คู่มือฉบับย่อสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ เมื่อต้องการใช้งานนักออกแบบแฟชั่น (Fashion Designer)

นักออกแบบแฟชั่นหรือแฟชั่นดีไซเนอร์ คือ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทางการออกแบบและสร้างสรรค์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เช่น กลุ่มเสื้อผ้าสตรี เสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าเด็ก และเสื้อผ้ากีฬา ฯลฯ เครื่องประดับ เครื่องประกอบเครื่องแต่งกาย (Accessories) เช่น กระเป๋า รองเท้า และหมวก ฯลฯ รวมไปถึงการออกแบบสิ่งทอ ลายผ้า และเนื้อผ้า ฯลฯ โดยศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัยผ้าและวัสดุที่จะนำมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าและสิ่งทอ มีความรู้และความเข้าใจในรูปร่างสรีระของร่างกายมนุษย์ โครงสร้างเสื้อผ้า (Pattern) ประวัติศาสตร์แฟชั่น และแนวโน้มทางแฟชั่น (Fashion Trend) เป็นอย่างดี โดยสามารถถ่ายทอดแรงบันดาลใจและแนวความคิดออกมาสู่ผลงานการออกแบบ ควบคุมดูแลกรรมวิธีการผลิตและการตัดเย็บให้ตรงตามแบบที่ออกแบบไว้ ให้สามารถสวมใส่ได้จริง สวยงาม และเสริมสร้างบุคลิกภาพแก่ผู้สวมใส่ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามความพอใจของกลุ่มลูกค้า อีกทั้งยังสามารถให้คำแนะนำในเรื่องการแต่งกาย การแก้ไขข้อบกพร่องของรูปร่างในแต่ละบุคคลได้

Fashion01.jpg

ประโยชน์ของการว่าจ้างนักออกแบบแฟชั่น

1. นักออกแบบแฟชั่น เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการออกแบบแฟชั่นเป็นอย่างดี จนเกิดความชำนาญและเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทำให้สามารถลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในกระบวนการออกแบบและการผลิต ซึ่งส่งผลต่อการลดต้นทุนในกระบวนการผลิต ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น 
2. นักออกแบบแฟชั่น เป็นผู้ที่รู้จักสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว และมีความเข้าใจในสรีระร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบและถ่ายทอดสู่แนวความคิดในการออกแบบแฟชั่น เกิดเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายใหม่ๆที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค และสร้างโอกาสทางการตลาดให้เพิ่มขึ้น 
3. นักออกแบบแฟชั่น เป็นผู้ที่ติดตามแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวของงานออกแบบแฟชั่นและงานออกแบบแขนงอื่นๆอยู่เสมอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและต่อไปยังอนาคต เพื่อศึกษาและพัฒนาสินค้าที่ออกแบบให้โดดเด่น แตกต่าง สร้างคุณค่าและมูลค่าเหนือกว่าคู่แข่ง 
4. นักออกแบบแฟชั่น เป็นผู้ที่เข้าใจสภาพแวดล้อมทางสังคม และความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค เพื่อให้การออกแบบสามารถตอบสนองความต้องการและจุดประสงค์ของกลุ่มผู้บริโภคนั้นๆ สามารถช่วยเสนอแนะและให้ข้อคิดเห็นแก่ผู้ประกอบการที่ว่าจ้าง เพื่อการตัดสินใจในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อยุติหรือข้อสรุปในทิศทางการออกแบบได้


Fashion02.jpg

ขั้นตอนการคัดเลือกนักออกแบบแฟชั่น เพื่อการว่าจ้าง

1. ค้นหารายชื่อนักออกแบบ ตามจุดประสงค์ของการว่าจ้างที่กำหนดไว้ จากหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการในด้านนี้ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรมส่งเสริมการส่งออก บริษัทจัดหางาน บุคคลที่ทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้อง และตามเว็บไซต์ต่างๆที่เชื่อถือได้ในอินเตอร์เน็ต 
2. จัดเตรียมรายละเอียดและข้อมูลของงานออกแบบที่ต้องการว่าจ้างนักออกแบบแฟชั่นให้เรียบร้อย เพื่อใช้ในการพูดคุยรายละเอียดเบื้องต้น 
3. ให้ติดต่อเชิญนักออกแบบเข้ามาพูดคุยและแนะนำตัว พร้อมชี้แจงเกณฑ์การคัดเลือกนักออกแบบที่ชัดเจนแก่นักออกแบบ โดยพิจารณาจากผลงานในแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ความรู้และความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน ทัศนคติและความพร้อมในการทำงานเป็นหลัก นักออกแบบแฟชั่นที่ดี ต้องสามารถนำเสนอข้อมูลทางการออกแบบที่ตนเองออกแบบได้ตรงตามจุดประสงค์ของโจทย์หรือผู้ว่าจ้าง เขียนรายละเอียด Tech Pack ของเสื้อผ้าได้ มีความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดีในเรื่องการใช้ผ้าและวัสดุ 
Tech Pack คือ ใบแสดงรายละเอียดของเสื้อผ้าอย่างละเอียดและชัดเจน เพื่อส่งงานต่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต เช่น ช่างทำแพทเทิร์น ช่างตัดเย็บ ซัพพลายเออร์ (Supplier) ฯลฯ ซึ่งประกอบด้วย
- ภาพวาดแบบแบน (Flat Drawing/Technical Drawing) ของเสื้อผ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และภาพรายละเอียดเฉพาะแปลกไปจากรายละเอียดปกติ เช่น เส้นตะเข็บคู่ กุ๊นเข้าถ้ำ ฯลฯ
- รายละเอียดสัดส่วนของเสื้อผ้าและรายละเอียดการตัดเย็บ
- ชื่อผ้า พร้อมตัวอย่างผ้า รวมถึงวัสดุอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ซิป กระดุม ฯลฯ
- อาร์ตเวิร์กลายผ้า รายละเอียดตกแต่ง และป้ายต่างๆ (Label)
- รายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ (Packaging instructions)
4. ผู้ว่าจ้างให้ข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจที่ต้องการว่าจ้างนักออกแบบให้ทำงาน ได้แก่ ข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการให้ออกแบบ รายละเอียดของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ขนาดและรูปแบบของธุรกิจ ข้อมูลทางการตลาดเบื้องต้น จุดประสงค์และเหตุผลที่ต้องการว่าจ้าง สิ่งที่ต้องการจะได้รับ แนวคิดหรือแรงบันดาลใจอื่นๆ ฯลฯ แก่นักออกแบบที่ถูกว่าจ้าง โดยทั้งฝ่ายผู้ว่าจ้างและฝ่ายนักออกแบบที่ถูกว่าจ้างควรต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันในข้อมูลนี้ก่อน
5. ผู้ว่าจ้างให้รายละเอียดของงานที่ว่าจ้างหรือใบสั่งงาน (Brief) แก่นักออกแบบ โดยรายละเอียดของงานที่ว่าจ้าง ควรระบุความเป็นมาของการดำเนินธุรกิจของผู้ว่าจ้างพอสังเขป วัตถุประสงค์ของงานออกแบบ ขอบเขตและข้อจำกัดของงานออกแบบ โอกาสหรือฤดูกาลที่ต้องการใช้งาน กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตลาดเป้าหมาย ผ้าหรือวัสดุที่ต้องการใช้ ราคา งบประมาณ ผลลัพธ์ที่ต้องการ เงื่อนไขของลิขสิทธิ์ในงานออกแบบ และรายละเอียดการส่งมอบงาน 
6. ให้นักออกแบบนำเสนอแนวคิดในการออกแบบตามรายละเอียดของงานที่ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะพิจารณาคัดเลือกนักออกแบบที่เหมาะสมจากการนำเสนอผลงานตามเกณฑ์ที่เคยชี้แจงไปแล้ว ด้วยความเป็นธรรม
7. ตกลงทำความเข้าใจกับนักออกแบบที่คัดเลือกแล้วเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับสัญญาข้อตกลงในการทำงาน การส่งมอบงาน และค่าใช้จ่ายต่างๆ
8. ทำสัญญาว่าจ้าง


Fashion03.jpg

การคิดอัตราค่าบริการสำหรับการออกแบบแฟชั่น

การคิดอัตราค่าบริการสำหรับการออกแบบแฟชั่น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชื่อเสียง ความรู้ความสามารถประสบการณ์การทำงานของนักออกแบบ และระดับความยากง่ายของงานออกแบบ ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย นั่นคือ ผู้ว่าจ้างและนักออกแบบ โดยอัตราค่าบริการนั้นคำนวณจาก

1. ค่าออกแบบ ประเมินจากขั้นตอนการทำงาน รายละเอียดความยากง่ายของชิ้นงานออกแบบ นักออกแบบสามารถนำเสนอแยกให้เห็นเป็นขั้นตอนหรือรวมเป็นราคาเดียวมาก็ได้

2. ค่าดูแลการผลิต สามารถคิดเพิ่มเติมจากค่าออกแบบ สำหรับงานออกแบบที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องให้นักออกแบบชี้แจงเพิ่มเติมแก่ฝ่ายผลิต เพื่อให้ผลงานออกแบบผลิตออกมาตรงตามที่ต้องการให้มากที่สุด

3. ค่าลิขสิทธิ์ของงานออกแบบ (ถ้ามี) สามารถคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายสินค้านั้นหรือตามข้อตกลงกันระหว่างผู้ว่าจ้างและนักออกแบบก็ได้

4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง (ถ้ามี) 


Fashion04.jpg


ขั้นตอนการทำงานของนักออกแบบแฟชั่น

1. เริ่มต้นหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ รวบรวมความคิดจากข้อมูลและรายละเอียดงานของผู้ว่าจ้าง 
2. ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ เช่น แรงบันดาลใจ แนวโน้มแฟชั่น กลุ่มลูกค้า วัสดุ กระบวนการผลิต และรูปแบบของงานออกแบบ เพื่อถ่ายทอดแนวความคิดสู่งานออกแบบและวางแผนการทำงาน
3. ลงมือร่างแบบภายในกรอบแนวความคิดหรือจุดประสงค์ที่วางไว้ ลงสีตามจริง พร้อมตัวอย่างผ้าและวัสดุที่เลือกใช้ 
4. นำเสนอผลงานแก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาแก้ไข 
5. เมื่อผลงานผ่านการพิจารณาและแก้ไขแล้ว ให้ส่งแบบร่างที่สมบูรณ์ พร้อมเขียน Tech Pack อธิบายรายละเอียดของแบบเสื้อผ้าอย่างถูกต้องและชัดเจน เพื่อส่งต่อให้ช่างตัดเย็บเป็นชุดต้นแบบ (Prototype)
6. เมื่อชุดต้นแบบแล้วเสร็จ ให้นางแบบทดลองสวมชุด ต่อหน้าผู้ว่าจ้างและนักออกแบบ โดยนักออกแบบจะพิจารณาปรับแก้ข้อบกพร่องของชุดต้นแบบตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง และให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมแก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ได้ชุดที่สวยงาม เหมาะสมและตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้างมากที่สุด
7. เมื่อผู้ว่าจ้างเห็นชอบแล้ว นักออกแบบจะประสานงานส่งต่อชุดต้นแบบที่แก้ไขแล้วแก่ช่างตัดเย็บ เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงต่อไป




อ้างอิง
TCDC CONNECT
prospects UK
jobnorththailand
blog.styleapple
mytopbusinessideas
seattlefashionincubator
flickr creativecommons

Posted on 19 November 2015

Written By
Designer & Creative

  • Thailand

Comments


Written By
Designer & Creative
  • Thailand

  • About the article
    9 3,699

Share

Comments