การเกิดซ้ำของวงการแฟชั่น แรงบันดาลใจหรือลอกเลียนแบบ?

blogampersand.nl.jpg

ครั้งหนึ่ง Coco Channel เคยพูดเอาไว้ว่า “Being copied is the ransom of success” คล้ายกับเป็นการย้ำเตือนว่า โลกของแฟชั่นนั้นเป็นเรื่องของการลอกเลียนแบบทั้งสิ้น และไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “original style” อยู่จริงบนโลกนี้ มีผู้คนมากมายที่มีชุดความคิดว่า “ไม่มีใครเห็นคอลเล็คชั่นนั้นหรอกน่า” เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมยี่ห้อแบรนด์เสื้อผ้าที่เป็น fast fashion ทั้งหลายนั้นดูเหมือนจะขโมยเอาแพทเทิร์นมาจากรันเวย์ของแบรนด์ชั้นนำ และฟ้องร้องกันไปมากกว่า 50 ครั้ง แต่แบรนด์นั้นๆ ก็ยังอยู่รอด และยังมีทีท่าว่าจะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ

Johanna Blakley เคยเป็นผู้พูดในเวที TED talk โดยประเด็นการพูดของเธอในวันนั้นคือเรื่อง ผลกระทบของการลอกเลียนแบบหรือการขโมยไอเดียในวงการแฟชั่น Blakley กล่าวว่า เทรนด์นั้นมีอยู่ได้เพราะแฟชั่นเป็นสิ่งที่ปกป้องลิขสิทธิ์ไม่ได้ “การออกแบบแฟชั่น” นั้นถูกจัดเข้าไปอยู่ในหมวด “ของที่คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ (utilitarian)” เหมือนกับอาหารหรือรถยนต์ ตรรกะของเรื่องนี้คือ สิ่งของที่ผู้คนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความสำคัญในสังคมปัจจุบัน ถ้าหากมีเจ้าใดเจ้าหนึ่งผูกขาดและยึดถือเอาลิขสิทธิ์ทุกอย่างเป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะนั่นหมายความว่า เราทุกคนจะไม่มีเสื้อผ้าใส่ กินของไม่ผ่านการปรุง เดินทางด้วยเท้า แฟชั่นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานการใช้ชีวิตของมนุษย์ การเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ทำให้แฟชั่นเป็นสิ่งที่ free for all ในอีกทางหนึ่งคือ เป็นถังของไอเดียที่จอมขโมยผลงานสามารถตักตวงได้แบบบุฟเฟ่ต์





รายชื่อกรณีการลอกเลียนแบบกันในอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นยาวเหยียด ไม่ว่าจะเป็นกรณีชุดแต่งงานของเซเลบริตี้ชื่อดังที่ดันไปคล้ายคลึงกับงานชิ้นโบว์แดงของดีไซเนอร์ชื่อดัง, กรณีการฟ้องร้องชนิดเป็นมหากาพย์เรื่อง “พื้นรองเท้าสีแดง” อัน
เป็นลายเซ็นต์ของแบรนด์ไฮเอนด์ที่มีการลอกเลียนแบบ (หรือได้รับแรงบันดาลใจ) จากอีกแบรนด์หนึ่งที่ออกมาก่อนหน้า หรือจะเป็นกรณีการฟ้องร้องการได้สิทธิ์ใช้ตัวอักษร G ของ 2 แบรนด์ดังระดับโลกที่ดันขึ้นต้นด้วยตัวอักษรนี้เหมือนกัน

สิ่งที่เรียกว่า “gray zone” กับเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการได้รับแรงบันดาลใจกับการลอกเลียนแบบนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะตัดสิน สำหรับอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องยากที่จะ “มีอะไรใหม่” ดีไซเนอร์คนนี้อ้างอิงถึงงานของดีไซเนอร์คนนั้น เทรนด์เลยเป็นเรื่องการของการสร้างสรรค์ใหม่ภายใต้สิ่งที่มีอยู่เดิม ในความเป็นจริงอันเจ็บปวด แฟชั่น วีค คืออีเว้นท์ที่ผู้เล่นในสนามจะมาตักตวงเอาแรงบันดาลใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่จริงยิ่งกว่า แฟชั่น วีคคือการที่เหล่าจอมโจรขโมยผลงานจะรีบจด จับจ้อง ลอกลวดลาย เพื่อผลิตและวางขายในอีก 2 อาทิตย์ต่อมา


supercompressor.com.jpg


 Fast fashion อาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบรนด์แฟชั่นรุ่นใหญ่ แต่ในทุกวงการย่อมมีคนถือไพ่เหนือกว่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมดีไซเนอร์ชั้นนำบางคนถึงตัดสินใจทำงานร่วมกับแบรนด์ฟาสต์ แฟชั่นเหล่านั้น และคว้าเอาอำนาจในการสร้างสรรค์กลับมาอยู่ในมือตัวเองอีกครั้ง เอาชนะเหล่านักก๊อปด้วยการออกแบบร่วมกันไปเลยทีเดียว เพื่อให้นักก้อปไม่มีต้นแบบให้ลอกเลียน

หลายคนอาจคิดว่า การลอกเลียนแบบเป็นตัวทำลายความคิดสร้างสรรค์ แต่ Blakley กล่าวว่าในอีกทางหนึ่ง การขโมยไอเดียก็เป็นต้นทางของการสร้างสรรค์งานใหม่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม เพื่อต่อต้านการลอกเลียนแบบ ทำให้ดีไซเนอร์เริ่มต้นที่จะออกแบบในสิ่งที่บางครั้งก็ดูเหนือจริงแต่สวยงาม ออกแบบเสื้อผ้าในฐานะงานศิลปะ และยากจะเลียนแบบ ถ้าไม่มีการลอกเลียนแบบ เราอาจไม่เห็นงานแฟชั่นแบบโอร์ กูตูร์ล้ำสมัยบนเวทีแฟชั่นหรือในนิตยสารอย่างทุกวันนี้


Andre-Courreges-Moschino-Cheap-Chic2.jpg

 httpgeniusbeauty.com.jpg



ในฐานะผู้บริโภค เราอาจเป็นผู้ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองในการเลือกซื้อเสื้อผ้ามาสวมใส่สักชิ้น รสนิยมหรือข้อจำกัดด้านงบประมาณอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถถกเถียงกันได้ในประเด็นการเลือกใช้สินค้าลอกเลียนแบบ แต่ในฐานะผู้ผลิต การตัดสินใจสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมแรงบันดาลใจมาจากหลายแหล่ง และผลิตงานที่สะท้อนตัวตนของเราได้อย่างแท้จริง ก็น่าจะเป็นความภาคภูมิใจมากกว่าการเดินตามรอยเท้าคนอื่นอย่างแน่นอน


Dolce&Gabbana and Colombian designer.jpg

Stella McCartney vs ASOS.jpg

 

Posted on 1 May 2015

Written By
Designer & Creative

Comments


Written By
Designer & Creative
Share

Comments