จับตา 6 สตาร์ทอัพไทยจากงาน DTAC Accelerate

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าธุรกิจสตาร์ทอัพจะต้องเป็นพวกแอพมือถือ เว็บไซต์ หรือพวกเกมส์ไฮเทคเท่านั้น แต่ความจริงแล้วธุรกิจในรูปแบบสตาร์ทอัพสามารถจะเป็นอะไรก็ได้ อาจจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ หรือกลุ่มงานบริการ ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับส่งเอกสาร ธุรกิจบริการการท่องเที่ยว โดยธุรกิจเหล่านี้อาจมีการใช้แอพหรือเว็บเป็นสื่อ (หรือเครื่องมือ) ในการประกอบธุรกิจเท่านั้นเอง 
นอกจากนี้ธุรกิจสตาร์ทอัพก็ไม่จำเป็นต้องมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคทั่วไปเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้าองค์กรหรือภาครัฐก็ได้เช่นกัน 


6finalists.JPG


ตัวอย่างล่าสุดจากเวทีการประกวด ‘DTAC Accelerate’ เราได้รู้จักกับ 6 สตาร์ทอัพหน้าใหม่ ที่สะท้อนถึงความหลากหลายของวงการนี้ได้อย่างชัดเจน  สามรายจากหกนี้ปลุกปั้นธุรกิจขึ้นเพื่อจับตลาดองค์กรโดยเฉพาะ อาทิ บริการรับส่งเอกสารและพัสดุ บริการจัดส่งสินค้า และธุรกิจด้านการซื้อขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนอีกสามรายนั้นก็พัฒนาผลงานเพื่อตอบโจทย์ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การทำอุปกรณ์ช่วยดูแลแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกร  ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวแนวใหม่ และสุดท้ายคือตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งขจัดระบบนายหน้าออกไป  วันนี้ TCDCCONNECT อยากแนะนำให้คุณได้รู้จักกับพวกเขาอย่างสั้นๆ  

Skootar 

เริ่มต้นกันที่ Skootar แอพที่พัฒนาขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างเหล่า ‘มอเตอร์ไซค์รับจ้าง’ กับ ‘ห้างร้าน’ ที่ต้องการคนส่งเอกสาร คนวิ่งรับเช็ค ฯลฯ แน่นอนว่าช่วยตอบโจทย์ให้กลุ่มพี่วิน (มอเตอร์ไซค์) มีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าของร้านค้าก็สามารถลดภาระการจ้างเมสเซนเจอร์ประจำลงได้ด้วย  ระบบของ Skootar นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทั้งในเรื่องการค้นหาเส้นทาง การติดตามความคืบหน้าของงาน ฯลฯ ปัจจุบันเปิดดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มมีผู้ใช้งานประจำมากขึ้นเรื่อยๆ 


10169325_1692291281001262_7373616524239573794_n.jpg


Biztech

ส่วนรายนี้พัฒนาแอพเพื่อช่วยจัดระบบงานให้ธุรกิจโลจิสติคส์ในไทย  หารายได้จากโมเดลแบบ ‘Freemium’ ซึ่งหมายถึงการเปิดบริการฟีเจอร์พื้นฐานให้ใช้ฟรี แต่จะเก็บเงินเพิ่มหากมีความต้องการใช้ฟีเจอร์ในขั้นที่สูงขึ้นๆ  Biztech เริ่มดำเนินธุรกิจมาได้พักหนึ่งแล้ว ขณะนี้มีลูกค้าเป็นกลุ่มบริษัทในประเทศจำนวนหนึ่ง 


1606429_346632422146498_1598716230_o.png


SuperRFQ

สตาร์ทอัพรายนี้จับตลาดผู้ค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อย โดยได้พัฒนาแอพขึ้นมาเป็นตัวกลางให้ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างทั่วไทยสามารถ ‘คอนเน็ค’ กับกลุ่มผู้รับเหมาและบริษัทก่อสร้างได้ง่ายขึ้น โมเดลการสร้างรายได้จะใช้วิธีหักส่วนแบ่งจากมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง


11001631_449767988506219_220247148784580961_o.jpg


Len nam (เล่นน้ำ)  

แหวกแนวมาทำอุปกรณ์ตัวช่วยสำหรับเกษตรกร มีตลาดหลักคือฟาร์มกุ้งราว 7 พันแห่งทั่วประเทศ  สินค้าและบริการของพวกเขาคือเครื่องมือและแอพด้านการจัดการน้ำเพื่อป้องกันโรคในฟาร์มต่างๆ สามารถดูแลคุณภาพน้ำได้แบบครบวงจร ทั้งเรื่องอุณหภูมิ ระดับออกซิเจน ความเป็นกรดด่าง ความสะอาด ฯลฯ 


ZHome

รายนี้นำประสบการณ์ด้านธุรกิจโบรคเกอร์อสังหาฯ มาพัฒนาแอพและเว็บเพื่อการซื้อขายบ้านแนวใหม่แบบ ‘ไม่ผ่านนายหน้า’  โดย ZHome ได้จัดทำชุดคำถามตัวกรองเพื่อคัดเลือกเฉพาะ ‘เจ้าของบ้านตัวจริง’ เท่านั้นมาลงประกาศ 


TakeMeTour

ด้วยว่าการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ  ผู้ประกอบการ TakeMeTour จึงเลือกพัฒนาระบบบริการที่จะมาประสานความร่วมมือระหว่าง ‘นักท่องเที่ยว’ กับ ‘ผู้รู้ในแต่ละท้องถิ่น’  จับกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่นิยมซื้อแพคเกจทัวร์ โมเดลการสร้างรายได้เกิดจากค่าธรรมเนียม หรือ Booking fee เป็นหลัก


take me tour.JPG

 

เกร็ดคิดปิดท้าย

ธุรกิจสตาร์ทอัพต่างจาก SME ตรงที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในเชิงจำนวนผู้ใช้หรือจำนวนลูกค้า อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และผลกำไรในภายหลัง

 


Posted on 10 July 2015

Written By
Designer & Creative
Share
Related Articles

Comments