Big Data : เข้าใจลูกค้า นำพารายได้


Big Data” เป็นศัพท์ใหม่ที่กำลังมาแรงทั้งในวงการไอทีและวงการธุรกิจ  หมายความถึงการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลจากผู้บริโภคเพื่อนำมาวิเคราะห์รองรับการตัดสินใจสำคัญๆ ในเชิงธุรกิจ


Big-data-1.jpg

Big-data-2.jpg

แผนภาพอินโฟกราฟิกซึ่งแสดงถึงหนทางที่ธุรกิจจะใช้ประโยชน์จาก big data เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น


Big Data คือข้อมูลอะไร  

สิ่งแรกๆ ที่ควรรวมอยู่ใน Big Data ก็คือสารพัดพฤติกรรม ความคิด และความเชื่อของเหล่าผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นความต้องการ ความลังเลสงสัย ไปจนถึงเป้าหมายลึกๆ ในใจของพวกเขาแต่ละคน เพราะผู้บริโภคทุกวันนี้ มีปฏิสัมพันธ์’ กับธุรกิจผ่านทางสื่อและช่องทางที่หลากหลายมาก เช่นที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน จุดแลกคูปอง การส่ง SMS ฯลฯ ซึ่งนั่นย่อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงปริมาณข้อมูลดิบที่มากมายมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็ซับซ้อนเสียจนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยเครื่องมือหรือวิธีคิดแบบเดิมๆ ได้


Big Data ใช้งานอย่างไร

ในการใช้งานข้อมูลแบบ Big Data นั้น ขั้นแรกเราจำเป็นต้องเข้าใจถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘Customer Journey’ (เส้นทางประสบการณ์ของลูกค้า) เสียก่อน ซึ่งในที่นี้หมายถึงการต้องตอบคำถามสำคัญ 4 ข้อนี้ให้ได้ คือ

1. อะไรคือคุณประโยชน์ที่สำคัญที่สุดในตัวสินค้าหรือบริการที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายให้กับเรา

2. พฤติกรรมใดบ้างของลูกค้าที่เป็นสัญญาณบอกถึงทัศนคติของเขาได้ (โดยเฉพาะในเชิงลบ)

3. แคมเปญการตลาดแบบไหนที่จูงใจลูกค้าให้แสดงพฤติกรรมอย่างที่เราต้องการได้ดีที่สุด

4. มีกลุ่มลูกค้าอื่นหรือการแสดงพฤติกรรมอื่นใดอีกหรือไม่ที่เรายังเข้าไม่ถึง หรือยังไม่รู้


ถ้าเรามีข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ครบถ้วน ธุรกิจของเราก็จะสามารถออกแบบกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การเพิ่มยอดขาย  การแก้ไขปัญหาและวิกฤตต่างๆ  รวมไปถึงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม


ตัวอย่างการใช้งาน
Big Data

วันนี้เราขอยกตัวอย่างการใช้งาน Big Data ในสองกรณี  กรณีแรกเป็นไปเพื่อการลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่  และกรณีที่สองเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีกว่าและเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น


Big-data-3.jpg

กรณีศึกษาที่หนึ่ง : ธุรกิจบัตรเครดิต

บริษัทบัตรเครดิตแห่งหนึ่งเก็บข้อมูล
Big Data จากพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรของเหล่าลูกค้า รวมไปถึงพฤติกรรมในโซเชียลมีเดีย ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการใช้มือถือ ร้านค้าที่ลูกค้าไปบ่อย ฯลฯ    เพื่อนำมาวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกใช้สื่อโฆษณาอย่างตรงจุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รับชมโฆษณา และเข้าร่วมแคมเปญของบริษัทมากขึ้นถึง 25%  ทำให้ในปีนั้นธุรกิจบัตรเครดิตรายนี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาไปได้ถึง 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ



Big-data-4.jpg


กรณีศึกษาที่สอง
: ธุรกิจเกมส์ออนไลน์


ธุรกิจเกมส์ออนไลน์นั้นมีระบบเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่แล้วมากมายมหาศาล ทั้งจากผู้เข้าชมเว็บ ผู้เล่นเกมส์ และสามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรมของผู้เล่นว่าเขานิยมทำอะไรบ้าง  สิ่งไหนที่ดึงดูดพวกเขา รวมไปถึงฟีเจอร์ไหนที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อไอเท็มจนเกิดเป็นรายได้ของบริษัท ฯลฯ ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ได้ถูกนำไปใช้เพื่อการออกแบบฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่โดนใจผู้เล่น นำไปสู่การเพิ่มรายได้ของบริษัทเกมส์จากปีละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปสู่ระดับ 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ในที่สุด




เครดิตข้อมูลและภาพ :  
TheFinancialBrand.com
DataMeer
infinitdatum.com

 

 

 

Posted on 14 May 2015

Written By
Designer & Creative

Comments


Written By
Designer & Creative
Share

Comments