ถึงคราวผงาดของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในเอเชีย

youngentrepreneur.jpg

หลังจาก โป เชา หนุ่มจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากฮาร์เวิร์ดในปี ค.ศ. 1999 เขาเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยความร้อนวิชาและจัดตั้ง EachNet.com เว็บไซต์ที่เปิดให้มีการซื้อขายสินค้าผ่านการประมูลบนหน้าเว็บไซต์โป เชาประสบความสำเร็จอย่างมาก ถึงขนาดอีเบย์มาขอซื้อหุ้น 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ศ. 2002 เพื่อทดลองตลาดและขอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดในปีถัดมาด้วยตัวเลขที่สูงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐความสำเร็จของเชาฟังดูเหมือนได้มาง่ายๆ
แต่เชาบอกว่าในสมัยนั้นเขาเป็นนักศึกษาจากจีนแผ่นดินใหญ่เพียงคนเดียวจากทั้งหมด 11 คนในชั้นเรียนของฮาร์เวิร์ดที่คิดกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่บ้านเกิด ขณะที่คนอื่นมุ่งหางานทำที่อเมริกาเพื่อขอกรีนการ์ด

อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนในเอเชียเริ่มสดใส บริษัทยักษ์ใหญ่จากอเมริกาหลายแห่งเริ่มมองหาหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งในจีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีมันสมองและฝันอยากเป็นผู้ประกอบการเพื่อให้ทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ

ในวันนี้หนุ่มสาวชาวจีนไม่ต้องลำบากข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาหาความรู้ที่อเมริกาอย่างเชาอีกต่อไปแล้วเพราะมหาวิทยาลัยต่างๆ ในจีนพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนจนได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันบริษัทร่วมทุนจากอเมริกาก็หันมาให้ความสนใจกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในท้องถิ่นที่เข้าใจความต้องการของตลาดบ้านเกิดเป็นอย่างดี

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในเอเชียเป็นที่ต้องการของนักลงทุนยักษ์ใหญ่ก็คือ มันสมองและความคิดสร้างสรรค์ ในการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างในอินเดียมีบริษัทซอฟต์แวร์ที่จัดตั้งโดยคนหนุ่มสาวที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆและจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาส่งออกไปทั่วโลก เรียกว่าเป็นการเขยิบฐานะจากที่เมื่อก่อน "รับจ้าง" เขียนซอฟต์แวร์ให้ประเทศอื่นมาเป็น "เจ้าของธุรกิจ" ที่พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นของตัวเอง

อย่างไรก็ดี เส้นทางในการก้าวสู่การเป็นเถ้าแก่รุ่นใหม่ในเอเชียก็ยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง หนึ่งคือการไม่มีหลักประกันทางการเงินเพื่อยืนยันความอยู่รอดและเติบโตของบริษัทที่เพิ่งตั้งต้นธุรกิจ จึงทำให้การกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการลงทุนและการขอเช่าพื้นที่สำนักงานเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ในปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เพราะบริษัทร่วมทุนและเจ้าของสถานที่เริ่มเข้าใจธรรมชาติของการตั้งธุรกิจสมัยใหม่โดยให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และแนวทางการทำธุรกิจใหม่ๆ มากกว่าหลักประกันทางการเงิน

สองคือการได้รับเม็ดเงินจากนายทุนไม่เท่ากัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของจีนและอินเดียโชคดีหน่อยตรงที่ตลาดกำลังเติบโตจึงได้รับทุนในการจัดตั้งบริษัทเป็นจำนวนเงินสูงกว่าผู้ประกอบรุ่นใหม่ในเกาหลีกว่าหนึ่งเท่าตัว

สุดท้ายคือวัฒนธรรมและค่านิยมในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไม่เอื้ออำนวยในการสร้างผู้ประกอบการคลื่นลูกใหม่ เพราะชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เห็นดีเห็นงามหากลูกหลานได้เข้าไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ขณะที่หนุ่มสาวที่อยากตั้งธุรกิจของตัวเองมักไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร

ปัจจุบันเฉพาะในกรุงปักกิ่งแห่งเดียว มีบริษัทที่จัดตั้งโดยได้รับเงินทุนสนับสนุนถึง 6,000 แห่ง เรียกว่าถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการชาวจีนก็ไม่มีวันลำบากในการบากหน้าหาผู้ร่วมทุน เพราะบริษัทร่วมทุนต่างชาติต่างหากที่ต้องแข่งขันกันในการมอบข้อเสนอในการร่วมทุนที่ดีที่สุดให้กับคุณ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทร่วมทุนหลายแห่งจึงเริ่มเบนเข็มไปที่เวียดนามเพื่อมองหาผู้ประกอบการหัวใสต่อไป

ผู้ประกอบการชาวไทยอาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน ถ้าหากสามารถสลัดภาพลักษณ์ของผู้รับจ้างผลิตออกไปและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้น

เรียบเรียงจากบทความ Good Times for Asia's Young Entrepreneurs ใน http://www.businessweek.com/
written by: Quarn

Posted on 22 August 2008

Written By

  • About the article
    5 3,639

Share

Comments