สานฝันการท่องเที่ยว จากนางฟ้าติดปีก สถาปนิก สู่เจ้าของ Analog Hostel สุดชิค

ใครจะรู้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวสไตล์แบคแพคที่เข้าถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น วัฒธรรมและศิลปะที่อยู่รอบตัวจะกลายเป็นต้นตอแรงบันดาลใจให้คนหนึ่งคนหันมาสร้างธุรกิจในฝัน มานิตา อักษรกุล คือหนึ่งในนั้นที่ค่อยๆสานฝันทีละเล็กทีละน้อย ก่อรูปสร้างร่างกลายเป็น Analog Hostel โฮสเทลเล็กๆที่แสนอบอุ่นในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31

Analog-Hostel-1.jpg


เส้นทางธุรกิจจากนักศึกษา นางฟ้าติดปีก และสถาปนิก

มานิตาจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ในช่วงวัยนักศึกษา ชีวิตของเธอผูกพันกับการเดินทางมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเซอร์เวย์หาสถานที่เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับชาวชุมชน ออกค่ายศิลปะ การรับน้องคณะ การรับน้องภาควิชา แทบทุกทริปจะต้องมีเธอร่วมแจมโดยตลอด หลังจบการศึกษา แทนที่เธอจะหันหน้าเดินเข้าบริษัทสถาปนิกตามดีกรีที่ได้มา เธอกลับตั้งคำถามว่า “จะมีงานไหนที่เปิดโอกาสให้เธอได้เดินทางท่องเที่ยวมากๆและมีรายได้ควบคู่ไปด้วย ?” และคำตอบที่ได้ในวันนั้น ทำให้เธอตัดสินใจสมัครสอบเป็นแอร์โฮสแตสที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ก่อนย้ายไปอยู่ที่สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ทั้งสองสายการบินเปิดโอกาสให้เธอได้ท่องเที่ยวตามฝัน ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง พร้อมวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น หลังจากท่องเที่ยวพร้อมเดินทางมาได้ 5 ปีเธอตัดสินใจหยุดอาชีพนี้ เพราะเส้นทางการบินเป็นเส้นทางเดิม งานที่ทำเริ่มมีความจำเจ ซ้ำๆ ไม่ท้าทายอีกต่อไป อีกทั้งค่าดูแลรักษาตัวเองก็เยอะเพราะเป็นอาชีพที่นอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย ทำงานหนักแข่งกับเวลาสูง


เธอตัดสินใจนำความรู้ที่ได้เรียนมาสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งสถาปนิกที่ Green Space ณ ที่นั่น เธอได้ใช้ประสบการณ์จากการท่องเที่ยวมาผสมผสานกับแนวคิดในงานออกแบบ แถมยังเปิดโอกาสให้เธอได้เดินทางอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการทำงานที่ประเทศอินเดียกว่า 1 ปีในอาชีพสถาปนิกกับโครงการร่วมมือระหว่างบริษัท Green Space และบริษัทในอินเดีย เธอทำงานที่ Green Space เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทสถาปนิก Gravity Architect แม้จะดูเหมือนว่าเธอประสบความสำเร็จแล้ว แต่ฝันของมานิตาไม่ได้หยุดที่ตรงนั้น เธอสังเกตว่า โครงการที่ตัวเองชื่นชอบออกแบบเป็นพิเศษจะเป็นโครงการโรงแรม รีสอร์ท ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางอยู่ดี ด้วยเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจหยิบธุรกิจในฝันสร้างโฮสเทลเล็กๆภายใต้ชื่อ Analog Hostel


4.JPG


ทำไมถึงเป็นโฮสเทลมากกว่าโรงแรม

ด้วยความที่มานิตาเป็นนักท่องเที่ยวสไตล์แบคแพค ทุกปีเธอจะปลีกตัวเดินทางท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 1 เดือน และโฮสเทลคือสถานที่พักที่เธอเลือกใช้โดยตลอด เสน่ห์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ดูแลตัวเองได้ มีแผนการเดินทางแบบหลวมๆ ชอบการพูดคุยพบปะเพื่อนใหม่ เรียนรู้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมากกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแพคเกจทัวร์ ด้วยเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจเปิดโฮสเตลแทนการเปิดโรงแรม เพราะมันสอดคล้องกับรูปแบบการเดินทางของเธอ อีกทั้งโฮสเตลใช้งบลงทุนไม่มากนัก ทำ Marketing ง่ายกว่า ที่สำคัญเธอสามารถดูแลลูกค้าที่เข้าพักได้ด้วยตนเอง เรียกง่ายๆว่า ถูกจริตกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง 

เอกลักษณ์ของ Analog Hostel

เธอนำความชอบสไตล์ Retro มาเป็นธีมหลักในงานออกแบบ เฟอร์นิเจอร์บางตัวก็เป็นหนึ่งในของสะสมของเธอ ภายในพื้นที่นอกจากมอเตอร์ไซค์คันโก๋ตั้งสวยงามภายในห้องโถงส่วนต้อนรับแล้ว เครื่องเล่นเพลง แผ่นเสียง วิทยุ หรือแม้กระทั่งสไตล์ของเพลงก็อยู่ในยุค Retro สอดคล้องกับการตกแต่งภายในด้วย นอกจากงานออกแบบตกแต่งแล้ว สถานที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของโฮสเตลแห่งนี้เพราะเป็นระยะที่สามารถเดินได้จาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ และอโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิท และท้ายที่สุดคือพนักงานภายในโรงแรมที่พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด แชร์เรื่องท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศภายในพื้นที่ให้เหมือนบ้านเพื่อนมากกว่าโรงแรม


11138099_514719542012803_1239295308542724372_n.jpg

การแบ่งพื้นที่ภายใน Analog Hostel

โครงสร้างเดิมของ Analog Hostel เป็นทาว์นเฮ้าส์เนื้อที่ใช้สอยประมาณ 500 ตารางเมตร ก่อนถูกปรับเปลี่ยนเป็นโฮสเทลที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ 1) ส่วนต้อนรับ เป็นห้องโถงเปิดโล่งชั้นล่าง 2) พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณชั้นลอย เป็นห้องนั่งเล่นและแคนทีน เหมือนจุดพักผ่อนพูดคุยของแขกที่เข้าพัก 3) ส่วนห้องพัก สามารถรองรับแขกได้ทั้งสิ้น 44 ท่าน มีทั้งแบบห้องพักรวมและห้องพักนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม แต่ละห้องจุได้ประมาณ 4-8 ท่าน ในส่วนของห้องน้ำจะเป็นลักษณะใช้ร่วมกันมีให้บริการทุกชั้น ทั้งหมดนี้ใช้พนักงานรวมทั้งสิ้นเพียงแค่ 4 ท่านเท่านั้น


analog 00.jpg

มองกลุ่มลูกค้าใดเป็นหลัก

มานิตาออกแบบโฮสเทลเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายวัยมัธยมปลายจนถึงวัยทำงาน 35 ปี ที่เป็นนักเดินทางสไตล์แบคแพค ชื่นชอบการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น นักเดินทางที่เข้าพักมีทั้งชาวเอเชีย (เกาหลี ไต้หวัน และจีน) และนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก (สแกนดิเนเวีย ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ) ในอัตราส่วนเท่ากัน ส่วนพฤติกรรมการเข้าพัก เธอพบว่า นักท่องเที่ยวชาวเอเชียมักนิยมเลือกห้องพักแบบกลุ่มเพื่ออยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่ส่วนใหญ่จะพักแบบห้องรวมมากกว่า

11828582_531576396993784_1865065357286639578_n.jpg

อะไรคือเครื่องมือทางการตลาดที่จำเป็นในการเปิดโฮสเตล

เพื่อให้โฮสเทลเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากและรวดเร็วที่สุด มานิตาเลือกใช้ OTA (Online Travel Agency) เช่น agoda.com booking.com hostelworld.com tripadvisor.com เร็วๆนี้จะมีอีกหนึ่งช่องทางคือ airbnb.com สาเหตุที่เลือกใช้ช่องทางนี้เพราะ แขกที่เข้าพักส่วนใหญ่จะพาห้องพักทางอินเทอร์เน็ทด้วยตนเอง ดังนั้นการเลือกใช้ OTA จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึง Analog Hostel มากกว่าการทำการตลาดด้วยตนเองทั้งหมด นอกจากนี้ มานิตายังเปิด Facebook AnalogHostelBKK เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อสื่อสารด้วย ทุกวันนี้ Online Business จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในเวลารวดเร็ว ประหยัด และสามารถสื่อสารพูดคุยกับได้ทันทีแบบ Real Time

ถ้าคิดจะเปิดโฮสเทล อะไรที่ไม่สามารถมองข้ามได้

มานิตากล่าาว่า “สถานที่ตั้ง” ถือเป็นจุดสำคัญที่สุดในการเปิดธุรกิจโฮสเทล โดยเฉพาะเส้นทางตามแนวรถไฟฟ้าแบบเดินถึง เช่น สถานที่ตั้งของ Analog Hostel อยู่ย่านใจกลางเมืองสุขุมวิท 31 ระหว่าง BTS สถานีพร้อมพงษ์ และอโศก อย่าลืมว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีงบประมาณในการท่องเที่ยวจำกัด ดังนั้นการตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะช่วยให้เขาเดินทางง่าย ประหยัดเงิน โดยไม่ต้องพึ่งพารถแท็กซี่หรือรถสามล้อ นอกจากนี้ “งานบริการ” ทั้งในส่วนของการดูแลพื้นที่ให้สะอาดเรียบร้อย ความปลอดภัยในเรื่องทรัพย์สิน การเตรียม Locker สำหรับเก็บสัมภาระส่วนตัว หรือบริการรับฝากกระเป๋าในกรณีที่แขกเดินทางไปต่างจังหวัดระยะสั้น เป็นสิ่งที่คนทำโฮสเทลไม่สามารถมองข้ามได้


5.JPG

มีวิธีรับมืออย่างไรกับเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ

มานิตากล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวยกเลิกห้องพักที่จองไว้ เธอพบว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียส่วนใหญ่จะตื่นตระหนกมากกว่า มีทั้ง Check Out และ Cancel ห้องพักทันที แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจะเป็นมาในรูปแบบการสอบถามข้อมูล การแชร์ประสบการณ์ ดังนั้นหน้าที่ของเราคือการติดตามข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารพร้อมทั้งอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริงอย่างตรงไปตรงมา


ก่อนจากกัน มานิตาฝากข้อคิดในการทำธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ เธอกล่าวว่า ธุรกิจในฝัน ไม่ใช่แค่ฝันอย่างเดียว แต่เราจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองตั้งใจทำด้วย ดังนั้นการหาข้อมูลข่าวสาร การเข้าไปคลุกคลีกับมัน เป็นสิ่งจำเป็นที่นักวาดฝันจะต้องรู้ให้จริง รู้ให้ลึกก่อนลงมือทำ เพราะความฝันอย่างเดียวมันช่วยอะไรไม่ได้เยอะ นอกจากนี้ เราจะต้องมีความรัก + ความชอบ ในสิ่งที่ฝันด้วย เพราะนั่นจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดธุรกิจในฝันที่ประสบความสำเร็จ และที่ขาดไม่ได้คือ จะต้องมีที่ปรึกษาที่ดี ที่ช่วยมองมุมต่าง แชร์แนวคิด และพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ และนี่คือเรื่องราวของ Analog Hostel กับมานิตา อักษรกุล โฮสเตลสุดชิคที่สานฝันจากสิ่งที่รักปั้นธุรกิจให้เป็นจริง

analog 2.jpg



ที่มา
Analog Hostel
facebook.com/AnalogHostelBKK

เครดิตภาพ
Analog Hostel
facebook.com/AnalogHostelBKK
Posted on 24 August 2015

Written By
Designer & Creative
Share

Comments