Weddings by Keeran- วิวาภารตะ... หลากหลายรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในความสนุก

เรื่อง: สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์
K&A_0470.jpg

 

เสียงเพลง การเต้นรำ ดอกไม้ และสีสันฉูดฉาด กลายเป็นภาพติดตาเมื่อนึกถึงงานแต่งงานของชาวอินเดีย หนึ่งในพิธีการที่ชาวอินเดียให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าบ่าว เหตุเพราะการเข้าพิธีแต่งงานถือเป็นการก้าวสู่ช่วงชีวิตวัยคฤหัสถ์หรือวัยครองเรือนหลังจากสำเร็จการศึกษา ขั้นที่ 2 ของการดำเนินชีวิตมนุษย์ตามหลักธรรมของศาสนาฮินดู แต่เบื้องหลังงานแต่งงานที่ดูรื่นเริงหาใช่จะบริหารจัดการได้ง่าย เพราะแต่ละช่วงเวลาของงานแต่งงานจะมีพิธีการที่ต้องยึดถือปฏิบัติและมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย

ที่น่าสนใจคือ จำนวนตัวเลขของคู่บ่าวสาวชาวอินเดียที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อจัดพิธีวิวาห์นั้นมีตัวเลขที่สูงขึ้น และหนึ่งในประเทศยอดนิยมก็คือประเทศไทย ในปีที่ผ่านมามีคู่แต่งงานชาวอินเดียเดินทางมาวิวาห์ในประเทศไทยประมาณ 400 คู่ โดยแต่ละงานทุ่มงบเฉลี่ยมากกว่า 4 ล้านบาทไปจนถึง 80 ล้านบาท ทำให้โอกาสทางธุรกิจจัดงานแต่งงาน (Wedding Planner) นี้มีความหอมหวานไม่แพ้ความรักของบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน เมฮนา เมอร์พูริ นักสร้างสรรค์และหุ้นส่วนของ Weddings by Keeran หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานวิวาห์ในประเทศไทยให้คู่แต่งงานชาวอินเดียมากว่า 12 ปี จะทำให้เราทราบว่า งานแต่งงานของคนอินเดียนั้นมีมากกว่าความรื่นเริงและลีลาของการเต้นรำ

 

จากงานเลี้ยงในบ้านสู่ธุรกิจเว็ดดิ้ง แพลนเนอร์

ด้วยความที่มีคุณแม่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดงานเลี้ยงในบ้าน ทั้งการตกแต่งสถานที่ การเลือกอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงการดูแลต้อนรับแขกด้วยดีตลอดงาน และเมื่อถึงงานแต่งงานของเมฮนาเมื่อประมาณ 12 ปีก่อน คุณแม่คีรัน บาวีจา (Keeran Baweja) จึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลจัดงานให้ด้วยความเต็มใจ และด้วยความที่คุณแม่คีรันเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดชนิดหาตัวจับยาก จึงทำให้งานแต่งงานของเมฮนาเป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ญาติมิตรและแขกที่ได้รับเชิญมางาน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณแม่คีรันหันมาเปิดบริษัทรับจัดงานแต่งงานภายใต้ชื่อ Weddings by Keeran ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของบริษัทรับจัดงานแต่งงานของชาวอินเดียในประเทศไทยใน 7 ปีต่อมา โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายชาวอินเดียที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะที่บินมาจากอินเดียอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคู่รักชาวอินเดียจากทั่วโลก อาทิ สเปน อเมริกา และฮ่องกง ซึ่งต้องการสร้างความทรงจำอันแสนประทับใจที่เมืองไทย

 

 “ประเทศไทยจุดหมายแห่งความหวานชื่น

ความเป็นมิตรและรอยยิ้มของคนไทยที่ทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตนเอง งานบริการที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบทั้งโบราณสถาน แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิง และความสวยงามของธรรมชาติทั้งเทือกเขา ทะเล และหาดทราย เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คู่บ่าวสาวชาวอินเดียมุ่งหน้ามาทำพิธีแต่งงานและดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ขณะที่ปัจจัยเสริมอย่างอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านคล้ายคลึงกับอาหารอินเดีย การเดินทางที่สะดวกด้วยเที่ยวบินตรงจากอินเดียสู่สุวรรณภูมิทุกวัน ก็ยังช่วยให้สถานที่ยอดนิยมในการจัดงานแต่งงานอย่างภูเก็ตและหัวหินได้แต้มต่อคู่แข่งที่น่ากลัว อาทิ บาหลีในอินโดนีเซีย และเวียดนามไปได้ โดยช่วงเวลายอดนิยมก็หนีไม่พ้นช่วงฤดูหนาวที่ปราศจากมรสุมประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์

 10549996_709441939108836_7846555291851449815_o.jpg

พิธีการเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในทุกช่วงของงานแต่งงาน

งานแต่งงานของชาวอินเดียที่จัดขึ้นในไทยส่วนใหญ่จะไม่ได้จบลงแค่หนึ่งวัน แต่มักเป็นการเฉลิมฉลองแบบ 3 วันเต็มเป็นอย่างน้อย ทีมงานจะเริ่มสร้างบรรยากาศของการเฉลิมฉลองตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงด้วยเครื่องดื่มต้อนรับ ตามด้วยอาหารครบทุกมื้อ พร้อมพาเที่ยวชมเมืองหรือช้อปปิ้ง โดยสอดแทรกด้วยพิธีการตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน เช่น พิธีเมเฮนดี (Mehendi) หรือการเพ้นท์เฮนน่าของเจ้าสาว โดยเชื่อว่าสีน้ำตาลแดงของเฮนน่าเปรียบได้กับความมั่งคั่งร่ำรวยที่เจ้าสาวจะนำมาสู่ครอบครัวของเจ้าบ่าว และหากเจ้าสาวไม่ได้ผ่านพิธีเมเฮนดีก็ถือว่าพิธีแต่งงานนั้นไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีพิธีสังคีต (Sangeet) อันเป็นการเฉลิมฉลองปาร์ตี้สละโสด ที่มีการแสดงของญาติสนิทมิตรสหายและบางรายถึงกับว่าจ้างครูสอนเต้นรำเพื่อช่วยให้การแสดงมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ในวันแต่งงานจะมีพิธีทางศาสนา โดยมีพราหมณ์เป็นผู้สวดบูชาเทพเจ้า สถานที่จะได้รับการตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส เช่น ดาวเรือง กุหลาบ หรือแม้กระทั่งกล้วยไม้ไทยก็เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอินเดีย โดยเจ้าบ่าวจะต้องฝ่าด่านกั้นประตูของฝ่ายญาติเจ้าสาวเหมือนประเพณีไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูนั่นเอง จากนั้นคู่บ่าวสาวจะเข้าพิธีชัยมาลา (Jayamaala) ด้วยการแลกมาลัยคล้องคอซึ่งกันและกัน และครอบครัวทั้งสองฝ่ายจะแลกพวงมาลัยและของขวัญเพื่อส่งสัญญาณว่าต่อไปนี้ทั้งสองจะเป็นครอบครัวเดียวกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินวนรอบกองไฟศักดิ์สิทธิ์ 7 รอบตามพิธีสัปตปาธี (Sapthapadhi) โดยมีพราหมณ์เป็นผู้สวดให้พร เจ้าสาวจะถูกพรมน้ำมนต์เพื่อชำระบาปในอดีตให้พร้อมก้าวสู่ชีวิตในวันข้างหน้า และจบลงด้วยพิธีสมรสและการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง การเต้นรำ และการรับประทานอาหารอย่างอิ่มหนำ

         

3 สิ่งหลักที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงาน

นอกจากพิธีการทางศาสนา เมฮนาเล่าว่า ครอบครัว เสียงเพลง และการสร้างความทรงจำอันแสนประทับใจเป็น 3 สิ่งที่ทีมงานให้ความสำคัญ เพราะการแต่งงานของชาวอินเดียไม่ได้หมายถึงการแต่งงานของคน 2 คนแต่คือการสร้างครอบครัวร่วมกัน ดังนั้นในทุกรายละเอียดของการจัดงาน ทีมงานจะต้องสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นกับครอบครัวทั้งสองที่จะรวมเป็นหนึ่ง โดยมีเสียงเพลงเป็นตัวสร้างบรรยากาศตลอดการจัดงาน ส่วนรูปแบบของการจัดงานเฉลิมฉลองนั้นจะขึ้นอยู่กับคู่บ่าวสาวว่าชอบรูปแบบงานแบบไหน โดยทั่วไปจะมีการกำหนดรูปแบบงานแต่งงานเป็นธีม (Theme) เพื่อสร้างสีสันในงานแต่งงาน เช่น ธีมการแต่งงานในสวน ที่แขกทุกท่านจะแต่งกายด้วยสีขาวและมีการใช้ผงแป้งสีสาดใส่กันเพื่อสร้างความรื่นเริงตลอดงาน พร้อมเนรมิตสไลเดอร์จากผ้าใบขนาดใหญ่กลางสนามหญ้าเพิ่มความสนุกสนาน และบางครั้งทีมงานอาจต้องเตรียมพร้อมบริการเสริมอื่นๆ อาทิ ดีเจ วงดนตรี ช่างภาพ หรือแม้แต่การเช่าม้าหรือช้างสำหรับใช้ในพิธี ฯลฯ เพื่อให้การจัดงานแต่ละครั้งสมบูรณ์แบบและสร้างประสบการณ์แสนประทับใจให้กับแขกทุกท่านที่มาร่วมงาน

 

TIPS FOR ENTREPRENEURS

การวางแผนอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด โดยเฉพาะพิธีการทางศาสนาซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้

การแต่งงานของชาวอินเดียคือการรวมสองครอบครัวเป็นหนึ่งเดียว ดังนั้น “ครอบครัว” จะต้องถูกนำมาร้อยเรียงผ่านพิธีการและงานจัดเลี้ยงตลอดทุกช่วงเพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจ

เนื่องจากคู่วิวาห์และแขกผู้เข้าร่วมงานมาจากต่างประเทศ ดังนั้นนอกจากพิธีการและการจัดเลี้ยงแล้ว ทีมงานต้องเป็นตัวกลางประสานงานด้านที่พัก การเดินทาง การจัดดอกไม้สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง ช่างภาพ ฯลฯ ให้ครบสมบูรณ์ตลอดทริป

 

เว็บไซต์: weddingsbykeeran.com
ที่มา: indiadream.com, thaiemb.com, th.aectourismthai.com, weddingsutra.com
ภาพประกอบโดย: www.facebook.com/pages/Doodle-Studio-Wed-deography



 

 

Posted on 15 October 2014

Written By
Designer & Creative

Comments


Written By
Designer & Creative
Share

Comments