คุยกับสราวุธ เฮงสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา “นิ้วกลม” ผู้เขียนพ็อคเก็ตบุ๊คขายดี “โตเกียวไม่มีขา” และอีกมากมาย

srawut5-gif.gif

เขียนงานโฆษณากับเขียนหนังสือเหมือน/ต่างกันอย่างไร
สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นการเขียนเล่าเรื่องเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคืองานโฆษณาเป็นการเล่าเรื่องสินค้าให้ผู้บริโภคฟัง ส่วนการเขียนหนังสือเป็นการเล่าความคิดของเราให้คนอ่านฟัง เพราะฉะนั้น ต้นตอที่ออกมาจะไม่เหมือนกัน งานเขียนหนังสือจะออกมาจากตัวเรา แต่งานโฆษณาเราทำหน้าที่เหมือนลำโพงที่เล่าเรื่องสินค้า

ในฐานะที่คุณทำงานเขียน/งานโฆษณา คุณมีวิธีหาไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง
(หัวเราะเสียงดัง) ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากความคิดหลากหลายในตัวคนแต่ละคน เราต้องรวบรวมไอเดีย ภาพ และข้อมูลไว้เยอะๆ ในช่วงเวลาปกติ ซึ่งพอถึงเวลาที่เราต้องคิดอะไรซักอย่าง สิ่งเหล่านั้นที่อยู่ในตัวเรามันจะผสมกันออกมาเอง

แต่ถ้าพูดถึงกรณีของงานโฆษณา เราก็ต้องดูโจทย์ก่อนว่าโจทย์ต้องการอะไร แล้วก็ไปศึกษาสิ่งนั้นให้ลึกลงไปอีก ยกตัวอย่างที่ผมเคยทำให้โรงหนังเฮ้าส์ รามา ที่อาร์ซีเอ ผมก็ไปดูก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร เขาดูหนังประเภทไหน ไปศึกษาประเภทหนังที่เขาฉาย ซึ่งก็จะได้แรงบันดาลใจขึ้นมา

ส่วนแรงบันดาลใจในงานเขียน (หนังสือ) มีที่มาหลากหลายมาก อาจเกิดขึ้นเมื่อความคิดของเราไปปะทะกับความคิดของคนอื่น เมื่อเราได้ดูหนังหรือสารคดีดีๆ หรือเมื่อได้เดินทาง เพราะการเดินทางนั้นทำให้เราได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ ในขณะเดียวกันก็ได้ทบทวนสิ่งเก่าๆ ในตัวเราด้วย

คุณบริหารจัดการเวลาทำงานอย่างไร
พยายามเลิกงานให้ตรงเวลา ทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงกลางวัน คือชีวิตผมเล่าเรื่องให้สินค้าเป็นงานประจำ ก็อยากมีเวลาเล่าเรื่องของตัวเองในตอนกลางคืนบ้าง วิธีการง่ายๆ ก็คือแบ่งเวลา กลางวันทำงาน พอกลับบ้านแทนที่จะดูทีวี เราก็ใช้เวลาพักผ่อนด้วยการเขียนหนังสือ

srawut6-gif.gif

อะไรคืออุปสรรคสำคัญของความคิดสร้างสรรค์
การปิดตัวเองคืออันตรายต่อความสร้างสรรค์ ผมคิดว่าถ้าเรารู้สึก "พอใจ" เมื่อไร เมื่อนั้นความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้นได้ยาก หมายความว่า ถ้าเรารู้สึกว่าเราพอแล้วล่ะ เราพบสิ่งที่ต้องการแล้ว เราก็จะวนเวียนอยู่กับวัตถุดิบเดิมๆ ของตัวเองเท่านั้น ความสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจ เปิดหู เปิดตาให้กว้าง รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา เพราะความคิดจะเกิดขึ้นจากส่วนผสมของ 2 สิ่งขึ้นไป ยิ่งเรามีของในตัวหลากหลายเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น

ในบรรดาสถานที่ที่เคยไปมา คุณชอบที่ไหนที่สุด
ยังชอบโตเกียวอยู่นะครับ ผมคิดว่าโตเกียวเป็นเมืองที่หลากหลายมาก มีความจัดจ้าน มีวัยรุ่นแต่งตัวฉูดฉาด ทำทรงผมสนุกๆ เหมือนตัวการ์ตูน แต่อีกด้านก็มีความนิ่ง เมื่อเราเข้าไปในศาสนสถานก็ยังรู้สึกสงบ คิดว่ามีโตเกียวความสุดโต่งในแต่ละด้านเยอะดี

อยากไปที่ไหนเป็นที่ต่อไป
ตอนนี้อยากไปประเทศไทยที่สุดครับ (หัวเราะ) เพราะรู้สึกว่าไปเที่ยวที่อื่นมาเยอะแล้ว ผมมีโครงการ "โบกรถเที่ยว" ตั้งแต่ใต้สุดไปเหนือสุดของประเทศ โบกรถไปเรื่อยๆ เป็นเวลาสิบเดือน ตั้งใจว่าจะไปให้ครบทุกภาคโดยไม่ใช้เงินเป็นค่าเดินทางเลย

คุณทำคนเดียวเลยหรือ
งานนี้เป็นโครงการร่วมกับพี่ก้อง บก.อะเดย์ ครับ มีการเปิดรับสมัครเพื่อนร่วมเดินทางด้วย เรากะจะทำงานนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงพี่จุ้ย (ศุ บุญเลี้ยง) เพราะเขาเคยมีหนังสือชื่อ "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น" ที่เขาโบกรถไปกับเพื่อนผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงหนึ่งคน พวกผมก็เลยเปิดรับสมัครเพื่อนร่วมทางผู้หญิงอีกคนหนึ่งด้วย แต่สุดท้ายได้มา 2 คน รวมแล้วเป็น 4 คนเดินทางด้วยกันครับ คิดว่าน่าจะสนุก งานนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปดูสถานที่ท่องเที่ยว แต่อยากจะเข้าถึงผู้คนแบบใกล้ๆ ไปนั่งคุยกับชาวบ้าน เรียนรู้วิถีชีวิต - วัฒนธรรมของเขา

ปกติคุณอ่านหนังสือประเภทไหน
เล่มที่อ่านอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการ (กำลังฮิตพอดี) ผมเพิ่งได้ไปอังกฤษมา ที่นั่นคนชอบชารล์ส ดาร์วินกันมาก อาจเพราะดาร์วินเป็นคนประเทศเขาด้วย ผมก็ไปซื้อมาอ่านดู ทำให้ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วคนเรามาจากไหน ซึ่งบางทีการได้รู้อย่างนี้ก็ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองสำคัญน้อยลง...

และผมก็ได้ดูสารคดีชื่อ Journey of Life ของ BBC ด้วย เขาเล่าตั้งแต่ตอนที่โลกยังไม่มีสิ่งมีชีวิต จนกระทั่งมีสัตว์เซลล์เดียว จนพัฒนาต่อมาเป็นพวกเรา ทำให้ผมตระหนักว่า ที่แท้เราทุกคนเป็นเพื่อนผองพี่น้องกัน ก็รู้สึกอยากเมตตาต่อสัตว์อื่นมากขึ้น หรือแม้กระทั่งต่อมนุษย์ด้วยกัน เพราะทุกชีวิตมีที่มาเดียวกัน และเราก็ไม่ได้พิเศษไปกว่ากันเลย สัตว์โลกทุกชนิดมีชีวิตเพื่อที่จะอยู่รอด ทำให้รู้ว่าชีวิตมีค่าครับ ส่วนตอนนี้กำลังดูเรื่อง Born to Survive ยิ่งทำให้รู้ซึ้งว่าจริงๆ แล้วเราเกิดมาเพื่อที่จะอยู่รอดจริงๆ ชีวิตมันมีค่ามากเลย พวกเรามีวิวัฒนาการกันมานานมาก (ลากเสียงยาว)

srawut3.jpg

ตอนเด็กๆ อ่านหนังสือ / เล่นเกม / ทำกิจกรรมอะไร
ตอนเด็กๆ ผมชอบแต่งกลอนเป็นพิเศษ นอกนั้นก็ปกติ ก็อ่านการ์ตูน เล่นบอล ไม่ได้ไปเรียนรำไทย ตีระนาด (หัวเราะ)

ใครคือนักเขียนในดวงใจ
เยอะมากครับ แต่คนที่ผมต้องซื้อทุกเล่มก็คือ พี่คุ่น ปราบดา หยุ่น พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ อ.เสกสรร ประเสริฐกุล แล้วก็หนังสือของท่านพุทธทาสครับ

สำหรับคุณ ความสำเร็จคืออะไร
ผมเปรียบเทียบความสำเร็จเหมือนกับความฝัน เหมือนยอดภูเขา สำหรับผมความสำเร็จต้องเกิดจากการตั้งเป้าหมายก่อน พอตั้งเป้าได้เราก็อยากจะไปให้ถึง อย่างผมเคยตั้งเป้าไว้ว่าอยากเขียนหนังสือสักเล่ม นั่นคือเป้าหมายของผม พอตอนนี้ได้มีหนังสือของตัวเองพิมพ์ออกมา ผมก็เรียกว่ามันว่าความสำเร็จแล้วครับ

แต่ชีวิตก็เหมือนกับการเดินทาง ในการเดินทางไม่ได้มีภูเขาลูกเดียว คือพอเราขึ้นไปถึงเนินที่หนึ่ง เราก็จะมองที่เนินถัดไป โดยในความสำเร็จแต่ละขั้นเราจะได้เห็นวิวสวยๆ เป็นโบนัส ซึ่งพอเราเปรียบความสำเร็จแบบนี้ เราก็ยังมียอดเขาอีกเยอะให้เดินทางไปพิชิตครับ

หนึ่งประโยคที่คุณคิดว่าจะเปลี่ยนชีวิตคนหรือเปลี่ยนโลกทั้งโลกได้ ประโยคนั้นคือ...
มันเป็นประโยคที่เปลี่ยนความคิดผม เป็นประโยคที่เป็นสัจธรรมมากๆ ก็คือ "สรรพสิ่งในโลกไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" ผมว่าจริงๆ แล้วมันกินความกว้างมาก พอเรานึกดีๆ แล้ว เราก็จะเอื้อเฟื้อมากขึ้น คิดถึงตัวเองน้อยลง มันไม่มีอะไรที่เป็นอย่างนั้นจริงๆ มันมีเหตุมีผลก่อนที่มันจะเป็นมา ในชีวิตผมจะมีเพลงสองเพลงที่ผมใช้เตือนใจตัวเองเสมอ หนึ่งคือเพลง "Let it be" คือถ้ามีอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็ต้องปล่อยมัน กับอีกเพลงคือ "อื่นๆ อีกมากมาย" ของวงเฉลียง

ถ้าคุณต้องหยุดเขียน หรือเขียนไม่ได้แล้ว คุณจะทำอะไรแทน
ก็จะหาวิธีสื่อสารแบบอื่นครับ

จับประเด็นเด่น
  • ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการที่เราเปิดหูเปิดตาเปิดใจรับสิ่งใหม่ ผสมผสานข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการอ่าน การเดินทาง ฯลฯ ซึ่งคนเราต้องสั่งสมไว้ให้มากตลอดเส้นทางชีวิต
  • ความสำเร็จคือการตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึง
  • แนวทางการดำเนินชีวิต "สรรพสิ่งในโลกไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

Posted on 22 May 2009

Written By

  • About the article
    6 5,757

Share

Comments