเศษที่เป็น ‘ศูนย์รวมงานออกแบบฝีมือคนไทย’ เป็นแหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ อาหาร และงานคราฟท์ที่โดดเด่น   พนารัตน์ หมื่นน้อย หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Artbox เล่าว่า “ไม่ใช่แค่เราที่เลือกร้านค้า แต่ร้านค้าก็เลือกเราเหมือนกัน สินค้าและอาหารเครื่องดื่มที่เราเอาเข้ามา ก็คือสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับตลาดนี้ด้วย”

Popmarket08.jpg

ด้วยเหตุนี้ Artbox จึงพิถีพิถันกับการคัดเลือกร้านค้าเป็นพิเศษ เช่นต้องเป็นงานออกแบบฝีมือคนไทย และเป็นงานออริจินัลที่ไม่ได้ลอกเลียนใครมาเท่านั้น นอกจากนี้ โซนอาหารเครื่องดื่มก็ต้องคัดเลือกกันจากทั้งรสชาติ การแต่งร้าน และแพคเกจจิ้งที่สวยงาม โดยเจ้าของตลาดระบุว่า สินค้าประเภท ‘ไลฟ์สไตล์’ กับ ‘ศิลปะ’ ควรจะอยู่ในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน 

ในประเด็นเรื่องสถานที่ การย้ายโลเกชั่นจัดงานไปในที่ต่างๆ ก็ทำให้กลุ่มลูกค้าที่มาเดินมีความเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน โดยพนารัตน์บอกกับเราว่าโลเกชั่นแรกที่สถานีรถไฟมักกะสันนั้น Artbox มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานศิลปะเป็นหลัก ในขณะที่โลเกชั่นที่สองที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ พวกเขาอยากจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น  ส่วนโลเกชั่นล่าสุด (ที่ลาน EmDistrict)  Artbox ได้หันมาเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังทรัพย์สูงขึ้น ซึ่งจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันนี้ ก็ทำให้การเลือกร้านค้าในแต่ละโลเกชั่น จำต้องมีความแตกต่างกันไปตามโจทย์ที่ตั้งไว้ด้วย 

ทิปส์สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ในตลาดป๊อปอัพ


1) รู้จักและรู้ใจกลุ่มเป้าหมาย - ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าสินค้าของตัวเองกำลังสื่อสารกับใคร และคนเหล่านั้นมีไลฟ์สไตล์แบบไหน  ใช่กลุ่มที่มาเดินตลาดป๊อปอัพในแต่ละสถานที่หรือไม่ 
2) เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด - คนทำตลาดป๊อปอัพต่างๆ ล้วนมองหาสินค้าที่มีตัวตนชัดเจน ไม่ลอกเลียนแบบใคร  และไม่ใช่สินค้าดาดๆ ที่หาได้ทั่วไปด้วย 
3) การออกแบบภาพลักษณ์และบรรจุภัณฑ์เป็นเรื่องสำคัญ - ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม เป็นหนึ่งในเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกร้านค้า เพราะความโดดเด่นในส่วนนี้คือหัวใจที่ทำให้ตลาดป๊อปอัพต่างๆ เป็นที่จดจำได้ นอกจากนั้น
ร้านค้าที่นำดีไซน์และศิลปะมาเป็นสื่อนำเสนอ ก็มักจะทำให้สินค้า (ที่ดีอยู่แล้ว) ดูน่าสนใจขึ้นอีก และเร่งการตัดสินใจซื้อให้เร็วขึ้นได้ 
4) อย่ามองข้ามเรื่องวินโดว์ดิสเพลย์ - เมื่อได้รับคัดเลือกให้มาออกร้านแล้ว ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามเรื่องการตกแต่งร้านให้สวยงามและมีเอกลักษณ์ เพราะนี่คือแต้มต่อในการแข่งขันเรียกลูกค้า เป็นกลยุทธ์ที่ดึงคนเข้ามาชมสินค้าดีๆ ของคุณมากขึ้น

Posted on 1 December 2015

Written By
Designer & Creative

Comments


Written By
Designer & Creative
Share

Comments