รองเท้า “ผ้าไหม” นันยาง ดึงความคลาสสิคผสานเสน่ห์ผ้าไทย

Nanyang 1.jpg



รองเท้าผ้าใบพื้นเขียวที่กลายเป็นตำนานคู่เด็กประถมไปจนถึงมัธยมคงหนีไม่พ้น “รองเท้าผ้าใบนันยาง” ที่ใส่เรียนก็เก๋ ใส่เล่นก็โก๋ แถมทุกครั้งที่ใส่เล่นกีฬาก็มีเสียง “เอี๊ยด เอี๊ยด” ของพื้นยางรองเท้าที่เสียดสีกับพื้นสนามกีฬา ส่วนรูปแบบของรองเท้าก็เปลี่ยนลุคตามยุคสมัยแต่ยังคงถูกระเบียบเต็มร้อยชนิดใส่เข้าโรงเรียนก็ไม่มีฝ่ายปกครองเรียกตรวจ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่รองเท้ามานานแสนนาน คือพื้นรองเท้าสีเขียวที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าผ้าใบนันยาง ผลิตจากยางพาราธรรมชาติแท้ 100% พร้อมสโลแกนติดหูกับ “นันยาง ทุกก้าวคือตำนาน”


ที่มาของยางพื้นเขียว

หลังกลับจากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2512 เพียรศักดิ์ ซอโสตถิกุล บุตรชายนายห้างวิชัย ซอโสตถิกุล ผู้ก่อตั้งบริษัทนันยาง ต้องการพัฒนารองเท้าให้เหมาะกับการเล่นกีฬาโดยเฉพาะกีฬาแบดมินตันที่ตนเองชื่นชอบ เขานำรองเท้าผ้าใบรุ่น 205 มาปรับรูปแบบเปลี่ยนพื้นยางเป็นสีเขียวผลิตเป็นรองเท้าผ้าใบนันยางรุ่น 205 S ฉีกรูปแบบสีพื้นรองเท้าจากท้องตลาด นันยางรุ่น 205 S เป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬาแบดมินตันและกลายเป็นขวัญใจคู่ใหม่ของนักเรียนไทยจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นออกสินค้าพื้นเขียวมาแข่งในท้องตลาด แต่เอกลักษณ์รองเท้าพื้นเขียวที่เป็น “ต้นตำรับ” ยังคงผูกติดไว้กับแบรนด์อันเป็นจุดขายและจุดแข็งที่เหนียวแน่น ส่งผลให้รองเท้าผ้าใบนันยางได้รับรางวัล Another Design Award 2007 ประเภท Classic Product อันเป็นการตอกย้ำถึงสินค้าคุณภาพที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน


get.jpg

จากผ้าใบสู่ผ้าไหม

ล่าสุดกับการนำ “ผ้าไหมยกดอก” หนึ่งในเอกลักษณ์การทอผ้าไหมจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาผสมผสานกับรูปแบบคลาสสิคของรองเท้าผ้าใบเกิดเป็นคอลเลคชั่น “รองเท้าผ้าไหมนันยาง” สร้างสรรค์โดย “ก้อย นันทิรัตน์ สุวรรณเขต” นักออกแบบเสื้อผ้าที่ปักธงสร้างแบรนด์ “Koi Suwannagate” ได้สำเร็จในประเทศสหรัฐอเมริกา ก้อย นันทิรัตน์ นำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของการทอผ้าไหมแบบยกดอกผสมผสานกับการจับคู่สีโทนพลาสเทล ชวนให้ใครหลายคนอยากกลับมาสวมใส่รองเท้านันยางอีกครั้ง คอลเลคชั่น “รองเท้าผ้าไหมนันยาง” เปิดตัวครั้งแรก ณ วังปารุสกวัน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ในงาน “วิถีไทย เทิดไท้ราชินี” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เดิมวางแผนผลิตสำหรับใส่เดินแฟชั่นโชว์และจัดแสดงเท่านั้น แต่แฟนคลับนันยางเรียกร้องให้ผลิตรุ่นพิเศษเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตัดสินใจผลิตเพิ่มมาอีก 40 คู่สำหรับนักสะสมเท่านั้น สนนราคาคู่ละ 3,800 บาท และขายหมดในเวลาเพียงแค่ 2 วัน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์นันยางแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ รองเท้าผ้าใบนันยาง รองเท้าฟองน้ำตราช้างดาว และถุงเท้านักเรียน ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี เริ่มต้นจากการนำสินค้าเข้าจากประเทศสิงคโปร์สู่การตั้งโรงงานผลิตเองในประเทศไทย แบรนด์ “นันยาง” มาจากภาษาจีนกลาง “หนัน หยาง” แปลว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้คนไทยเรียกง่ายจำง่าย โดยมีคำว่า “ยาง” ผสมอยู่ในชื่อของแบรนด์เพื่อตอกย้ำกระบวนการผลิตจากยางพาราธรรมชาติแท้ พร้อมการันตีคุณภาพว่าใส่เดินได้มากกว่า “หนึ่งล้านก้าว”

 
อ้างอิง : Nanyang, Nanyang Fan Page





Posted on 24 September 2015

Written By
Designer & Creative
Share

Comments