รู้ทันความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้บริโภค ตอนที่ 2 (THE EXPECTATION ECONOMY)

คิดแบบ Cross Industry มองทะลุอุโมงค์ความคิด

expect_eco2-1.jpg

แน่นอนว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคคาดหวังจากตัวสินค้าและบริการในระดับสูงเช่นทุกวันนี้ นักธุรกิจจำต้องตั้งแนวรับปรับวิธีคิดและการทำงาน ให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่จำกัดแค่ในแวดวงธุรกิจของตนเอง หรือในกับดักอุโมงค์ความคิดเดิมๆ เท่านั้น แต่ยังต้องมองไกลและคิดให้ลึกถึงระดับ Cross Industry เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ และสร้างความเข้าใจพื้นฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการ ที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคในยุค Expectation Economy นี้

1. ทุกแบรนด์คือคู่แข่ง

expect_eco2-2.jpg
กฏข้อแรกก็คือ การที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจแต่กับภาคธุรกิจของตัวเอง จะทำให้มองไม่เห็นภาพความเป็นจริงของระบบเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ ในสภาวะที่ผู้บริโภคสนุกกับการจับจ่ายใช้สอย เสพประสบการณ์ตอบสนองความอยากเติมความตื่นเต้นและความพึงพอใจจากการบริโภค ความสุขอาจได้มาจากการซื้อรองเท้าผ้าใบใหม่เพิ่มอีกคู่ หรือการได้ถอยโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่สักเครื่อง หรือการได้เดินทางไปพักผ่อนไกลๆอีกสักครั้งเป็นรอบที่สี่ของปีขอยกตัวอย่างตลาดรองเท้าผ้าใบ ถ้าผู้บริโภคต้องการจะซื้อ "รองเท้า" สักคู่ แบรนด์คู่แข่งโดยตรงของ Nike ก็คงหนีไม่พ้น Reebok หรือ Onisuka Tiger ประมาณนั้น แต่ถ้าผู้บริโภคมองหา "ความตื่นเต้น" จากการได้เสพสินค้าหรือบริการอย่าง คู่แข่งของ Nike อาจจะข้ามไปเป็นแบรนด์มือถือ​ Nokia เป็นเครือโรงแรมห้าดาว หรือเป็นแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Zara ก็เป็นได้

ดังนั้นแล้ว แบรนด์สินค้าของคุณกำลังต้องแข่งขันกับทุกแบรนด์ในตลาด ซึ่งแปลว่า คุณต้องคอยจับตาความเคลื่อนไหว ของทุกธุรกิจ ทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มของคุณให้หมดนั่นเอง

2. ความหวังมักเกิดนอกวงการ
expect_eco2-3.jpg
กฎข้อที่สอง คือ หากคุณจำกัดตัวเองอยู่แค่ในตลาดสินค้ากลุ่มที่ตนเองสังกัด คุณจะพลาดโอกาสรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ต่างๆ ที่มีผลต่อความคาดหวังของผู้บริโภค และยังเสี่ยงต่อการทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดหวังและไม่พึงพอใจด้วย

คุณสมบัติหนึ่งที่ทุกกลุ่มธุรกิจมีไว้สร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน ก็คือ ความสามารถหลักด้านนวัตกรรมของกลุ่ม ซึ่งไม่เพียงใช้ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าของตนเองแล้ว ยังมีหน้าที่เป็นตัวกำหนดความคาดหวังสำหรับธุรกิจกลุ่มอื่นๆด้วย

อย่างเช่น ความคาดหวังที่จะได้รับ "บริการเยี่ยงคนพิเศษ" ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์, ความคาดหวังใน "อารมณ์ ดื่มด่ำ" ของกาแฟ startbucks, ความคาดหวังว่าแฟชั่น "อินเทรนด์ไม่เห็นต้องมีราคาแพง" จากแบรนด์ H&M หรือ ความคาดหวังจากการสร้างสรรค์ "งานออกแบบที่ลงตัวและใช้ง่าย" จากค่าย Apple เป็นต้น

3. ทำตามหลังคู่แข่ง ยังไงก็ไม่ชนะ
กฎข้อสามนั้น ว่าด้วยกฎแห่งผู้ตาม เป็นผลจากการหมกมุ่นจับตาดูแต่ตลาดการแข่งขันทางตรง ไม่ยอมเสียเวลาข้ามไปดูวงการอื่นว่า เขาคิดอะไรทำอะไรไปถึงไหนกันแล้ว ผลที่ได้มักลงเอยด้วยการเป็นได้แค่ผู้ตาม คิดตาม และทำตามหลังไอเดียของคู่แข่งอยู่วันยังค่ำ ในฐานะผู้ประกอบการคงไม่มีใครอยากจะชิงตำแหน่งรั้งท้ายนี้

อย่างไรก็ตาม การติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดคู่แข่งหลักนั้นก็ยังต้องมีอยู่ต่อไป แต่ประเด็นการมองตลาดแบบ Cross Industry ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องหาคำตอบเพิ่มให้ตัวเองว่า นอกจากคู่แข่งทางตรงที่มีอยู่ ยังมีแบรนด์ใด อีกบ้างที่เป็นคู่แข่งของคุณได้ ประสบการณ์รูปแบบไหนที่จะใช้ดึงดูดใจผู้บริโภคสมัยใหม่นี้ รวมถึงความคาดหวังของ ลูกค้าที่ถูกกำหนดขึ้นจากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ นั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะสามารถดึงมาใช้พัฒนาไอเดียให้สินค้า และบริการใหม่ๆ และนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในท้ายที่สุด

อ่านตอน 3 (ตอนจบ)

ที่มา: trendwatching.com


Posted on 2 October 2008

Written By

  • About the article
    5 7,000

Share

Comments