การใช้บรรจุภัณฑ์ในการสร้างภาพลักษณ์ หรือ Branding

brandingdesigninfo.jpg

นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์ที่มีหน้าที่หลักในการเก็บสินค้าแล้ว ยังมีหน้าที่อื่นๆ อีกหลายหลากของบรรจุภัณฑ์ซึ่ง ณ เวลานี้หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้น การใช้บรรจุภัณฑ์ในการสร้างภาพลักษณ์ หรือ Branding ให้กับบริษัทนั้นเองครับ สินค้าที่มีการต่อสู้กันอย่างมากในเรื่องบรรจุภัณฑ์คงหนีไม่พ้นกลุ่มสินค้า FMCG (Fast Moving Consumer Goods) ที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ของบริษัทมีความโดดเด่นดึงผู้ซื้ออย่างเราๆ ให้หันมามอง (จากงาน วิจัยหลายแห่งพบว่า บรรจุภัณฑ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีเวลาน้อยกว่า3 วินาทีในการดึงความสนใจจากผู้บริโภค) โดยส่วนตัว ผมหลงไหลกับแผงไข่ที่ทำจากกระดาษอัด เพราะนอกจากทำหน้าที่ได้เกินร้อยในการปกป้องไข่ที่บอบบางแล้ว ยังมีรูปแบบที่สวยงาม อีกต่างหาก แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาทั้งด้านรูปแบบ วัสดุ รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่หลังในการรักษาสินค้าภายใน ได้อย่างดียิ่งแล้ว ยังได้ทำหน้าที่หลักในการสร้างแบรนด์เนมให้กับผู้ผลิตได้เป็นอย่างดี บทความจาก Design Council จากประเทศอังกฤษในเรื่องบรรจุภัณฑ์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

งานออกแบบบรรจุภํณฑ์ที่ดีนั้นมิใช่มีหน้าที่จบลงหลังจากผู้ซื้อหยิบสินค้าออกจากชั้นวางขาย แต่ Life Cycle
ของบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์เริ่มต้นด้วยหน้าที่หลักในการห่อหุ้มสินค้า จากนั้นมันก็ได้เดินทาง ไปทำหน้าที่ Salesman
บนชั้นวางสินค้า ตามมาด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภคหลังจากซื้อกลับบ้าน และท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ก็คือ
การนำกลับมาใช้อีกครั้งในรูปแบบ Recycle-After use

หน้าที่หลัก และสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็คือการทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรา นั้นมีความเด่น และดึงดูดความสนใจ (Visual Equities) หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า Icon ซึ่งเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่กลุ่มนักออกแบบมักนำมาใชในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ของเราโดดเด่นดู เคล็ดลับ ของการสร้าง Visual Equities มีดังนี้นะครับ

เริ่มจากรูปทรง (Shape) การสร้างรูปทรงที่สอดคล้องกับสินค้าจะมีส่วนสำคัญที่ช่วย ผลักดันให้คุณค่าของสินค้าภายในดีขึ้น ตัวอย่างขวดน้ำแร่ Perrier ที่ออกแบบโดยใช้รูปทรง ของหยดน้ำมาเป็นรูปแบบ ของขวด ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ ที่บ่งบอกถึงน้ำแร่ที่บรรจุอยู่ภายใน

นอกจากรูปทรงแล้ว Icon อีกตัวที่ถูกนำมาใช้อย่างมากก็คือ สี (Color) โดยสีนั้นจะมีส่วนสำคัญอย่างสูงในการทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์เนมของเราได้เป็นอย่างดี เช่น สีเหลืองได้อยู่คู่กับแบรนด์เนมของชาลิปตันมานานแสนนาน

ถัดจากสีก็เห็นจะเป็น ภาพวาด (Illustration) ที่ปรากฎบนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนช่วยอธิบายภาพลักษณ์ของสินค้าแทนคำพูด เช่นภาพหมีพูบนคุ๊กกี้ของ Saint Andrew หรือภาพเสือบนกล่อง Kellogg's Cornflake สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้เป็นอย่างดี

ท้ายที่สุดก็จะเป็นรูปแบบของตัวอักษร โลโก้สินค้า ชื่อสินค้า ฯลฯ ที่ปรากฎบนบรรจุภัณฑ์ รูปแบบตัวอักษรนั้นนอกจากจะทำหน้าที่ในการให้รายละเอียดของสินค้าแล้ว ยังทำหน้าที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ทางอ้อมได้ด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดไม่ลับของ Visual Equities บนบรรจุภัณฑ์ เป็นข้อมูลพื้นฐานหลักที่ผู้ระกอบการควรจะเรียนรู้ลองหันกลับไปดูบรรจุภัณฑ์ที่ท่านมีอยู่หันนะครับ ว่าองค์ประกอบที่ปรากฎช่วยส่งเสริมแบรนด์ และสินค้า หรือเป็นเพียงแค่ไม้ประดับที่ไม่มีความหมาย ถ้าดูไปดูมาเหมือนกับหัวข้อหลังก็ถึงเวลาที่คุณควรเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่แล้วนะครับ

จาก Biz@Design , BizWeek กรุงเทพธุรกิจ

Posted on 12 April 2008

Written By

  • About the article
    9 8,032

Share

Comments