น้ำอบ นักเล่าเรื่องผ่านภาพคอลลาจ

thomthong01.jpg

จากภาพผลงานดิจิทัลคอลลาจที่เล่าเรื่องด้วยภาพขาว-ดำไว้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยคอนเซปต์ของการผสมผสานของหลายๆ องค์ประกอบที่ดูขัดแย้งแต่ก็รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน เสน่ห์ของผลงานนี้ทำให้เราสนใจเจ้าของผู้สร้างสรรค์อย่าง น้ำอบ ถมทอง ไชยจินดา อาร์ท ไดเรกเตอร์แห่ง Central Embassy จบการศึกษาจากภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่คุณพ่อเป็นสถาปนิกและศิลปินวาดภาพ ทำให้น้ำอบซึมซับความเป็นศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ในขณะที่เด็กๆ ในวัยเดียวกันนั้นตื่นเต้นกับการวาดการ์ตูนตัวโปรด น้ำอบกลับชื่นชอบที่จะตัดกระดาษมาคอลลาจ ปะติดตัวอักษรหรือเท็กซ์เจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยมีนิตยสารของคุณแม่ที่สั่งรับไว้เป็นแหล่งวัสดุสำคัญ น้ำอบกล่าวว่าการทำคอลลาจคือวิธีการฝึกมุมมองและได้แนวคิดและเรื่องการจัดวางในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากการวาดภาพ (composition) ที่ส่งผลมาถึงการทำงานในมหาวิทยาลัย น้ำอบเลือกใช้เทคนิคการคอลลาจมาทำตามโจทย์ที่อาจารย์ให้มา โดยรู้สึกสนุกและลงมือทำอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับน้ำอบแล้ว ความหมายของงานคอลลาจคือการผสมผสานแหล่งข้อมูลที่ไม่เข้ากันมาประกอบเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการวางตำแหน่งและการเล่าเรื่องผ่านภาพ มีตัวละคร สถานที่ มีชิ้นงานบางอย่างที่สื่อถึงความหมายของแนวคิด โดยที่มองเห็นภาพรวมแล้วสามารถเข้าใจได้ทันที

thomthong02.jpg

องค์ประกอบแบบไทยคือแรงบันดาลใจสำคัญ

แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังผลงานของน้ำอบคือเรื่องขององค์ประกอบแบบไทยๆ ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบชุดตัวอักษร (งานตอนเรียน) ที่น้ำอบค้นหาแรงบันดาลใจจากความชอบที่มีต่อเครื่องแขวนดอกไม้ นำฟอร์มการร้อยเรียงเครื่องแขวนมาคลี่คลายให้กลายเป็นตัวอักษรขึ้นมา และยังคงนำเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมมาเป็นต้นทุนทางความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างสม่ำเสมอ 

“วัฒนธรรมเป็นรากของเรา แม้ว่าเราจะได้รับอิทธิพลจากตะวันตกผ่านเทคโนโลยีหรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เราเป็นจริงๆ นั้นคือหัวใจในการเล่าเรื่องของนักออกแบบไทยในยุคใหม่ อีกส่วนหนึ่งที่ช่วยปลูกฝังคือครอบครัว ที่ตอนเด็กจะถูกพาไปงานที่มีกิจกรรมหรือเวิร์กช้อปเช่น การปั้นดินแบบไทยๆ เราไม่รู้ตัวว่าเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลจนกว่าได้ทำงาน สิ่งที่สะสมไว้จะถูกนำมาใช้ในงานของเรา”

thomthong03.jpg

ความแตกต่างระหว่างการทำงานเชิงพาณิชย์ (Commercial) กับงานทดลอง (Experimental)

น้ำอบเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างโลกของการออกแบบให้กับองค์กร และการหมั่นผลิตงานทดลองของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการทำทั้งสองสิ่งนี้ให้อยู่ในระดับดีมากได้นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย และสำหรับน้ำอบเองก็สามารถจัดการโลกสองใบนี้ได้เป็นอย่างดี
 
“งานทดลองเป็นงานที่ตอบความต้องการของตัวเองในแบบเกือบจะ 100% ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร งานอดิเรกที่ชอบทำก็เป็นการตอบสนองทางเรื่องจิตใจ แต่คอมเมอร์เชียลคือเราต้องขายของ ซึ่งเราสนุกทั้งสองแบบ ความท้าทายของงานคอมเมอเชียลคือการมองโจทย์ให้เป็นเรื่องสนุก ทำให้ถึงเป้าหมายที่โจทย์ต้องการตั้งไว้ให้ได้ ซึ่งการที่เรายอมรับความเป็นคอมเมอเชียลเข้ามาไม่ได้ลดทอนตัวตนของเรา ถ้าเราหมั่นให้เวลากับความชอบส่วนตัว งานอดิเรกที่เราทำมากพอ”

thomthong04.jpg

ความสำคัญของการสะสมแรงบันดาลใจที่ส่งผลต่อความคิดของนักออกแบบ

“เพราะว่าเราทำงานกับการสื่อสารกับผู้คน การออกไปเจอสังคม การได้สังเกตเห็นคนรอบข้าง เช่น คุณลุงคุณป้า สังเกตว่าเขาทำอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร มีความสนใจในเรื่องอะไร ทำให้เวลาที่เราได้โจทย์มาเราจะมองโจทย์นั้นได้กลมมากขึ้น มองเห็นมิติที่หลากหลายมากขึ้น คือไม่ได้มองจากตัวเราที่อายุเท่านี้ แต่เราจะเห็นในสิ่งที่เราเคยไปพบเจอมา เห็นการใช้ชีวิต ดังนั้นถ้าหากเรายังทำงานในการสื่อสารกับคนอยู่ เราจะไม่สามารถเลือกที่จะปลีกวิเวกไม่สนใจคนอื่นๆ ได้เลย”

thomthong05.jpg

About her

วัสดุที่เลือกใช้

ชอบไปเดินแถวเมืองเก่า อาจเป็นเพราะเรียนที่วังท่าพระ เลยมีความคุ้นชินและอินกับสถานที่บริเวณนั้น สนุกๆ คือการเดินสำเพ็ง มักจะมีวัสดุที่น่าสนใจอย่างเช่นเสื่อน้ำมัน ผ้าใบสีๆ เวลาที่จับมาทำคอลลาจกับภาพในนิตยสาร ผลลัพธ์ที่ได้เลยดูเป็นการผสมผสานวัสดุจากหลากหลายที่มา เกิดความสนุกตอนที่ได้ลงมือทำ 

หนังสือและนิตยสารที่อ่าน

หนังสือ –  เรื่องสั้นทั่วไปของสำนักพิมพ์ Openworlds, Typhoon studio ที่ชื่นชอบจะเป็นของ รงค์ วงศ์สวรรค์ เพราะชอบการใช้ภาษา มีความหลากหลายของเรื่องของของชีวิต เช่น การทำอาหาร วิธีการมองโลก 
นิตยสาร – จริงๆ อ่านนิตยสารทั่วไปอยู่ตลอด สลับกันบ้าง ยืนอ่านตามชั้นหนังสือ ทั้งนิตยสารของไทยและของเมืองนอก แต่ถ้าชอบที่สุดคงจะเป็น The Gentlewomen ชอบเพราะเวลาเปิดอ่านแล้วรู้สึกมีพลังมาก อาจเป็นเพราะคอนเทนต์ และเลย์เอ้าท์สวย รูปสวย และวิธีการนำเสนอโดยรวมดูน่าสนใจ อีกเล่มคือ The Jam Factory ที่เป็นนิตยสารแจกฟรี

Fanpage 
ชอบอ่านแฟนเพจที่ตามกดไลค์ในเฟซบุ้ค เวลาคิดอะไรไม่ออกชอบเข้าไปอ่านเพลินๆ ทั้งกึ่งสาระและไร้สาระไปในตัว ไปดูว่าเขาทำอะไรกัน คิดอะไรอยู่ ประเด็นในสังคมตอนนี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไร ที่ชอบอ่านบ่อยๆ คือเพจ “เปลี่ยนปก” เป็นบทความรีวิวหนังสือสั้นๆ อ่านแล้วเพลินดี


View_profile.jpg


Posted on 30 October 2015

Written By
Designer & Creative

Comments


Written By
Designer & Creative
Share

Comments